ต้นปี พ.ศ.2566 นิวยอร์กไทมส์รายงานว่า สหรัฐส่ง (โอน) กระสุนปืนใหญ่ 300,000 นัด โดยนำออกไปจากคลังสรรพาวุธของอเมริกาที่เก็บไว้ในอิสราเอล …นำไปส่งให้กองทัพยูเครนที่ทำสงครามกับรัสเซีย
คลังกระสุนดังกล่าวตั้งอยู่ในอิสราเอล (สำหรับใช้ในกรณีฉุกเฉิน) เพื่อให้ “กองทัพสหรัฐ” นำไปใช้ได้ทันทีสำหรับความขัดแย้งในภูมิภาค นอกจากนี้ สหรัฐยังอนุญาตให้ “กองทัพอิสราเอล” ใช้อาวุธ–กระสุนบางส่วนในสถานการณ์ฉุกเฉินได้อีกด้วย
นายลอยด์ ออสติน รมว.กห.สหรัฐ แจ้งต่อ รมว.กห.ของอิสราเอลในขณะนั้นว่า สหรัฐต้องการนำอาวุธ–กระสุนดังกล่าวไปช่วยกองทัพยูเครนที่กำลังรบติดพัน มีความเร่งด่วนสูง
สงครามบางสถานการณ์ก็คาดเดาไม่ได้ เรื่องการส่งกำลังบำรุงคือ หัวใจการทำสงคราม
กองทัพสหรัฐมีหลักนิยมที่จะต้องนำกระสุน วัตถุระเบิดสำหรับทำการรบไปตั้งเป็น “คลัง” ขนาดยักษ์ในประเทศที่เป็นพันธมิตร เพื่อพร้อมรบในทุกสงคราม หลายพื้นที่ในโลกเรียกว่า War Reserve Stockpile
พ.ศ.2528 เหตุการณ์ชายแดนไทย–ประเทศเพื่อนบ้าน ที่เคยมีข้อขัดแย้งระดับใช้อาวุธหนัก กองทัพไทยมีบทเรียนที่ “จริงจัง” เลยเชิญสหรัฐมาทำข้อตกลงกับรัฐบาลไทยจัดตั้ง “คลังอาวุธสำรองสงคราม” ขนาดมหึมาที่ “โคราช” (ซึ่งต่อมายกเลิกโครงการ)
หลักการง่ายๆ คือกองทัพไทยจะนำอาวุธ–กระสุนไปใช้ในกรณีฉุกเฉินได้ทันที โดยฝ่ายสหรัฐจะตรวจสอบ และมี “การชำระเงิน” กันในภายหลังเพื่อกระจายความเสี่ยง ไม่ต้องกระหืดกระหอบนำกระสุนทุกชนิด (โดยเฉพาะกระสุนปืนใหญ่) บรรทุกเครื่องบินข้ามน้ำ ข้ามทะเลมาส่งให้ไทย
หลักการนี้สหรัฐใช้กับมิตรประเทศทั่วโลก เป็นข้อตกลงที่ประเทศเจ้าบ้านก็ “ต้องการ”
กลุ่มประเทศนาโต (NATO) ที่ตั้งขึ้นมาในยุโรปเป็นกองกำลังเพื่อต่อสู้กับรัสเซีย มีคลังอาวุธของสหรัฐในหลายประเทศ
สหรัฐไปตั้งคลังอาวุธสำรองสงครามใน “ยูเครน” และใน “อิสราเอล” มานานแล้ว เพราะทราบดีว่ามีโอกาสสูงที่จะเกิดการสู้รบ
ข่าวที่ไม่ค่อยเป็นข่าวคือ สงครามดุเดือดใน 2 ยุทธบริเวณ คือในยูเครน และในอิสราเอล ยิงใส่กันแบบฟ้าถล่ม–ดินทลาย สหรัฐต้อง “โยก” กระสุนปืนใหญ่และอาวุธชนิดต่างๆ จากคลังใน “อิสราเอล” ไปช่วยกองทัพ “ยูเครน” ที่กระสุนขาดแคลน มีความเร่งด่วนสูงกว่า
จะว่าไปแล้ว…ก็เป็นเรื่องของการบริหารจัดการโดยสามัญสำนึก
สหรัฐเป็นประเทศผู้ผลิตอาวุธรายใหญ่ของโลกที่กองทัพทั้งหลายต้องการใช้–เชื่อใจ… เรื่องของ “จำนวน” และ “วิธีการขนส่ง” ไปปลายทาง ถ้าผิดพลาด ล่าช้า คือหายนะ
การนำอาวุธ กระสุน จากประเทศ 1 ไปยังประเทศ 1 เป็นเรื่องที่ต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์ทางยุทธศาสตร์ เป็นเรื่องละเอียดอ่อน
อิสราเอลลังเลใจในการส่งอาวุธให้ยูเครนมาตั้งแต่โดนรัสเซียบุกด้วยเหตุผลความจำเป็นเชิงยุทธศาสตร์ในการรักษาเสรีภาพในการปฏิบัติการในซีเรียที่โยงยึดกับรัสเซีย
คลังอาวุธของสหรัฐในอิสราเอลมีมาตั้งแต่สงคราม Yom Kippur ในปี 1973 โดยสหรัฐจัดส่งอาวุธให้แก่กองกำลังอิสราเอลที่กำลังประสบปัญหาในช่วงสงคราม จากนั้นจึงจัดตั้งคลังอาวุธในอิสราเอลเพื่อใช้ในยามวิกฤตที่อาจเกิดขึ้นอีก
กองทัพอิสราเอลเผชิญกับศึกสงครามกับเพื่อนบ้าน (บางประเทศ) มายาวนาน กองทัพและประชาชนทุกคนต้องพร้อมเสมอ
…“อิสราเอลไม่เคยก่อสงครามก่อน แต่เมื่อสงครามเกิดขึ้น อิสราเอลไม่เคยรบแพ้ชาติใด” กองทัพอิสราเอลยึดถือหลักการนี้
รถถังและรถลำเลียงพลหุ้มเกราะของสหรัฐถูกเก็บรักษาอย่างดีไว้ในทะเลทรายเนเกฟ (Negev Desert) ในกรณีที่กองกำลังสหรัฐในตะวันออกกลางต้องการใช้ อาวุธสำหรับกองทหารสหรัฐต่างๆ ถูกเก็บไว้ในอิสราเอลในสถานที่ที่เปิดให้เฉพาะเจ้าหน้าที่สหรัฐเข้าถึงได้เท่านั้น
คลังสำรองดังกล่าวมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า War Reserve Stocks for Allies-Israel หรือ WRSA-I อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกองบัญชาการยุโรปของสหรัฐ (USEUCOM : United States European Command) และปัจจุบันอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกองบัญชาการกลางของสหรัฐ (USCENTCOM : United States Central Command)
พ.ศ.2549 อิสราเอลใช้กระสุนจากคลังอาวุธดังกล่าวทำสงครามในเลบานอน…รบกับกลุ่มก่อการร้ายฮิซบอลเลาะห์
พ.ศ.2557 กองทัพอิสราเอลใช้กระสุนในคลังนี้รบกับกลุ่มก่อการร้ายในฉนวนกาซาทุกสงคราม “ปืนใหญ่” พร้อมกระสุน เป็น “ราชาแห่งสนามรบ”
สถิติการใช้กระสุนช่วงหนึ่งของสงคราม…กองกำลังของยูเครนยิงกระสุนปืนใหญ่ประมาณ 90,000 นัดต่อเดือน ซึ่งเกินขีดความสามารถในการผลิตของสหรัฐและยุโรปรวมกัน
การขนส่งกระสุนปืนใหญ่ในสนามรบ คืองานแสนจะทารุณ ถ้ามี “รถยก” ก็ถือว่าเป็นบุญ กระสุนปืนใหญ่ขนาด 155 มม. M107 แต่ละนัดหนัก 43 กก. และยังมีกระสุนหนักมากกว่านี้ขึ้นอยู่กับขนาดของปากลำกล้อง และชนิดของกระสุน
การสู้รบที่วางแผนการใช้ปืนใหญ่ยิงที่หมายแบบ “ปูพรม” ให้แหลกละเอียดเป็นพื้นที่ บางครั้งต้องใช้ระดับกองพันปืนใหญ่มี 18 กระบอก ต้องยิงตาม
คำสั่งเป็นพันนัด ต้องยิงสนับสนุนให้ทหารราบ ทหารม้า ได้เสมอตามที่ร้องขอ
นั่นหมายถึงต้องมีกระสุน “มาเติม” ได้ ไม่ว่าปืนใหญ่จะตั้งยิงประจำที่หรือเคลื่อนย้ายไปตั้ง ณ ที่ใด
การส่งกำลังบำรุง น้ำมัน กระสุน เครื่องอะไหล่ คือเรื่องคอขาดบาดตาย แม้กระทั่งการติดต่อสื่อสาร
อิสราเอลเป็นประเทศชั้นนำของโลกที่ผลิตอาวุธ กระสุน ยุทโธปกรณ์ชั้นเยี่ยมขายประเทศต่างๆ ทั่วโลก (รวมถึงไทย)
เมื่อสงครามรัสเซียบุกยูเครน…สหรัฐต้องหันไปพึ่งคลังอาวุธในอิสราเอลและเกาหลีใต้เพื่อชดเชยส่วนต่างและเก็บกระสุนปืนให้เพียงพอต่อความต้องการในยูเครน กระสุนปืนเหล่านี้ถูกขนส่งจากอเมริกาไปยังยุโรป ส่งเข้าโปแลนด์ แล้วส่งต่อไปยูเครน
เครื่องบินลำเลียงขนาดยักษ์ของกองทัพอากาศสหรัฐทำหน้าที่ขนส่งอาวุธกระสุน สัมภาระอื่นๆ แม้กระทั่งยานรบชนิดต่างๆ จากอเมริกาไปยุโรปนานนับปี…
ไม่อยากคิดเรื่อง “น้ำมันอากาศยาน” ที่ใช้บินขนส่ง
ประเทศอื่นๆ เช่น เยอรมนี แคนาดา และอิตาลี ก็ได้ส่งกระสุนปืนใหญ่ไปยังยูเครนเช่นกัน สหรัฐได้ส่งมอบหรือสัญญาว่าจะส่งกระสุนปืนใหญ่ขนาด 155 มิลลิเมตร จำนวนมากกว่า 1 ล้านนัดไปยังยูเครน ซึ่งส่วนหนึ่งต้องไปขนมาจากอิสราเอล
การโยกโอนกระสุนมหาศาลเหล่านี้ออกไป กลาโหมอิสราเอลก็ต้องขอคำมั่นจากสหรัฐว่า… สหรัฐจะต้องรีบนำมาเติมคืนโดยเร็วที่สุด สหรัฐจัดหาอาวุธจำนวนมากสนับสนุนยิวทำสงครามในฉนวนกาซา ในขณะที่ต้องสนับสนุนยูเครนไปพร้อมกัน
อุปกรณ์ทางทหารของสหรัฐที่ถูกโอนไป ได้แก่ ระเบิดชุดนำทางแม่นยำ ขีปนาวุธ กระสุนปืนใหญ่ กระสุนและอุปกรณ์ อื่นๆ
มีคำกล่าวประชดประชันว่า…สหรัฐส่งมอบอาวุธให้กับอิสราเอล “เกือบทุกวัน” เรื่องนี้เป็นเรื่องเปิดเผย…ที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐต้องชี้แจงต่อสภาตามกฎหมาย….
WRSA-I เป็นคลังอาวุธของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ (DoD) ที่ตั้งอยู่ในอิสราเอล พร้อมให้กระทรวงกลาโหมใช้หรือโอนไปยังต่างประเทศได้
ไม่มีการระบุรายการสิ่งของในคลังอาวุธที่ไม่ได้จัดประเภทและเปิดเผยต่อสาธารณะ ประกอบด้วยคลังสินค้าหลายรายการ เมื่อเพิ่มอุปกรณ์ลงใน WRSA-I กระทรวงกลาโหมสามารถพิจารณาข้อกำหนดของพันธมิตรที่เป็นไปได้ แม้ว่ากระทรวงกลาโหมจะ “ไม่จัดหา” อุปกรณ์ใหม่เพื่อรักษาคลังอาวุธแต่จะนำของจากคลังอาวุธที่มีอยู่มาเติม
อิสราเอลได้รับประโยชน์จากการที่สหรัฐจัดเตรียมคลังอาวุธไว้ในดินแดนของตน คลังอาวุธจะช่วยลดระยะเวลาปกติที่จำเป็นสำหรับกระบวนการจัดซื้อและส่งมอบที่อาจจะไม่ทันเหตุการณ์
คลังอาวุธสำรองสงคราม…จะยังคงอยู่ภายใต้อำนาจของกระทรวงกลาโหมสหรัฐจนกว่าจะมีการโอน และอิสราเอลจะเป็นผู้จ่ายค่าบำรุงรักษาสถานที่
จัดเก็บ ค่าขนส่งอุปกรณ์ป้องกันประเทศไปและกลับจากคลังอาวุธ ทุกครั้งที่มีการโอนอุปกรณ์ป้องกันประเทศ จะต้องชำระเงินจากประเทศผู้รับหรือเงินอุดหนุนของสหรัฐ
ไม่ร่ำรวยจริง ทำสงครามไม่ได้ ขีปนาวุธแต่ละลูกราคานับ 10 ล้านบาท ยิงกันเต็มท้องฟ้า ทั้งวันทั้งคืน
ทำสงครามสมัยนี้ “แพงระยับ” ถึงขนาดทำชาติล่มจมได้
พลเอกนิพัทธ์ ทองเล็ก

