หน้าแรก บทความ จดหมายจากครูต...

จดหมายจากครูตวง-พ.ร.บ.การศึกษา

3.10.24 | 09:09 น.
พ.ร.บ.การศึกษา

กรรมาธิการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร มี นายโสภณ ซารัมย์ ส.ส. พรรคภูมิใจไทย จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธาน ยกคณะไปเปิดเวทีสัมมนาวันที่ 6-8 กันยายนที่ผ่านมา รับฟังความเห็นผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย เพื่อยกร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ฉบับใหม่ เวอร์ชั่นกรรมาธิการคู่ขนานกับร่างของกระทรวงศึกษาธิการ

“เป็นการยกร่าง พ.ร.บ.ที่ต้องตอบโจทย์อนาคตของประเทศ รวมทั้งเสริมสร้างคุณภาพให้กับผู้เรียน การจัดการศึกษาของประเทศจำเป็นต้องสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม การเปลี่ยนแปลงของประชากร รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของโลกในด้านต่างๆ อย่างรวดเร็ว ลดความเหลื่อมล้ำในการศึกษา ยกระดับคุณภาพการศึกษา สร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ จึงต้องปฏิวัติการศึกษา เท่าเทียม ทั่วถึง ทันยุค เพื่อพลิกโฉมการศึกษาไทย” คุณโสภณประกาศหนักแน่น

ก่อนนำข้อมูลที่ได้มาหาข้อสรุปประเด็นสำคัญๆ สมควรบัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ฉบับใหม่ ดังนี้

1.ระบบการศึกษา ได้ปรับปรุงให้เป็น 2 ระบบ ได้แก่ ในระบบกับการศึกษาตามอัธยาศัย และได้เน้นให้เกิดความชัดเจน ทั่วถึง มีคุณภาพ

2.การถ่ายโอนภารกิจในการจัดการศึกษา ระดับปฐมวัย ของ สพฐ.ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

Advertisement

3.การจัดตั้งกลุ่มโรงเรียน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารทรัพยากร ได้แก่ บุคลากรและวัสดุ อุปกรณ์ สื่อ สถานที่ ให้ใช้ร่วมกันให้เกิดความคุ้มค่าและมีคุณภาพ

4.หลักสูตร กำหนดให้มีการปรับปรุงหลักสูตรแกนกลาง ทั้ง 3 ระดับ ได้แก่ ปฐมวัย การศึกษาขั้นพื้นฐาน และอาชีวศึกษา

6.สำหรับปัญหาเรื่องโครงสร้างการบริหาร และภาระงานที่ซ้ำซ้อนที่เป็นอุปสรรคต่อการจัดการศึกษา ให้ปรับโครงสร้างให้ชัดเจนขึ้น

7.การศึกษาระบบทวิภาคีเป็นการสร้างข้อตกลงร่วมกันของสถานศึกษา กับสถานประกอบการ หรือสถานศึกษาอาชีวศึกษา เพื่อเพิ่มโอกาสให้กับผู้เรียนได้ใช้เวลาส่วนหนึ่ง เรียนรู้ เพื่อเกิดทักษะในการทำงาน ค้นพบตนเอง ผู้จัดการศึกษา มีใบรับรองผลการศึกษาตามความเหมาะสม

เมื่อความเคลื่อนไหวต่างๆ ดำเนินไปเช่นนี้ ทำให้บรรยากาศการติดตามทวง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ คึกคักขึ้นตามลำดับแล้วครับ

นักการศึกษาคนสำคัญที่มีบทบาทมาตลอด ครูตวง อันทะไชย อดีตวุฒิสมาชิก ประธานกรรมาธิการการศึกษา ในฐานะประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. … ของรัฐสภาสมัยที่แล้ว ตัวจริง เสียงจริง ทอดทิ้งวงการศึกษาไทยไม่ได้

ร่วมวงสานเสวนา ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงประธานโสภณ ให้ข้อคิดเพื่อนำไปพิจารณารังสรรค์กฎหมายใหม่ให้ออกมาดีที่สุด ดังนี้ ครับ

เรียน ท่านรัฐมนตรีโสภณและประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ

ผมกราบเรียนประเด็นสำคัญที่คณะกรรมาธิการวิสามัญและกรรมาธิการการศึกษา วุฒิสภาได้ให้ความสำคัญมีดังนี้

1) เรื่องการกระจายอำนาจ มีงานวิจัยหลายชิ้นเห็นตรงกันว่าต้องกระจายอำนาจเพื่อให้เกิดคุณภาพใหม่ เพื่อสนองความต้องการผู้เรียน Gen ใหม่ มีในร่าง พ.ร.บ.แล้วครับ

2) เรื่องโรงเรียนเป็นนิติบุคคล แบบขั้นบันได มีรูปแบบเดี่ยว กลุ่มหรือเครือข่าย เพื่อรองรับการกระจายอำนาจ 4 งาน มีในร่าง พ.ร.บ.แล้วครับ

3) ระบบการศึกษาทางเลือกให้แก่ผู้เรียน หมายถึงระบบหลักสูตรการเรียนการสอน การวัดผลประเมินผล การเทียบโอนประสบการณ์หรือธนาคารหน่วยกิต มิใช่การศึกษาเพื่อได้ปริญญา หรือวุฒิการศึกษาเพียงอย่างเดียวอีกต่อไปแต่เป็นการศึกษาเพื่อมีอาชีพ มีรายได้ มีงานทำ “ให้ผู้เรียนอยู่ในระบบน้อยที่สุด ค้นพบให้เจอเร็วที่สุด ทำงานเร็วที่สุด” สอดคล้องกับแนวคิดของ WECFR ต้องเขียนให้ชัดใน ร่าง พ.ร.บ.ครับ มีเค้าโครงอยู่บ้าง

4) ระบบกองทุนเพื่อสนับสนุน ผู้เรียนใหม่ ครูแบบใหม่ เทคโนโลยีใหม่ ความจำเป็นใหม่ของการศึกษา ห้องเรียนใหม่ ที่มิใช่ห้องเรียนแบบเดิมๆ สถานศึกษาแบบใหม่ ที่มิใช่สถานศึกษาแบบเดิมๆ เป็นเรื่องใหม่ที่จะต้องบรรจุไว้ในร่างนี้

5) กระบวนการผลิตและพัฒนาครูใหม่ในโลกใบใหม่ คุณลักษณะครูใหม่ ต้องนำครูและบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับระบบการศึกษาทุกระดับ ทุกฝ่าย เข้าสู่กระบวนการ UP/RE/New-Skill ใหม่เพื่อปรับ Mindset ต่อการศึกษาใหม่ จึงจะปฏิวัติการศึกษาด้วย พ.ร.บ.ได้ มีบางประเด็นอยู่ในร่าง แต่ไม่ชัดเจน ต้องเขียนให้ชัดเจนครับ

5) ข้อเสนอแนะที่ตกผลึกก็คือควรมีกำหนดไว้ในบทเฉพาะกาลให้มีกลไกเปลี่ยนแปลงและเปลี่ยนผ่าน (ร่าง) พ.ร.บ.กศ. พ.ศ. … ฉบับนี้เหมือนปี 2542 ที่ปฏิวัติการศึกษาครั้งใหญ่ ยุบหน่วยงานทางการศึกษา 14 กรม 800 อำเภอ 76 จังหวัด 2 สำนักงาน 1 ทบวงมหาวิทยาลัย เป็น 285 เขต ทำได้เพราะมีคณะกรรมการปฏิรูปการศึกษาดำเนินการผ่านระบบสภาให้ปรับปรุงแก้ไข จะง่ายมากกว่าให้กระทรวงศึกษาธิการปฏิรูปตัวเองซึ่งยากมาก เห็นควรมีคณะกรรมการเฉพาะกิจว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงและเปลี่ยนผ่านแทนกระทรวงศึกษาธิการ มายกร่างกฎหมายลูก กฎหมายประกอบ ประกาศ กฎกระทรวงศึกษา รูปแบบการบริหารจัดการศึกษาใหม่ มีวาระอยู่ 3 ปี หมดวาระก็จบไปครับเหมือนปี 2542 ครับ

6) ข้อกังวลที่ทุกฝ่ายเห็นตรงกันก็คือไม่ควรมีคณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติเกิดขึ้นเพราะมันจะย้อนแย้งกับข้อเสนอตั้งแต่ข้อที่ 1-4 เป็นการรวบอำนาจไว้ส่วนกลาง เป็นคณะกรรมการที่ใหญ่มาก เป็นภาระของระบบการศึกษา จะเป็นปัญหาใหม่และอุปสรรคใหม่ต่อการศึกษาในอนาคตของประเทศไทยมากกว่าเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาเพราะทุกอย่างต้องผ่านคณะกรรมการชุดนี้ครับ เห็นควรตัดออกไปจากร่าง พ.ร.บ.กศ.

7) เห็นด้วยกับท่านรัฐมนตรีว่ากระทรวงศึกษาต้องเล็กลง ต้องเชื่อมโยงระหว่างคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่ด้วยระบบการศึกษาเพื่อพัฒนาประเทศให้ได้ครับ “การศึกษาสร้างคน คนสร้างชาติ”

ทั้งหมดรายละเอียดปรากฏใน power point ที่ผมเคยส่งให้ท่านรัฐมนตรีไปแล้วครับ

หากท่านต้องการรายละเอียดใด ผมยินดีครับท่านครับ

ศรัทธาและเชื่อมั่น
ตวง อันทะไชย

ในฐานะผู้ติดตามสังเกตการณ์ ผมเลยนำความเป็นไปมาเล่าสู่กันฟัง และเชิญชวนแฟนคลับการศึกษาตีวงเข้ามาให้มากที่สุด ทุกช่องทางที่จะมีส่วนร่วมได้ รวมถึงเวทีคอลัมน์ที่ผมเปิดรับนักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ พ่อแม่ผู้ปกครอง ผู้สนใจใฝ่รู้ ทุกท่านครับ