หน้าแรก บทความ จุดบอดระบบบริ...

จุดบอดระบบบริหารตะวันตก

8.10.24 | 12:30 น.

จุดบอดระบบบริหารตะวันตก

ท่ามกลางการวิจารณ์ของประชาชนสหรัฐและสหราชอาณาจักรเกี่ยวกับคุณภาพชีวิตที่ล้าหลังและตกต่ำที่กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ ก็มีผู้รากมากดีไต้หวันชี้ถึงจุดบอดการบริหาร โดยวิพากษ์ว่าหลายปีที่ผ่านมา ตะวันตกได้ถูกระบอบประชานิยมทำลาย กลายเป็นอุดมการณ์แบบสุดขั้ว ความทุกข์จึงมาเยือน

เหตุใดสหรัฐและสหราชอาณาจักร จึงเกิดจุดบอดทางด้านบริหาร เหตุใดประชาธิปไตยตะวันตกไม่สามารถรังสรรค์ความสุขแก่ประชาชน กลับกลายเป็นความทุกข์ เป็นเรื่องน่าสนใจ

โครงการ High Speed Two (HS 2) ซึ่งเป็นการพัฒนาที่ยิ่งใหญ่ในโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งของสหราชอาณาจักร ก่อสร้างมาแล้ว 15 ปี ใช้งบไปประมาณ 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เปลี่ยนนายกรัฐมนตรีไป 7 คน สร้างไปไม่ถึง 100 กิโลเมตร

กรณีตรงกันข้ามกับ 15 ปีของจีน สร้างรถไฟความเร็วสูงไปแล้ว 3 หมื่นกิโลเมตร เป็นอันดับที่ 1 ของโลก

Advertisement

ส่วนรถไฟความเร็วสูงของสหรัฐ ณ วันนี้คือ “ศูนย์กิโลเมตร” อันสาธารณูปโภคของสหรัฐล้วนเก่าแก่ทรุดโทรม ตั้งแต่สนามบินถึงไฮเวย์ ส่วนใหญ่ก่อสร้างหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 อายุ 70 ปี แต่นักการเมืองถกเถียงแต่ปัญหาอุดมการณ์ไปวันต่อวัน โดยไม่ให้ความสนใจกับเรื่องใกล้ตัว

ผู้ที่ใช้ชีวิตอย่างถาวรในสหรัฐและสหราชอาณาจักร เมื่อมาถึงเอเชีย ไปเที่ยวสิงค์โปรและจีน เปรียบเทียบกันจึงประจักษ์ถึงความถอยหลังของสังคมตะวันตก ขาดไร้ความปลอดภัยในชีวิต อัตราการฆาตกรรมของนิวยอร์ก ลอนดอน ชิคาโก ล้วนสูงกว่าสิงค์โปร์ ฮ่องกง และปักกิ่งราวฟ้ากับดิน

การฉกชิงวิ่งราวโทรศัพท์มือถือบนทางเท้าที่ลอนดอน ไม่เป็นข่าวอีก เพราะกลายเป็นกิจวัตรประจำวันไปแล้ว ส่วนเหตุการณ์ “Zero-dollar Shopping” ที่แคลิฟอร์เนีย ยิ่งกลายเป็นเรื่องอกสั่นขวัญเสีย เพราะเป็นกฎหมายที่ว่าด้วยการลักทรัพย์ไม่เกิน 950 ดอลลาร์ ให้ถือเป็นโทษสถานเบา อัยการมีสิทธิไม่นำคดีขึ้นสู่ศาล จึงกลายเป็น Inviting Crime (เชิญชวนก่ออาชญากรรม)

รถไฟใต้ดินที่นิวยอร์กและปารีส มีผู้โดยสารเกินกว่า 10% หลีกเลี่ยงจ่ายค่าโดยสาร โดยก่อให้เกิดปรากฏการณ์ 1 เรียกว่า Broken Windows Theory (ทฤษฎีหน้าต่างแตก) อันหมายถึงฝ่าฝืนกฎหมาย

เป็นอาจิณ จึงเท่ากับส่งเสริมให้คนทำความผิดมากขึ้น เป็นเหตุให้ความปลอดภัยลดน้อยลงทุกขณะ

การใช้สารเคมีไม่ถูกทางในสหรัฐมีเป็นจำนวนมาก มีผู้เสียชีวิตต่อปีถึง 1.1 แสนคน การฆาตกรรมเป็นเหตุ

ให้มีผู้เสียชีวิตต่อปีเกินกว่า 4 หมื่นคน ในสถานที่ทำเลทองของเมืองมากมาย ตั้งแต่แมนฮัตตัน นิวยอร์กถึงเบฟเวอร์รี่ฮิลล์ แคลิฟอร์เนีย เต็มไปด้วยคนไร้ที่พักอาศัย จากประมาณการ คนที่เร่ร่อนตามถนนทั่วประเทศเกินกว่า 6 แสนคน ทำลายสถิติในรอบ 17 ปีของสหรัฐ

บรรดานักวิเคราะห์สหรัฐและสหราชอาณาจักร ดูเหมือนไม่มีความสนใจไยดี เพราะปราศจากการเสนอความเห็นในการแก้ปัญหาเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนสื่อกระแสหลัก New York Time และ Economist ล้วนมองจีน สิงค์โปร์ด้วยสายตาที่ดูหมิ่น และไม่มีบทความเกี่ยวกับความถดถอยของตะวันตก ประหนึ่งว่าพอใจกับเรื่องที่เป็นอยู่ ที่น่าสนใจคือ นักวิชาการไต้หวันที่ได้รับการศึกษาจากสหรัฐกลับมองเห็นความถอยหลังในการบริหารและจุดบอดของตะวันตก

หากมองอดีตเมื่อ 10 กว่าปีก่อน นักวิชาการไต้หวันเห็นว่ารูปแบบของสหรัฐและสหราชอาณาจักรคือตัวอย่างของจีนในการลอกเลียนแบบ แต่วันนี้พวกเขาประจักษ์ถึงความยโสและอคติของตะวันตก ไม่สนใจแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาด พฤติกรรมหัวมังกุท้ายมังกร ย่อมเป็นการเปิดเผยถึงความเลวร้ายของระบอบประชานิยม ตลอดจนอุดมการณ์สุดขั้ว ล้วนเป็นต้นเหตุแห่งความทุกข์

แม้นักคิดนักวิเคราะห์ไต้หวันจำนวนไม่น้อยที่สำเร็จการศึกษาจากสหรัฐในระดับปริญญาเอก แต่บัดนี้พวกเขาไม่เห็นด้วยกับรูปแบบส่วนใหญ่ของสหรัฐ และก็ไม่เลียนแบบอเมริกัน โดยเปลี่ยนมายึดหลักความเป็นจริง ค้นหาสัจธรรมจากความเป็นจริง ด้วยการแสวงหารูปแบบที่ดีที่สุดของชนชาติจีน ทำการผลักดันสองฝั่งช่องแคบให้เกิดสันติภาพในอนาคต เช่นเดียวกับชาวจีนทั่วโลกก็มีเจตนาเดียวกัน และคาดหวังภายใน 10 ปีข้างหน้า คงจะได้เห็นภาพที่ประเทศจีนนำหน้าสหรัฐอเมริกา