หน้าแรก บทความ สงครามส่งผลกร...

สงครามส่งผลกระทบเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ

15.10.24 | 13:34 น.
สงครามส่งผลกระทบเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ

สงครามส่งผลกระทบเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ

ไม่เคยมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐครั้งใด ที่ต้องมาผูกพันกับสงคราม แต่คราวนี้ตั้งแต่สงครามยูเครน-รัสเซีย ถึงอิสราเอลโจมตีเลบานอน เหตุการณ์รุนแรงขึ้นตามลำดับ ความขัดแย้งทะเลจีนใต้ และช่องแคบไต้หวันก็ปั่นป่วนพอกัน เพื่อป้องกันบูรณภาพแห่งดินแดน จีนยิงจรวดวิถีไกล เป็นการแจ้งเตือนในเชิงสัญลักษณ์

ว่ากันว่าสงครามโลกครั้งที่ 3 ใกล้เข้ามาทุกขณะ แม้ว่าวันนี้สหรัฐไม่ได้เกณฑ์ทหารระดับลูกหลาน แต่ดูเหมือนแนวโน้มเข้าสู่สมรภูมิสูงขึ้น บวกกับเทคโนโลยีเอไอและความร้ายแรงของพลังทำลายมากขึ้นตามลำดับและต่อเนื่อง ท่ามกลางภาวะร่วมรบ อาจยกระดับเป็นสงครามนิวเคลียร์ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม

ย้อนอดีตเมื่อทศวรรษ 50-60 ตั้งแต่สงครามเกาหลีถึงสงครามเวียดนาม ล้วนเป็นการทำศึกเฉพาะกิจและสนามเดียว แต่วันนี้สหรัฐได้ผูกพันกับสงครามเชิงซ้อน คือยูเครน-รัสเซีย และตะวันออกกลาง ตลอดจนอิสราเอลเปิดสนามรบใหม่เพื่อบุกรุกเลบานอน เป็นการโจมตีทางอากาศเพื่อปูทางภาคพื้นดิน

การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเข้าสู่วาระนับถอยหลัง การเยือนสหรัฐของประธานาธิบดีเซเลนสกี ได้รับเงินช่วยเหลือด้านการทหารจากรัฐบาลไบเดน 8 พันล้านดอลลาร์ จึงอนุมานได้ว่า ครั้นเมื่อถึงวันที่ 5 พฤศจิกายน คือวันเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ก็ยังเป็นนาทีแห่งการนองเลือด และอาจลุกลามบานปลาย กลายเป็นสงครามนิวเคลียร์ อันอาจมีแนวโน้มเป็นตัวแปรที่แปรปรวนและผันผวนที่สุด ถ้าหากนาโตและสหรัฐได้ใช้อาวุธนิวเคลียร์ในการสู้รบ ก็เสมอกับสงครามโลกครั้งที่ 3 มาเยือนโดยสมบูรณ์

Advertisement

ยังมีเหตุการณ์ที่มีความขัดแย้งรุนแรงเกิดขึ้นและยังควบคุมไม่ได้ (Flashpoint) คือทะเลจีนใต้และช่องแคบไต้หวัน ทั้งนี้ ก็เพราะสหรัฐปลุกระดมฟิลิปปินส์ให้สร้างข้อพิพาทกับจีนเกี่ยวกับบูรณภาพแห่งดินแดน ด้วยการยกเลิกจุดยืนการเจรจาสันติภาพที่ทำไว้ตั้งแต่ประธานาธิบดีคนก่อน

ดูประหนึ่งว่า การดำรงอยู่เกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศของสหรัฐในระหว่างการเลือกตั้ง โดยพื้นฐานได้มุ่งประเด็นขยายขอบเขตสงครามยูเครนและวิกฤตตะวันออกกลาง ซึ่งตรงกันข้ามกับโดนัลด์ ทรัมป์ที่ต้องการให้สงครามยูเครนยุติโดยพลัน พร้อมกับเตือนว่าสงครามโลกครั้งที่ 3 กำลังจะมาเยือน และนำมาซึ่งความสนใจแก่นักวิชาการ บ้างเห็นว่า การที่สหรัฐเข้าร่วมสงครามยูเครนเป็นพฤติกรรมที่โง่เขลา บ้างก็เห็นว่า สหรัฐควรร่วมมือกับรัสเซีย เพื่อรับการท้าทายจากจีน ส่วนนักประพันธ์อเมริกันระบือนาม Ms. Annie Jacobsen ได้ประพันธ์หนังสือเล่มใหม่ชื่อ Nuclear War : A Scenario (สภาพสงครามนิวเคลียร์) โดยบรรยายถึงการสำรวจและศึกษาในเชิงลึก พรรณนาว่า ถ้าเกิดสงครามนิวเคลียร์ระหว่างเกาหลีเหนือกับสหรัฐ สภาพแห่งสงครามจะต้องลุกลามไปทั่วโลกภายใน 72 นาที และเมื่อเธอให้สัมภาษณ์ยังได้อธิบายว่า สงครามนิวเคลียร์สามารถทำลายชีวิตมนุษย์ทั่วโลกได้ถึง 60 เปอร์เซ็นต์ จึงเป็นความกังวลในดวงหทัยของคนทั้งโลก

ด้วยเหตุนี้ ทรัมป์จึงได้รับคะแนนสนับสนุนมากขึ้นตามลำดับ ก็เพราะไม่ชอบสงคราม เช่นเดียวกับคนทั่วโลกที่ตระหนักดีว่า สงครามนิวเคลียร์เป็นการทำลายโลก การที่ไบเดนสนับสนุนเงินช่วยเหลือด้านการทหารแก่ยูเครน เสมอกับการเติมน้ำมันในกองเพลิง ถั่งโถมโหมแรงไฟ เป็นพฤติกรรมทำลายโลกอย่างแท้จริง

เรื่องที่น่าเป็นห่วง คือฝ่ายเหยี่ยวอเมริกาของสองพรรคใหญ่ กำลังปลุกระดมให้สหรัฐรีบจัดการจีนก่อนที่จะปีกกล้าขาแข็ง ทั้งนี้ โดยสร้างความชอบธรรมขึ้นมาเพื่อทำสงครามกับจีน อันเป็นการตัดกำลังจีนที่กำลังทะยานขึ้น กรณีละม้ายกับก่อนที่สหรัฐจะทำสงครามยูเครน ได้ทำการตัดกำลังของรัสเซียก่อน

แต่ต้องไม่ลืมว่า เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม การที่จีนได้ยิงจรวดวิถีไกลนั้น ย่อมเป็นการส่งสัญญาณแก่สหรัฐโดยสมบูรณ์ ซึ่งเป็นจรวดที่ชื่อว่า “ตงเฟิง 31 AG” ยิงได้ไกลถึง 1.2 หมื่นกิโลเมตร เริ่มตั้งแต่เกาะไห่หนาน ประเทศจีนถึงทะเลหลวงใกล้เกาะฮาวาย สหรัฐ เป็นเฉพาะกิจที่เปลี่ยนแปลงโลก แสดงให้เห็นพลังทางด้านกลาโหมของจีน และเป็นการแจ้งเตือนสหรัฐให้ทราบว่า จีนสามารถใช้อาวุธนิวเคลียร์ระยะไกลทำการโจมตี

ถ้าหากสงครามจีน-สหรัฐเกิดขึ้นจริง ขอบเขตสนามรบมิได้จำกัดเพียงเอเชียเท่านั้น หากต้องลุกลามไปยังแผ่นดินอเมริกาด้วย สหรัฐกำลังเล่นกับไฟ

ศ.ชยานันต์ ศุกลวณิช