ขยะนครหาดใหญ่ บทสุดท้ายที่ยังไม่จบ
เวลาที่ใช้ในการลงพื้นที่สำรวจ พบปะหารือกับผู้คน ประชุมร่วมกับหน่วยงานหลากหลายที่เกี่ยวข้องกับปัญหาขยะของนครหาดใหญ่กว่า 5 ปี ได้บันทึกเรื่องราวและถ่ายทอดเป็นบทความด้วยเจตนาที่จะสื่อถึงผู้คนให้รับรู้ เข้าใจความเป็นมา สถานะของปัญหาควบคู่กับการเสนอแนะทางเลือก ร่วมคิดหาทางออก โดยบทความเหล่านั้นถูกเผยแพร่ไว้ใน “มติชนออนไลน์” เป็นตอนต่อเนื่องจากตอนแรก “ปฐมบท ขยะหาดใหญ่” ตอนที่สอง “เหตุเกิดที่เมืองควนลัง” ตอนที่สาม “รอวันเตาเผาฟื้น” ตอนที่สี่ “วาระสำคัญของจังหวัดสงขลา” และตอนสุดท้ายคือ “บทเรียนที่ควรจดจำ” หวังให้เรื่องราวเหล่านี้เป็นแรงกระเพื่อมเตือนใจผู้เกี่ยวข้องได้ขยับตัวคลี่คลายปัญหาขยะของนครหาดใหญ่ที่ซุกไว้ใต้พรมก่อนจะปะทุขึ้นเป็นความเดือดร้อนครั้งใหญ่ของเมืองและของจังหวัด ดังที่ได้เคยเสนอไว้ในบทความตอนที่ 4 “วาระสำคัญของจังหวัดสงขลา”
9 เมษายน 2567 เทศบาลเมืองควนลังมีหนังสือถึงเทศบาลนครหาดใหญ่ให้ระงับการนำขยะไปทิ้งในพื้นที่เทศบาลเมืองควนลัง เหตุจากปัญหาที่บริษัทจีเดค จำกัด คู่สัญญาของเทศบาลนครหาดใหญ่ได้ดำเนินการกำจัดขยะของนครหาดใหญ่ด้วยระบบเตาเผาแต่ไม่ได้ดำเนินการให้เป็นไปตามข้อกำหนด ส่งผลให้เกิดเหตุเดือดร้อนและผลกระทบต่อชุมชนในพื้นที่อย่างรุนแรงและต่อเนื่องนับตั้งแต่ปีแรกที่เริ่มเดินระบบ ชุมชนได้ร้องเรียนไปที่เทศบาลเมืองควนลัง ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสงขลา และคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน กุมภาพันธ์ 2566 เจ้าหน้าที่จากคณะกรรมการกำกับพลังงานได้ลงพื้นที่เพื่อสำรวจเชิงประจักษ์ และมีคำสั่งลงวันที่ 7 เมษายน 2566 ให้พักใช้ใบอนุญาตประกอบกิจการผลิตไฟฟ้าเนื่องจากบริษัทกระทำผิดข้อตกลงที่ชุมชนได้รับผลกระทบจากกระบวนการผลิตพลังงานไฟฟ้าของบริษัทและกำหนดเงื่อนไขให้บริษัทดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 180 วัน
ผลจากการระงับใบอนุญาตประกอบกิจการผลิตไฟฟ้า ทำให้บริษัทจีเดค จำกัด หยุดเดินระบบและไม่รับขยะของนครหาดใหญ่ไปกำจัด ทำให้เทศบาลนครหาดใหญ่ต้องดำเนินการกำจัดขยะที่เกิดขึ้นวันละ 200-230 ตันเอง โดยนำไปเทกองซ้อนทับบนกองภูเขาขยะเดิม เนื่องจากไม่มีที่ว่างเพียงพอที่จะดำเนินการฝังกลบที่ถูกต้อง สภาพเช่นนี้ยิ่งทำให้ชุมชนใกล้เคียงกองขยะซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่เมืองควนลังได้รับผลกระทบทั้งกลิ่นและน้ำเสียไม่ต่างไปจากผลกระทบที่ได้รับจากการดำเนินงานของบริษัทจีเดค เข้าทำนอง “หนีเสือปะจระเข้”
ตุลาคม 2566 เมื่อครบกำหนด 180 วัน ที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานให้โอกาสแก่บริษัทจีเดค จำกัด ปรับปรุงแก้ไขตามรายการที่ให้ไว้ในคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตประกอบกิจการ แต่ไม่ปรากฏการตอบสนองใดๆ จากบริษัท ในโรงงานก็ไม่มีกิจกรรมปรับปรุงแก้ไขแต่อย่างใด เวลาเดียวกันการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของเทศบาลนครหาดใหญ่ก็คือการขนขยะขึ้นไปเทกองทับซ้อนบนภูเขาขยะเดิมยิ่งส่งผลกระทบต่อชุมชนรุนแรงมากขึ้น จนเป็นเหตุให้มีการร้องเรียนรายวันไปยังเทศบาลเมืองควนลังและหน่วยงานอื่นๆ แม้จะพยายามใช้การหารือในการประชุมร่วมของคณะกรรมการไตรภาคีซึ่งประกอบด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาในฐานะตัวแทนของคณะกรรมการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย จังหวัดสงขลา ตัวแทนของเทศบาลทั้งสอง หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ตัวแทนชุมชน และนักวิชาการในการประชุมหลายครั้ง แต่ก็ไม่สามารถทำให้เทศบาลนครหาดใหญ่ดำเนินการใดๆ ในการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม จนช่วงเวลาที่น่าอึดอัดผ่านไป 1 ปี เทศบาลเมืองควนลังจึงตัดสินใจออกหนังสือระงับการนำขยะจากนครหาดใหญ่ไปทิ้งในพื้นที่เทศบาลเมืองควนลัง โดยคาดหวังที่จะให้เทศบาลนครหาดใหญ่ใช้วิกฤตนี้นำเสนอแนวทางการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ซึ่งเจตนาดังกล่าวได้แสดงไว้ในประโยคสุดท้ายของหนังสือฉบับนั้นว่า “จนกว่าเทศบาลนครหาดใหญ่จะมีแนวทางแก้ไขปัญหาที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม เพื่อให้ประชาชนในบริเวณพื้นที่กำจัดขยะมูลฝอย ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”
ตุลาคม 2567 เวลาล่วงเลยมากว่า 180 วัน นับจากวันที่เทศบาลเมืองควนลังออกหนังสือระงับการทิ้งขยะ ราวกับเหตุการณ์จะซ้ำรอยครั้งที่บริษัทจีเดค จำกัด ถูกระงับใบอนุญาตประกอบกิจการผลิตไฟฟ้าเมื่อเวลาล่วงเลยกำหนด 180 วัน บริษัทเพิกเฉย ไม่ปรับปรุงแก้ไขปัญหาเตาเผา สร้างความอึดอัด อึมครึม หนักใจแก่เทศบาลนครหาดใหญ่ เพราะไม่สามารถกำหนดทิศทางการกำจัดขยะให้ชัดเจนได้ บัดนี้เทศบาลนครหาดใหญ่กลับกระทำต่อเทศบาลเมืองควนลังด้วยพฤติกรรมเดียวกัน คือเพิกเฉย ไม่เจรจา ไม่เสนอแนวทางแก้ปัญหาที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม ปล่อยให้กองขยะของนครหาดใหญ่ในเขตเมืองควนลังเป็นปัญหาคาราคาซัง ไม่ดำเนินการตามข้อตกลงที่ให้ไว้ใน “บันทึกข้อตกลงการบริหารจัดการขยะมูลฝอยชุมชน” ลงวันที่ 9 กันยายน 2557 โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดลงนามเป็นพยาน แต่กลับแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการไปก่อกองขยะกองใหม่ในพื้นที่ของท้องถิ่นอื่น
การออกหนังสือระงับการทิ้งขยะของเทศบาลเมืองควนลังไม่ใช่การยุติปัญหาแต่เป็นเพียงการส่งสัญญาณให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับปัญหาการจัดการขยะของนครหาดใหญ่ได้กลับมาร่วมกันหาทางออกอย่างจริงจัง เป็นเพียงก้าวแรกๆ ของความร่วมมือระหว่างสองเทศบาลที่อย่างไรเสียเมืองทั้งสองก็ต้องอยู่และพึ่งพากันและกัน สถานการณ์เช่นนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานคณะกรรมการจัดการสิ่งปฏิกูลมูลฝอย จังหวัดสงขลาจะต้องเข้ามามี บทบาทตามอำนาจและหน้าที่ซึ่งกำหนดไว้ในหนังสือสั่งการของกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 19 เมษายน 2560 โดยจำเป็นต้องหาข้อสรุปเพื่อเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรมดังเช่นที่เทศบาลเมืองควนลังได้แสดงไว้ในส่วนท้ายของหนังสือระงับการทิ้งขยะ
1) เทศบาลนครหาดใหญ่จะดำเนินการอย่างไรกับเตาเผาของบริษัทจีเดค จำกัด ขณะที่ชุมชนเมืองควนลังเห็นว่าบริษัทและระบบเตาเผาของบริษัทเป็นปัญหาที่ก่อผลกระทบต่อชุมชนตลอดมา และหากเทศบาลนครหาดใหญ่จะพัฒนาโครงการขึ้นมาใหม่ ชุมชนเมืองควนลังคงไม่ยินยอมแน่นอน
2) เทศบาลนครหาดใหญ่จะดำเนินการอย่างไรกับกองขยะที่สั่งสมกันมาตั้งแต่ปี 2524 จนเป็นภูเขาขยะที่เทศบาลนครหาดใหญ่รับที่จะดำเนินการตามบันทึกข้อตกลงที่จัดทำขึ้นและมีผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาลงนามเป็นพยานเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2557
3) เทศบาลนครหาดใหญ่มีแผนการจัดการขยะระยะยาวอย่างไร เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่อาจเกิดวิกฤตการจัดการขยะขึ้นในนครหาดใหญ่และส่งผลกระทบต่อศักยภาพของจังหวัดสงขลาที่จะเป็นเจ้าภาพร่วมจัดงานกีฬาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 2025 หรือซีเกมส์ ในช่วงปลายปี 2568
ในวาระที่จังหวัดสงขลาจะได้ผู้ว่าราชการคนใหม่ จึงมีความหวังที่จะเห็นการนำเอาปัญหานี้ขึ้นเป็นวาระเร่งด่วนที่ต้องตัดสินใจและลงมือก่อนที่จะปะทุเป็นวิกฤต

