หน้าแรก บทความ ภาพเก่าเล่าตำ...

ภาพเก่าเล่าตำนาน : ยิวมีบัญชีดำ…เกาะติดเป้าหมายบุคคล

21.10.24 | 13:30 น.

ต้องมีคนเก่ง กล้า เกาะติด อดทน ทุ่มเท และทำงานร่วมกันได้ จึงจะสามารถจัดการเป้าหมายได้แบบ “เบ็ดเสร็จ”

กองทัพยิวฝีมือฉกาจยิ่งนักในการทำสงคราม เลือก “กำจัดผู้นำ” ฝ่ายตรงข้ามทีละคนแบบไม่ยอมเลิกรา…เขาทำได้ยังไง

กองทัพยิวลงมือสังหารแล้ว “ยืดอก” ชิงเปิดเผยต่อสังคมโลก จะตามด้วยการแถลง “ยอมรับ” ของฝ่ายที่สูญเสียแบบตรงไปตรงมา

ผู้เขียนขอเรียบเรียง ถอดความ (บางส่วน) มาจากเยรูซาเลมโพสต์ (28 ก.ย.67) กรณีการสังหารผู้นำเบอร์ 1 ของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่สร้างแรงกระเพื่อมในตะวันออกกลางประดุจแผ่นดินไหว

…กองกำลังป้องกันประเทศอิสราเอลและหน่วยข่าวกรองทางทหารประสบความสำเร็จในการลอบสังหารนายฮัสซัน นาสรัลเลาะห์ เลขาธิการกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ เมื่อวันที่ 27 ก.ย.67 ในย่านใจกลางกรุงเบรุต ปฏิบัติการลับที่สุดและซับซ้อนนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร?

Advertisement

กองทัพยิวใช้ข้อมูลข่าวกรองขั้นสูงและ “การลวง” อันชาญฉลาด ประโคมข่าวว่า นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูจะต้องเดินทางไปอเมริกา

หน่วยข่าวกรองยิวเคยพิจารณาทางเลือกในการลอบสังหารนายฮัสซัน นาสรัลเลาะห์ มาก่อนแล้วหลายครั้ง แต่โอกาสไม่อำนวยและข่าวกรองไม่ชี้ชัด

“หน่วยข่าว” ติดตามบุรุษอันตรายคนนี้มานานหลายปี กองทัพอิสราเอลเคยบุกเข้าเลบานอนมา 3 ครั้ง ไม่มีใครรู้เลยว่าเขาซ่อนตัวอยู่ที่ไหน และข้อมูลเกี่ยวกับตัวเขาก็มีเพียงเล็กน้อย เงื่อนไขทางการเมือง ข่าวกรอง และการปฏิบัติการลอบสังหารนายนาสรัลเลาะห์ได้ผ่านพ้น หลุดมือไปแล้วในหลายโอกาส

ปลายกันยายน 2567 …หน่วยข่าวกรองมีข้อมูลชัดเจน เสนอแนะให้ “ลงมือ” อีกครั้ง …ฝ่ายการเมืองก็เห็นชอบด้วยหลังจากที่ได้รับข้อมูลข่าวกรองลับและละเอียดอ่อนที่รวบรวมมาเพื่อจะขอ “ปิดฉาก” การตามล่าที่ทำมานานแสนนาน

การเตรียมการและ “การตัดสินใจ” สำหรับการลอบสังหารเป้าหมายเริ่มขึ้นในวันพุธที่ 25 กันยายน 2567 การรอคอยที่น่ากังวลคือ ต้องรอข่าวกรองที่แม่นยำและเชื่อถือได้ เพื่อระบุ “ช่วงเวลา” ของการประชุมผู้นำกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่กำหนดจะประชุมในศูนย์บัญชาการใต้ดินในกรุงเบรุต

นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ออกทีวีแถลงภารกิจตามปกติ แถลงข่าวดีเรื่องอนุมัติความคืบหน้าของกระบวนการหยุดยิง และแถลงย้ำว่าตนเองจะต้องไปอเมริกา

เนทันยาฮูบินไปสหรัฐอเมริกาด้วยเครื่องบินรุ่น “Wing of Zion” (เป็น Air Force One ของอิสราเอล) ซึ่งเป็นความจริงเพื่อให้ผู้นำของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ “ตายใจ” ว่า… ในช่วงเวลานั้นผู้นำประเทศอิสราเอล “ไม่อยู่ในประเทศ”

เมื่อมีข่าวว่า ผู้นำสูงสุดของยิวจะไม่อยู่ในประเทศทำให้ฝ่ายฮิซบอลเลาะห์มั่นใจว่า…น่าจะไม่มีปฏิบัติการทางทหารขนาดใหญ่ และไม่น่าจะมีเรื่องคอขาดบาดตายเกิดขึ้นแน่นอน ดังนั้น จึงเรียกประชุมผู้นำที่สำนักงานใหญ่ใต้ดิน ซึ่งเป็นศูนย์บัญชาการ “ลับที่สุด” ขององค์กรชีอะห์ในใจกลางย่านดาฮิยาในกรุงเบรุต

ตลอดเที่ยวบินสู่สหรัฐอเมริกาบนเครื่องบิน ปีกแห่งไซออน ผู้นำประเทศในยามสงครามจะไม่มีวันขาดการติดต่อสื่อสารเด็ดขาด มีการพูดคุยทำความเข้าใจแผนการสังหารผู้นำคนนี้อย่างชัดเจน มีการอัพเดตข่าวกรองเกี่ยวกับเป้าหมายในเลบานอน และความพร้อมของหน่วยข่าวกรองและกองทัพอากาศในการโจมตีที่ไม่มีใครหลบหนีได้ แม้จะอยู่ในเครือข่ายใต้ดินก็ตาม

ทุกย่างก้าว ทุกเวลานาที สถานที่อยู่ของนายนาสรัลเลาะห์ในกรุงเบรุต อยู่ในระบบการติดตามตัวแบบ “ลับที่สุด”

คืนวันพฤหัสบดี ครม.อิสราเอลประชุมทางโทรศัพท์ซึ่งสิ้นสุดลงในเวลา 04.00 น. ตามเวลาอิสราเอล หรือ 21.00 น. ตามเวลานิวยอร์ก นายกรัฐมนตรียิวเตรียมควบคุมสถานการณ์แบบสดๆ มีเครื่องมือสื่อสารเต็มพิกัดจากห้องพักในโรงแรมในนิวยอร์ก

หลังจากหารือกับนายโยอัฟ กัลลันต์ รัฐมนตรีกลาโหม นายเฮอร์ซี ฮาเลวี เสนาธิการกองทัพป้องกันอิสราเอล และนายเดวิด บาร์เนีย หัวหน้าหน่วยข่าวมอสสาดอย่างเป็นทางการแล้ว นายเนทันยาฮูและนายกัลลันต์ “อนุมัติแผน” ให้สังหารเป้าหมายได้

ประมาณ 10.00 น.ของวันศุกร์ตามเวลาอิสราเอล เนทันยาฮูได้หารืออีกครั้งกับรัฐมนตรีกลาโหมและเสนาธิการทหาร โดยหน่วยข่าวกรองที่ยืนยันว่า…บุคคลเป้าหมายจะไปตรงนี้ เวลานี้

มันเป็นช่วงเวลาที่ฉุกละหุก เพราะช่วงนาทีนั้นเนทันยาฮูจะต้องขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในเวทีสหประชาชาติ ซึ่งกองทัพอิสราเอลได้เตรียมการเสร็จสิ้นแล้ว เพียงรอคำสั่งเด็ดขาด-สุดท้ายจากผู้นำ

เนทันยาฮูพูดทางโทรศัพท์เข้ารหัส ให้ “ไฟเขียว” สำหรับการลอบสังหารที่มีเป้าหมายชัดเจน…เหตุสังหารครั้งนี้จะต้องสั่นสะเทือนตะวันออกกลางและโลกอาหรับ

27 กันยายน 2567 ช่วงบ่าย กองทัพอากาศยิวที่พร้อมอยู่แล้วนำฝูงบินรบจากดินแดนอิสราเอลขึ้นสู่ท้องฟ้าไปเบรุต

กองทัพอากาศอิสราเอลใช้เครื่องบินรบ F-15I ไปปฏิบัติการทิ้งระเบิดมากกว่า 80 ลูก พร้อมระเบิดแบบบังเกอร์บัสเตอร์ ขนาด 2,000 ปอนด์ของสหรัฐ รวมถึงชุดนำวิถี JDAM (Joint Direct Attack Munition) ในการโจมตี

ทุกฝ่ายเฝ้าคอยการรายงานจากฝูงบินยมบาล

เสนาธิการทหารบกและรัฐมนตรีกลาโหมลงไปติดตามสถานการณ์ใน “ศูนย์บัญชาการใต้ดิน” ซึ่งเป็นฐานทัพใต้ดินของกองทัพอิสราเอลในเทลอาวีฟ พลตรี ชโลมี บินเดอร์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ พลตรี โทเมอร์ บาร์ และพลตรี โอเด็ด บาซิอุก

ฝูงบินขับไล่ยิวบุกเข้าไปในน่านฟ้าประเทศเลบานอน พุ่งตรงไปกรุงเบรุต

เสืออากาศยิวผู้ช่ำชอง กดปุ่มยิงจรวด ทิ้งระเบิดหลายสิบลูกถล่มลงไป ณ เป้าหมาย ซึ่งก็คือศูนย์บัญชาการของผู้นำฮิซบอลเลาะห์ ที่อยู่ใต้ดินลึกลงไปราว 20 เมตร เกิดระเบิดซ้ำๆ เป็นหลุมลึก กว้างใหญ่ อาคารโดยรอบพังถล่มประดุจฟ้าผ่า เกิดกลุ่มควันสีดำพุ่งสู่ท้องฟ้ากรุงเบรุต สามารถมองเห็นได้จากระยะไกล

ชั่วอึดใจ…กองทัพอากาศยิวส่ง UAV ไร้คนขับบินไปถ่ายภาพความพินาศ ณ ที่หมายแล้วส่งภาพไปยัง “ศูนย์บัญชาการใต้ดิน” ของกองทัพอากาศยิวในขณะที่อาคารต่างๆ พังถล่มลงมา

มีเสียงเฮลั่นกองบัญชาการใต้ดินของยิว รวมถึงเสียงเฮสนั่นในห้องโรงแรมที่นครนิวยอร์ก

(กองทัพอากาศยิวเคยพลาดมาก่อน กรณีลอบสังหารนายอาลี คารากี เนื่องจากเครื่องบินรบนำจรวด ลูกระเบิดไปแบบจำกัด อำนาจการทำลายล้างไม่พอ การสังหารครั้งนี้จึงจัดแบบเต็มพิกัด)

ผลการปฏิบัติการ “ลับที่สุด” สามารถสังหารนายนาสรัลเลาะห์ และนายอาลี คารากี ผู้บัญชาการแนวรบด้านใต้ของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ พร้อมกับบุคคลสำคัญคนอื่นๆ แบบม้วนเดียวจบ

โฆษกกองทัพอิสราเอลแถลงข่าวการสังหารทันที ในขณะที่สังคมโลกยังไม่มีใครเชื่อ ไม่มีใครรู้เรื่อง…

อีกราว 6 ชั่วโมงต่อมา ฝ่ายฮิซบอลเลาะห์แถลงข่าว “ยอมรับ” เพราะต้องไปขุดค้นหาศพของผู้เสียชีวิตทั้งหมดใต้ดิน

กระทรวงสาธารณสุขของเลบานอนรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 33 ราย และบาดเจ็บ 195 ราย

ที่ผ่านมา… นายนาสรัลเลาะห์รู้ตัวดีว่า “ตกเป็นเป้า” เขาหลีกเลี่ยงการปรากฏตัวต่อสาธารณะมาตั้งแต่สงครามเมื่อปี 2549 ที่ผ่านมา เขาระมัดระวังตัวมาตลอด มีการเคลื่อนไหวแบบจำกัดและกลุ่มคนที่เขาพบเห็นมีจำนวนน้อยมาก การรักษาความปลอดภัยนายนาสรัลเลาะห์เข้มงวด ปิดลับ แหล่งข่าวกล่าว… การลอบสังหารแสดงว่ากลุ่มของเขาถูกแทรกซึมโดยสายข่าวของอิสราเอล

นายนาสรัลเลาะห์มิใช่รายแรกนะครับ แต่เป็นเบอร์ 1 ที่หน่วยข่าวมอสสาด (Mossad) ของยิวไล่ล่ามากว่า 30 ปี ที่สำคัญคือเขามีส่วนบงการสังหารหมู่ชาวยิวราว 1,200 คน เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 (รวมถึงแรงงานคนไทย 41 คน ที่ทำงานในอิสราเอลก็เสียชีวิตด้วย)

เพจเจอร์ที่ฝ่ายฮิซบอลเลาะห์พกติดเอวกลายเป็นระเบิดสังหารราว 3 พันเครื่อง วิทยุสื่อสารที่กลายเป็นระเบิดได้ และการโจมตีด้วยโดรน เป็นการตั้งเป้าสังหารศัตรู เป็นส่วนหนึ่งของแผนปฏิบัติการของกองทัพอิสราเอลมาช้านาน มีมาตั้งแต่ขบวนการใต้ดินของไซออนนิสต์ช่วงก่อตั้งประเทศ

ที่ผ่านมา… อิสราเอลถูกกล่าวหาว่ามีส่วนในการสังหารนักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ชาวอิหร่านหลายคนในอิหร่าน โดยเหตุการณ์ในปี 2564 มีรายงานว่า…สายลับยิวใช้ปืนกลควบคุมระยะไกลลั่นไกสังหารเป้าหมายแบบจับมือใครดมไม่ได้เลย

รัฐบาลอิสราเอลให้เหตุผลว่า “การสังหารเป้าหมาย” ของอิสราเอลเป็นการป้องกันตนเองจากกลุ่มก่อการร้าย และศาลฎีกาของอิสราเอลในปี 2549 ได้ตัดสินว่าการสังหารเจ้าหน้าที่ฮามาสเป็นสิ่งที่อนุญาตได้เป็นรายกรณี ตราบใดที่คำนึงถึงความเสี่ยงต่อผู้บริสุทธิ์ที่อยู่รอบข้างด้วย

การตามล่า เลือกสังหารบุคคลสำคัญแบบมืออาชีพ สร้างความหวาดผวา เสียขวัญต่อทุกคนที่เป็นระดับผู้นำที่เป็นฝ่ายตรงข้ามของยิว พวกเขาต้องใช้ชีวิตแบบหลบซ่อน บ้างก็ต้องไปอยู่ต่างประเทศ เป็นชีวิตที่แสนลำเค็ญ เพราะยิวตามกัดไม่ปล่อยทั้งชีวิต

นี่เป็น “ข้อมูลจริง” ที่เกิดขึ้นแล้ว… มิใช่การมายกย่องสรรเสริญ หรือสนับสนุนแต่ประการใด…

พลเอกนิพัทธ์ ทองเล็ก