หุ่นยนต์ ฮิวมานอยด์ ตัวหนึ่งกำลังจะสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับทั้งโลกของงานศิลปะและโลกของหุ่นยนต์ เมื่อสำนักประมูลชื่อดังระดับโลกอย่าง Sotheby ประกาศเมื่อ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา ว่าจะนำเอาภาพ “พระเจ้าเอไอ” (AI God) ออกประมูลอย่างเป็นทางการ โดยจะเปิดรับราคาประมูลที่เริ่มต้นตั้งแต่ 120,000 ดอลลาร์ ขึ้นไปในวันที่ 31 ตุลาคมที่จะถึงนี้ จนถึงวันปิดรับการเสนอราคาในวันที่ 7 พฤศจิกายน
ภาพ “พระเจ้าเอไอ” เป็นภาพเขียนแนวแอ๊บสแตรกต์ ที่แสดงถึงใบหน้าบางส่วนของ อลัน เทอริง (Alan Turing) นักคณิตศาสตร์คนสำคัญชาวอังกฤษสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกวิทยาการคอมพิวเตอร์และปัญญาประดิษฐ์ยุคแรกสุดของโลก
ที่น่าสนใจก็คือ อลัน เทอริง เองคือคนแรกๆ ที่ออกมาเตือนถึงศักยภาพและอันตรายของเอไอ ที่จะส่งผลต่อมวลมนุษยชาติ อันเป็นหัวข้อที่ยังคงถกกันอยู่ไม่รู้จบมาจนกระทั่งถึงบัดนี้
ภาพพระเจ้าเอไอนี้ เป็นหนึ่งในงานฝีมือของ “ไอ-ดา” (Ai-Da) หุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ หรือหุ่นยนต์ที่มีลักษณะเหมือนมนุษย์ ดังนั้น ไอ-ดา จึงกำลังจะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ว่า คือ หุ่นตัวแรกที่สามารถขายผลงานศิลปะ ผ่านสำนักประมูลระดับโลกได้สำเร็จ ในสนนราคาที่อย่างน้อยที่สุดก็ต้องเกินกว่า 120,000 ดอลลาร์ ที่เป็นราคาเริ่มต้นอย่างแน่นอน
“ไอ-ดา” เป็นส่วนหนึ่งของโครงการทดลองที่กำลังดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ที่ต้องการทดลองสร้างหุ่นฮิวมานอยด์ ที่ติดตั้งปัญญาประดิษฐ์เอาไว้พร้อมกันไปด้วยออกมา
ไอ-ดา แล้วเสร็จเป็นรูปเป็นร่างเมื่อปี 2019 ภายใต้ความร่วมมือของ ไอเดน เมลเลอร์ แกลเลอริสต์ ชาวอังกฤษ กับบริษัทผู้ผลิตหุ่นยนต์ ชื่อ เอ็นจิเนียด์ อาร์ตส์ (Engineered Arts)
เป้าหมายในการพัฒนาไอ-ดา ก็คือ การสร้างหุ่นยนต์ที่มีปัญญาประดิษฐ์เป็นมันสมอง ให้สามารถสร้างงานซึ่งฉายให้เห็นบุคลิกเฉพาะตัวของไอ-ดาออกมาผ่านงานศิลปะที่รังสรรค์ขึ้นในแต่ละชิ้น
บุคลิกจำเพาะของไอ-ดา คืออะไร? คำตอบก็ คือ คุณลักษณะที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างความเป็นเครื่องจักรที่ไร้สำนึก เข้ากับกิริยาอาการของเอไอ แต่ในขณะเดียวกันก็มีกลิ่นอายของความเป็นคนเจือปนอยู่ด้วยอย่างชัดเจน อันเป็นบุคลิกของศิลปินผู้หนึ่งซึ่งสามารถเป็นกระจกสะท้อนกระแสและพฤติกรรมร่วมสมัยต่างๆ ออกมาได้
ในการทำงานเพื่อรังสรรค์ผลงานชิ้นประวัติศาสตร์อย่าง “พระเจ้าเอไอ” ขึ้นมานี้ ไอ-ดาเริ่มด้วยการใช้กล้องถ่ายภาพเพื่อให้ได้ภาพที่เป็นข้อมูลดิบป้อนให้กับระบบของตน ข้อมูลดังกล่าวนี้จะถูกสังเคราะห์ต่อโดยระบบกราฟิก อัลกอริทึม ที่ติดตั้งไว้กับตัวหุ่นไอ-ดา แล้วประมวลข้อมูลทั้งหมดออกมาเพื่อสร้างเป็นภาพที่ต้องการวาดขึ้นมา ขั้นตอนนี้จำเป็นต้องมีมนุษย์ช่วยแนะนำและปรับแต่งให้เล็กน้อย
หลังจากผ่านขั้นตอนการออกแบบดังกล่าวแล้ว ไอ-ดา จะสร้างผลงานที่ออกแบบไว้ในระบบประมวลผลของตนเองออกมาใหม่บนแผ่นกระดาษ โดยใช้พู่กันที่ติดตั้งไว้กับแขนหุ่นทั้งสองเป็นเครื่องมือในการสร้างสรรค์งานนี้ออกมา
โดยรูปลักษณ์ภายนอกแล้ว ไอ-ดา ถูกสร้างขึ้นมาให้เป็น สุภาพสตรีผิวขาว ตาสีน้ำตาล ไว้ผมสั้นทรงบ็อบ ส่วนชื่อนั้น ถูกเลือกใช้เพื่อเป็นเกียรติให้แก่ เอดา เลิฟเลซ (Ada Lovelace) นักคณิตศาสตร์ชาวอังกฤษ ในสมัยศตวรรษที่ 19 ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น บุคคลแรกของโลกที่มีแนวความคิดว่าจักรกลยังสามารถประยุกต์ใช้ได้กว้างไกลเกินกว่า การใช้เพื่อการคำนวณเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
น่าเสียดายที่ เลิฟเลซ เสียชีวิตเร็วมาก งานยุคบุกเบิกของเธอจึงชะงักอยู่แค่เพียงขั้นตอนเริ่มต้นเท่านั้น เพราะ เลิฟเลซ เสียชีวิตลงในปี 1852 ด้วยโรคมะเร็ง ขณะอายุได้เพียง 36 ปีเท่านั้นเอง
นับตั้งแต่เป็นรูปเป็นร่างในปี 2019 ไอ-ดาเคยปรากฏตัว แสดงขีดความสามารถต่างๆ มากมายหลายครั้ง รวมทั้งการปรากฏตัวต่อ สภาขุนนางของอังกฤษ เพื่อตอบคำถาม โดยใช้หลักการของ ลาร์จ แลงเกวจ โมเดล (แอลแอลเอ็ม) ซึ่งเป็นแบบเดียวกับที่ใช้ใน “แชตจีพีที” ในการตอบคำถาม
ในส่วนของผลงานศิลปะฝีมือของไอ-ดา ก็ถูกนำออกจัดแสดงในหลายประเทศทั่วโลก รวมทั้งที่สำนักงานใหญ่สหประชาชาติในนิวยอร์ก ระหว่างงาน AI for Global Good Summit เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

