การเมืองสหรัฐ โรงถ่ายฮอลลีวู้ด
การที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดนส่ง “เจค ซัลลิแวน” ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงไปประเทศจีน ก็เพื่อขอให้รัฐบาลจีนเปิดการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิงและโจ ไบเดน ณ กรุงปักกิ่ง อันเป็นการพบกันระหว่างสองผู้นำก่อนอำลาทำเนียบขาว โดยอ้างว่าเพื่อวัตถุประสงค์ในการควบคุมความเสี่ยงของโลก โดยเฉพาะปัญหาสงครามยูเครนและกาซา ตลอดจนเหตุการณ์ขมุกขมัวที่ช่องแคบไต้หวันและทะเลจีนใต้ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่น่าจะส่งผลกระทบถึงการเลือกตั้งสหรัฐในเดือนพฤศจิกายน แต่เชื่อว่าคงเป็นไปได้ยาก
เหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างจีนและสหรัฐ ยังมีความคลุมเครือ การที่ไบเดนประกาศถอนตัวไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง กอปรกับอยู่ในสภาพ “เป็ดง่อย” ไบเดนทำงามหน้าส่งซัลลิแวนไปปักกิ่ง เพื่อเจรจาเรื่องดังกล่าว จึงเป็นเหตุให้สังคมเกิดความสับสน สับสนเพราะเหลือเวลาอีกไม่นานก็หมดวาระ จึงไม่มีเหตุอันควรที่จะทำเพื่อหน้าที่ของตน นอกจากเป็นการปูทางให้แก่ “คามาลา แฮร์ริส” เพื่อสร้างความมั่นใจทางการเมือง
“ซัลลิแวน”อยู่ที่ปักกิ่งรวม 15 ชั่วโมง ผู้ร่วมคณะส่วนใหญ่สามารถพูดภาษาจีนกลางได้คล่องแคล่ว หนึ่งในนั้นมีอเมริกันชนเชื้อสายจีน ทุกคนล้วนเป็นผู้ที่รู้เรื่องจีนและเข้าใจจีนเป็นอย่างดี
แต่การเยือนจีนของซัลลิแวนและคณะครั้งนี้ เน้นเรื่องพิธีการมากกว่าเนื้อหาสาระ เพราะว่าหลังจากวันที่ 5 พฤศจิกายน ประธานาธิบดีคนใหม่แจ้งเกิด ซัลลิแวนก็หมดวาระเช่นกัน ต่อให้ “แฮร์ริส” ได้รับเลือก เธอก็คงไม่ใช้ “ซัลลิแวนบริการ” เพราะเธอมีคณะทำงานทางการทูตอยู่แล้ว แต่ถ้าโดนัลด์ ทรัมป์ได้รับเลือก เขาไม่ใช้บริการดังกล่าวแน่นอน นอกจากนี้ น่าเชื่อว่า นโยบายต่างประเทศของไบเดนต้องถูกยกเลิกตามนิสัยของทรัมป์
แต่การไปปักกิ่งของซัลลิแวนก็มีส่วนสะท้อนให้เห็นว่า ไบเดนต้องการใช้วาระสุดท้ายของการดำรงตำแหน่งชักชวนจีนให้ช่วยกันควบคุมความเสี่ยงเกี่ยวกับสงครามยูเครน สงครามกาซา ตลอดจนความขัดแย้งช่องแคบไต้หวัน และทะเลจีนใต้ แต่สายเกินไป
อย่างไรก็ตาม จุดยืนของจีนชัดเจน คือธำรงไว้ซึ่งความเป็นกลางในสงครามยูเครน ผลักดันให้ทำการประนีประนอม ส่วนสงครามกาซา จีนขอร้องให้หยุดยิงโดยพลัน เพื่อยุติวิกฤตมนุษยธรรม สำหรับปัญหาช่องแคบไต้หวันและทะเลจีนใต้ จีนยืนยันธำรงไว้ซึ่งผลประโยชน์หลักของจีน ไม่มีช่องว่างสำหรับเจรจาประนีประนอม ส่วนการเลือกตั้งสหรัฐ จีนไม่ก้าวก่ายแทรกแซง
หากกล่าวกับพฤติกรรมของไบเดนที่มีต่อจีนยังไม่ปรากฏได้รับความเชื่อถือ การประชุมในอดีต แม้ไบเดนให้คำมั่นหลายเรื่อง แต่เมื่อออกจากที่ประชุม คำมั่นก็ลอยไปตามลม ทำเนียบจงหนานไห่จึงไม่เชื่อใจไบเดน ในสมัยที่หาเสียงแข่งกับทรัมป์ โจมตีทรัมป์เรื่องเก็บภาษีนำเข้าสินค้า แต่เมื่อได้รับเลือก นอกจากไม่ยกเลิกยังเรียกเก็บเพิ่ม จึงยังหาความเชื่อถือมิได้ ส่วนสงครามกาซา เขาพูดว่าอยากเห็นสันติภาพในตะวันออกกลาง ไม่พอใจวิกฤตมนุษยธรรม แต่การช่วยเหลือด้านการทหารแก่อิสราเอลก็ยังดำรงอยู่และดำเนินต่อไป
ดูเหมือนว่าไบเดนมักมากในคุณจอมปลอมของตน หมกมุ่นในความฉาบฉวยเป็นวิสัย ถือว่าตนเองเปี่ยมด้วยประสบการณ์ทางการทูต เคยเป็นประธานกรรมาธิการต่างประเทศในวุฒิสภาเป็นเวลาหลายปี มีความเป็นต่อสี จิ้นผิง แต่เอาจริงเข้า ทำเนียบขาวทำการแซงก์ชั่นมากมาย แต่จีนไม่สะทกสะท้าน กลับเป็นการสร้างโอกาสให้จีนยกระดับการผลิตที่มีคุณภาพสูงขึ้น อีกทั้งทำให้ห่วงโซ่ธุรกิจสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ในทางตรงกันข้ามกลับทำให้จีนเพิ่มพลังในการตัดขาดห่วงโซ่ที่ไม่ต้องการอีกโสตหนึ่ง และไม่เคยเกรงกลัวลัทธิฝ่ายเดียวของสหรัฐ
ดังนั้น ไบเดนจึงไม่อยู่ในสายตาของปักกิ่ง หากจะเปรียบเทียบกับอดีตประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน ทิ้งห่างกันมาก จีนให้ความสำคัญและเคารพนับถือ เพราะเป็นผู้นำที่สร้างคุณูปการโดยการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตจีน-สหรัฐ แม้พ้นวาระการดำรงตำแหน่ง จีนยังส่งเครื่องบินไปรับ “นิกสัน” มาเที่ยวปักกิ่งเป็นการส่วนตัว ส่วนไบเดน แม้วันนี้ยังอยู่ในตำแหน่ง แต่ดูประหนึ่งรัฐบาลจีนไม่ได้ให้ความสนใจเท่าที่ควร เพราะเรื่องที่ไบเดนปฏิบัติต่อจีนยังห่างไกลจากความสร้างสรรค์ต่อสัมพันธไมตรีจีน-สหรัฐ เจตนาไม่บกพร่อง ดังนั้น จึงไม่มีเหตุผลอันควรที่จะเชิญไบเดนให้มาเยือนปักกิ่งพร้อมทั้งเปิดการประชุมสุดยอด
แต่เพื่อรักษาหน้าตาของไบเดน คาดว่าจีนน่าจะเปิดโอกาสให้ได้พบสี จิ้นผิง แต่ไม่เป็นทางการ หากเป็นเพียงพิธีการเท่านั้น 1 คือ การประชุม APEC ประเทศเปรู 1 คือการประชุมสุดยอด G 20 ประเทศบราซิล
แต่ว่าปักกิ่งมองปัญหาต่างประเทศไม่เป็นเพียงพิธีการเท่านั้น หากเป็นผลประโยชน์หลักอันเกี่ยวกับปัญหาช่องแคบไต้หวัน ประเด็นที่น่าสนใจคือเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม “ไล่ ชิงเต๋อ” ผู้นำสูงสุดไต้หวันได้ไปเยือน “จินเหมิน” ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ของไต้หวัน และพักที่นั่น 1 คืน จึงทำให้สังคมเกิดความสงสัยคลางแคลงใจ
ส่วนปักกิ่งได้ส่งสัญญาณว่า ประเด็นช่องแคบไต้หวันคือปัญหาภายในของคนจีน สหรัฐแทรกแซงมิได้เป็นอันขาด อนึ่ง การเยือนจีนของซัลลิแวนก็ได้ยืนยันแข็งขันต่อรัฐบาลจีน ยอมรับนโยบายจีนเดียว คัดค้านเอกราชไต้หวัน คัดค้าน 1 จีน 1 ไต้หวัน แต่ปักกิ่งฟังเขาพูด แต่จะรอดูเขาทำ ไม่หลงคารมการโฆษณาชวนเชื่อ
สรุปโดยรวม ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐยังมีความคลุมเครือ คลุมเครือเพราะเกิดจากปัญหาภายในของสหรัฐขยายวงกว้างจนสร้างปัญหาการเมืองภูมิรัฐศาสตร์ระดับโลก และกระทบถึงจีนเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงมิได้
ในความเป็นจริง การเมืองสหรัฐเป็นการโฆษณาชวนเชื่อ ยังไม่ปรากฏมีความเชื่อถือ สงครามกาซาคือ
อุทาหรณ์ ไบเดนตำหนิวิกฤตมนุษยธรรม แต่ส่งอาวุธให้อิสราเอลโจมตีกาซาอย่างต่อเนื่อง นโยบายจีนเดียวคืออุทาหรณ์ สหรัฐยืนยันรับรอง แต่ส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงไปเยือนไต้หวัน และขายอาวุธให้ไต้หวัน อีกประการหนึ่งคือเป็น ระบบการเมืองที่สร้างภาพ ละม้ายกับการสร้างภาพในโรงถ่ายย่านฮอลลีวู้ด
ดูได้จากภาพยนตร์อันมีอัศวินสามารถโผผินโบยบินท่ามกลางเมฆหมอก ล้วนเป็นอัศวินจอมปลอม อันเกิดจากอุปกรณ์ทันสมัยและศิลปะการถ่ายทำใน “ยูนิเวอร์แซลสตูดิโอ”
สำหรับเรื่องที่ไบเดนพยายามช่วงชิงโอกาสพบสี จิ้นผิงให้ได้ก่อนครบวาระนั้น พออนุมานได้ว่า เพียงเพื่อบำบัดความฟุ้งเฟ้อของท่านผู้เฒ่าเท่านั้น ไม่สามารถช่วยให้อนาคตทางการเมืองของ “คามาลา แฮร์ริส” เจริญรุ่งเรือง เพราะถ้าหากเธอได้รับเลือก ความแตกแยกของสหรัฐก็ยังดำรงอยู่และอาจดำเนินต่อไป
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าพรรครีพับลิกัน ไม่ว่าพรรคเดโมแครตจะได้เป็นผู้บริหาร การถือจีนเป็นศัตรูจินตนาการก็ยังอยู่และอาจเข้มข้น ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเอาใจอเมริกันชนส่วนใหญ่ จึงเป็นเหตุให้อรรถประโยชน์ลดลงตามลำดับ ด้วยเหตุนี้ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐจึงยังต้องคลุมเครือต่อไป

