ปัจจัย ชัยชนะ ครอบครอง ‘แผ่นดิน’ กุม ‘อำนาจ’
หนังสือ “ฮ่องเต้” จากสำนวนการแปลและเรียบเรียงของ อดุลย์ รัตนมั่นเกษม บรรยาย
ถึงสถานการณ์หลังการตายของฌ้อปาอ๋องในการยุทธ์ไกเสี้ยน่าตื่นตาตื่นใจ
พระยาเจ้าเมืองต่างก็ถวายชื่อแก่เล่าปังสนับสนุนให้เป็นฮ่องเต้
พระยาเจ้าเมืองต่างๆ และหลูหว่าน เจ้าเมืองฉางอาน รวมกว่า 300 คน ได้ตั้งอกตั้งใจฟังพระบรมราชโองการการเสด็จขึ้นเป็นฮ่องเต้ของเล่าปังเมื่อขึ้น 3 ค่ำเดือนยี่
ในปีนั้นเล่าปังมีอายุได้ 55 ปี
ยุทธนิยายเรื่อง “ไซ่ฮั่น” ฉบับวังหลังฉายภาพนี้ในรายละเอียดไปอีกอย่าง เป็นเหตุการณ์ ณ เมืองลั่วหยาง
เดือน 3 ตรุษจีนขึ้นปีใหม่
เป็นเหตุการณ์เดียวกันอย่างแน่นอน แต่ก็ต้องยอมรับว่าด้วยมุมมองอันแผกแตกต่างกัน
จำเป็นต้องศึกษา
นั่นก็คือ เป็นภาพของหานซิ่นและขุนนางทั้งปวงเรียงแถวกันเข้ามาคำนับฮั่นอ๋องพร้อมกันตามธรรมเนียม
ขุนนางทั้งปวงจึงปรึกษากันว่า
“บัดนี้ แผ่นดินที่ราบคาบเป็นปกติแล้ว เราจะตั้งพระเจ้าฮั่นอ๋องขึ้นเป็นพระเจ้าฮั่นเต้ ผู้ใดจะเห็นผิดแลชอบประการใดบ้าง”
ขุนนางทั้งปวงก็เห็นพร้อมกันสิ้น
จึงพากันเอาเนื้อความเข้าไปแจ้งแก่ฮั่นอ๋อง ปรากฏว่าฮั่นอ๋องเห็นแย้ง “ด้วยเราได้ยินคำโบราณมาอยู่ว่า ที่ฮั่นเต้นี้สูงนัก ต่อผู้ใดมีบุญมากและสติปัญญาลึกซึ้ง
รู้รักษาแผ่นดินแลบำรุงราษฎรทั้งปวงให้อยู่เย็นเป็นสุขจึงจะเป็นฮั่นเต้ได้”
ต่อขุนนางทั้งปวงวิงวอนถึง 3 ครั้ง จึงยินยอม ณ วันเดือนสี่ ขึ้นห้าค่ำ ฮั่นอ๋องก็ขึ้นเป็นพระเจ้าฮั่นเต้ ณ เมืองลั่วหยาง
แล้วให้แต่งกฎหมายประกาศไปทุกหัวเมืองเป็นใจความว่า
เดิมแผ่นดินนี้พระเจ้าจิ้นอ๋องได้เป็นกษัตริย์สืบพระวงศ์มาจนพระเจ้าจิ๋นซีฮ่องเต้ และยี่ซีฮ่องเต้ ซาซีฮ่องเต้
จนถึงหลอก๋งได้เป็นกษัตริย์
อาณาประชาราษฎร์ทั้งปวงก็มิได้อยู่เย็นเป็นสุขแต่ได้ความเดือดร้อนนัก ฮั่นอ๋องคิดกรุณาแก่คนทั้งปวงจึงสู้อุตส่าห์กระทำศึก
กำจัดหลอก๋งซึ่งเป็นคนหากตัญญูมิได้นั้นเสีย
ครั้งนี้ก็สำเร็จราชการแล้ว ครั้นจะเอาเชื้อพระวงศ์กษัตริย์แต่ก่อนมาตั้งขึ้นเป็นเจ้าแผ่นดินก็หามีผู้ใดไม่
หลอก๋งฆ่าเชื้อสายกษัตริย์เสียสิ้นแล้ว
แลบัดนี้ ขุนนางผู้ใหญ่ ผู้น้อยทั้งปวง ปรึกษาพร้อมกัน เห็นว่าฮั่นอ๋องควรเป็นกษัตริย์ รักษาแผ่นดินได้
จึงตั้งฮั่นอ๋องเป็นพระเจ้าฮั่นเต้
ตั้งไทก๋งผู้บิดาเป็นไทเสียงหลงที่พระวงศ์ผู้ใหญ่ ตั้งเล่าเอ๋ง บุตรฮั่นอ๋องเป็นมหาอุปราช ตั้งนางหลีหงวนฮองเฮา เป็นพระอัครมเหสี
ครองราชสมบัติอยู่ ณ เมืองลั่วหยาง
ซึ่งกฎหมายเก่ามีอยู่ ณ เมืองฌ้อ เมืองฉิน ก็ดีให้เลิกเสีย เอากฎหมายใหม่บังคับกิจราชการแผ่นดิน
ตามซึ่งมีไปนั้น
พระเจ้าฮั่นเต้สั่งให้แต่งโต๊ะเลี้ยงขุนนางที่ตำหนักลำกะหยง ท้ายวังฝั่งตะวันออก ขณะเมื่อนั่งกินโต๊ะอยู่นั้น
พระเจ้าฮั่นเต้จึงว่า
“เรามีความสงสัยอยู่ข้อหนึ่งจะถามท่านทั้งปวงให้ว่าแต่ความจริงทุกคน”
ขุนนางทั้งปวงได้ฟังพระเจ้าฮั่นเต้ว่าดังนั้น ก็นิ่งคอยฟังอยู่สิ้น
พระเจ้าฮั่นเต้จึงว่า “เหตุใดเราจึงทำศึกได้แผ่นดิน หลอก๋งเหตุอย่างไรจึงเสียแผ่นดินแก่เรา”
อองหลินกับโกกีจึงทูลว่า
ซึ่งพระองค์ได้แผ่นดินทั้งนี้เพราะมีน้ำใจโอบอ้อม มีความกรุณาแก่คนนัก
ถึงมาตรว่าพระองค์จะใช้ทหารรบพุ่ง แลกระทำมิเหมือนใจไต้อ๋อง ไต้อ๋องโกรธขึ้นมาก็มิได้เอาโทษ
ถ้าผู้ใดกระทำความชอบ ก็ปูนบำเหน็จ
คนทั้งปวงจึงมีน้ำใจสวามิภักดิ์ รักไต้อ๋องโดยสุจริต ไต้อ๋องจึงกระทำการใหญ่ได้สำเร็จ
อันหลอก๋งนั้น
น้ำใจก็ร้ายกาจนัก มิได้มีเมตตาแก่คน ถ้าเห็นผู้ใดมีสติปัญญาอยู่ก็มักแคลง ถึงจะทำความชอบไว้เป็นอันมากถ้าผิดครั้งหนึ่งก็ฆ่าเสีย
แล้วประการหนึ่ง
หลอก๋งได้เป็นกษัตริย์ ก็ไม่ปูนบำเหน็จทะแกล้วทหารให้ถึงขนาด คนทั้งปวงจึงหาเต็มใจทำราชการไม่
หลอก๋งจึงเสียแผ่นดินแก่ไต้อ๋อง
พระเจ้าฮั่นเต้ได้ฟังอองหลินกับโกกีว่าดังนั้นก็ยิ้มอยู่ จึงว่า
“ท่านทั้งสองรู้การแต่อย่างเดียว หารู้การถึง 3 อย่างไม่ ซึ่งเรากระทำการใหญ่ได้สำเร็จครั้งนี้
เพราะประกอบด้วยกำลังศึก 3 ประการ
ประการหนึ่ง คือ จางเหลียง รู้กลอุบายลึกซึ้ง คิดอ่านป้องกันภัยทั้งปวง ได้ถึงพันโยชน์
ประการหนึ่ง คือ เซียวเหอ ซึ่งไปรักษาเมืองเสียนหยาง
รู้เกลี้ยกล่อมคนให้ทำไร่ ไถนา ได้ข้าวปลาอาหารไว้บริบูรณ์ เรากระทำการศึกจึงไม่ขาดเสบียงอาหาร
ประการหนึ่ง คือ หานซิ่น
ชำนาญในพิชัยสงคราม ผู้ตั้งค่ายแลจัดแจงกองทัพ ถึงมาตรว่าคนสักร้อยหมื่นสองร้อยหมื่นหานซิ่นก็เป็นแม่ทัพคุมไว้ได้
อันคน 3 คนนี้คือกำลังศึกของเรา จึงทำการใหญ่ได้สำเร็จ
อันหลอก๋งนั้นมีฟานเจิงเป็นกำลังศึกอยู่คนหนึ่ง ก็เลี้ยงมิได้ หลอก๋งจึงเสียแผ่นดินแก่เรา”
การตอบของพระเจ้าฮั่นเต้สะท้อนความจัดเจนเป็นอย่างสูง ไม่ว่าจะมองในทางการทหาร ไม่ว่าจะมองในทางการเมือง
นี่เป็นผลึกอันสะสมมาตั้งแต่ยุคยังเป็น “เล่าปัง”
นี่เป็นบทเรียนที่เล่าปังต่อยอดเมื่อทะยานเข้าดำรงตำแหน่งเป็น “เพ่ยกง” และที่สุดก็คือ “ฮั่นอ๋อง”
ใครที่ติดตาม “เล่าปัง” มาอย่างเกาะติด ก็จะเห็นด้วย
เห็นด้วยในลักษณะความเป็น “ผู้นำ” ไม่ว่าจะมองในระดับ “หมู่บ้าน” ไม่ว่าจะมองในระดับ “เมือง”
ไม่ว่าจะมองในระดับเป็นผู้ครอง “แคว้น”
คนที่มองเล่าปังทะลุคนแรกย่อมเป็นเซียวเหอ คนที่มองทะลุคนที่สองย่อมเป็นจางเหลียง
ที่สุดคือ หานซิ่น
ไม่ว่าจะมองคำตอบของอองหลิน ซึ่งเห็นร่วมกับโกกี ไม่ว่าจะมองคำตอบของพระเจ้าฮั่นเต้เอง
เมื่อประกอบส่วนแล้วก็มีความสมบูรณ์อยู่ในตัวเอง
1 คือกำลังศึกจาก จางเหลียง เซียวเหอ หานซิ่น 1 คือกำลังศึกอันได้จากการนำของเล่าปัง
และ 1 คือการหนุนเสริมอย่างทรงพลังของ “อาณาประชาราษฎร์”

