ในเวลานี้ มีเพียงแต่จีนเพียงชาติเดียวเท่านั้นที่สามารถเรียกขานว่าเป็น คู่แข่งในห้วงอวกาศ ของสหรัฐอเมริกา ชาติที่ได้ชื่อว่าประสบความสำเร็จในห้วงอวกาศมากที่สุดชาติหนึ่งของโลก
ล่าสุด จีนตอกย้ำความสำเร็จในโครงการอวกาศของตนอีกครั้ง ด้วยการส่งนักบินอวกาศ 3 คนขึ้นสู่สถานีอวกาศของตนเองได้เป็นผลสำเร็จด้วยดี โดยใช้ยานขนส่งอวกาศ “เสินโจ 19”
เสินโจว 19 ใช้เวลาเดินทาง 6 ชั่วโมง นำนักบินอวกาศทั้ง 3 ขึ้นไปเทียบกับสถานีอวกาศ “เทียนกง” สถานีอวกาศของจีนเองในวงโคจรรอบโลกได้สำเร็จ นำนักบินอวกาศรุ่นใหม่ทั้ง 3 คนไปสมทบกับนักบินอวกาศจีนชุดก่อนหน้า ที่เดินทางขึ้นไปใช้ชีวิตอยู่บนเทียนกงมาก่อนหน้านี้กับยานเสินโจว 18
ภารกิจเสินโจว 19 จึงเท่ากับเป็นการนำนักบินอวกาศชุดใหม่ขึ้นไปทำหน้าที่แทนนักบินอวกาศชุดเสินโจว 18 ที่กำลังหมดวาระปฏิบัติหน้าที่อยู่ในห้องปฏิบัติการทดลอง เทียนเหอ โมดูล ที่เป็นส่วนหนึ่งของสถานีอวกาศเทียนกง นั่นเอง
นักบินอวกาศ 3 รายของจีนในภารกิจเสินโจว 19ประกอบด้วย ไค่ สวีเจ๋อ (Cai Xuzhe) มนุษย์อวกาศที่คร่ำหวอดชาวจีน ที่ขึ้นไปใช้ชีวิตอยู่ในอวกาศเป็นครั้งที่สองแล้วในครั้งนี้ ทำหน้าที่เป็นผู้บังคับการ หรือหัวหน้าชุดภารกิจ
ลูกเรือที่ทำหน้าที่เป็นผู้ปฏิบัติการ คนแรกคือ ซ่ง หลิงตง (Song Lingdong) ที่ปฏิบัติภารกิจในอวกาศเป็นครั้งแรก
อีกรายก็คือ หวัง ฮ่าวเซอ (Wang Haoze) ปฏิบัติหน้าที่เป็นครั้งแรกเช่นกัน โดยจะทำหน้าที่เป็นวิศวกรการบินอวกาศประจำภารกิจ
หวัง ฮ่าวเซอ มีความพิเศษมากขึ้นไปอีกหน่อย เพราะเธอเป็นมนุษย์อวกาศหญิงคนเดียวในภารกิจครั้งนี้ และถือเป็นผู้หญิงคนที่ 3 ของจีนเท่านั้นที่ขึ้นไปทำหน้าที่อยู่ในห้วงอวกาศ ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังเป็นวิศวกรการบินอวกาศที่เป็นผู้หญิงคนแรกของจีนด้วยอีกต่างหาก
มนุษย์อวกาศทั้ง 3 มีกำหนดจะขึ้นไปใช้ชีวิต ทำหน้าที่ในการทดลองทางวิทยาศาสตร์ต่างๆ บนสถานีอวกาศของจีนนาน 6 เดือน รวมทั้งการปฏิบัติภารกิจ “สเปซ วอล์ก” หรือการออกไปทำหน้าที่นอกสถานีอากาศ ทั้งนี้ทั้งนั้น เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล สั่งสมประสบการณ์และองค์ความรู้ต่างๆ สำหรับนำไปใช้ในโครงการอวกาศใหม่ๆ ในอนาคตของจีน ซึ่งรวมถึงการส่งมนุษย์ไปเหยียบดวงจันทร์ให้ได้ภายในปี 2030 ที่จะถึงนี้
ยานเสินโจว 19 ถูกส่งขึ้นสู่ห้วงอวกาศเมื่อ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา จาก “ศูนย์จัดส่งดาวเทียมจิ่วฉวน” (Jiuquan Satellite launch centre) ที่ตั้งอยู่ในเมืองอวกาศตงเฟิง เมืองที่จีนสร้างขึ้นมาสำหรับทำหน้าที่สนับสนุนศูนย์จิ่วฉวนโดยเฉพาะ ในมณฑลกานซู่ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน
ที่น่าสนใจก็คือ สื่อของทางการจีนไม่เพียงแสดงความชื่นชมต่อนักบินอวกาศทั้ง 3 อย่างมาก ซึ่งเป็นเรื่องปกติทั่วไปแล้วเท่านั้น ยังเน้นย้ำไว้เป็นพิเศษว่า มนุษย์อวกาศทั้ง 3 ที่เดินทางสู่ห้วงอวกาศครั้งนี้ถือเป็นชุดปฏิบัติภารกิจอวกาศที่ “อายุน้อยที่สุด” เท่าที่มีมาของจีน
ซึ่งเท่ากับเป็นการประกาศให้โลกได้รับรู้ว่า นี่คือมนุษย์อวกาศ “รุ่นใหม่” ล่าสุดชุดแรกของจีน อันเป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนเพื่อการเดินทางสำรวจอวกาศในอนาคตของชาติ ที่รวมไปถึงการฝึกมนุษย์อวกาศรุ่นใหม่สำหรับการปฏิบัติหน้าที่บนพื้นผิวดวงจันทร์ ในสถานีอวกาศ และอื่นๆ
จาง เว่ย ผู้เชี่ยวชาญจีน ระบุว่า การทดลองในห้วงอวกาศของจีน ล้วนเป็นการทดลองเพื่อสร้างองค์ความรู้ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับคนบนโลกได้ทั้งสิ้น เช่น จีนทดลองจนค้นพบว่า การสูญเสียมวลกระดูกในห้วงอวกาศนั้น เป็นไปในทำนองเดียวกับการป่วยเป็นโรคกระดูกพรุนบนโลก ซึ่งอาจนำไปสู่หนทางเยียวยาได้เป็นต้น
อันที่จริง โครงการอวกาศต่างๆ ของจีน ประสบความสำเร็จ รุดหน้าอย่างราบรื่นมาไม่น้อย แถมยังทำภารกิจยากๆ ได้สำเร็จอย่างที่ไม่เคยมีชาติไหนทำได้มาก่อน นอกจากสหรัฐอเมริกา
ตัวอย่างเช่น ในปี 2021 จีนส่งยานอวกาศไปยังดาวอังคารได้โดยสวัสดิภาพ และยังสามารถปล่อยยานสำรวจพื้นผิว “จูหรง โรเวอร์” ลงสู่พื้นผิวดาวอังคารได้เป็นชาติที่สองเท่านั้น ต่อจากสหรัฐอเมริกา
หรืออย่างเช่นกรณีที่สร้างประวัติศาสตร์เป็นชาติแรกที่ทำได้ นั่นคือการจัดเก็บหินและดินตัวอย่างจากพื้นผิวบริเวณด้านมืดของดวงจันทร์ส่งกลับคืนมายังโลกได้สำเร็จเมื่อต้นปีนี้เป็นต้น
ความสำเร็จของจีน ทำให้แม้แต่คนใหญ่คนโตในองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (นาซา) ของสหรัฐอเมริกา อดรู้สึกไม่ได้ว่า มีคู่แข่งในห้วงอวกาศที่กำลังกระชั้นใกล้เข้ามาแบบ “หายใจรดต้นคอ” อยู่ในเวลานี้
แม้ว่าจีนจะยืนยันอยู่ตลอดเวลาว่า ทุกอย่างที่จีนดำเนินการไปในห้วงอวกาศ ล้วนเป็นการปฏิบัติภารกิจ “โดยรวมเพื่อมวลมนุษยชาติ” เท่านั้นก็ตาม

