หน้าแรก บทความ ทำไมต้องท้องถ...

ทำไมต้องท้องถิ่น (1)

18.11.24 | 09:28 น.
ท้องถิ่น

ผ่านไปแล้วสำหรับการเลือกตั้งระดับประเทศ ทั้งการเลือกตั้ง ส.ส.ในปี 2566 และการเลือกตั้ง ส.ว.ในปี 2567 ต่อไปนี้ก็ถึงคราวของการเลือกตั้งท้องถิ่นกันบ้าง คำว่า “ท้องถิ่น” ในที่นี้ ภาษาราชการเขาเรียกว่า “องค์กรปกครองท้องถิ่น” หรือเรียกย่อๆว่า “อปท.” คำว่า อปท.นั้นหากเราพูดกับคนทั่วๆ ไปก็คงมีไม่กี่คนที่จะรู้และเข้าใจว่าหมายถึงองค์กรไหนดังนั้น จึงเป็นเรื่องแปลกประหลาดมากสำหรับประเทศไทยเราว่าสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวมากๆ ชาวบ้านกลับไม่รู้จัก ในทางตรงกันข้ามชาวบ้านกลับรู้จัก ชอบดูและชอบฟังการอภิปรายของบรรดา ส.ส.และ ส.ว.ในสภา ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องระดับประเทศ ส่วนเรื่องบ้านตัวเองหรือข้างบ้านตัวเองกลับไม่รู้ว่าตัวแทนของท้องถิ่นเขาทำอะไรกันบ้าง อาจเป็นเพราะไม่มีการถ่ายทอดในโทรทัศน์หรือเปิดดูไม่ได้ในมือถือ

แท้จริงแล้วการจะบอกว่าชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่รู้จักอปท.ก็คงไม่ถูกต้องทั้งหมด เพราะที่ไม่รู้จักน่าจะเป็นการเรียกแบบรวมๆ ว่า “อปท.” มากกว่า เลยทำให้ชาวบ้านไม่รู้ว่าหมายถึงองค์กรไหน ถ้าเราเรียกแบบเฉพาะเจาะจงลงไป เชื่อว่าชาวบ้านต้องรู้จักแน่นอน เช่น ถามคนต่างจังหวัด ก็ต้องรู้จัก “เทศบาล” หรือถามคนชนบท ก็ต้องรู้จัก “อบต.” หรือที่สุดแล้ว ถ้าถามคนกรุงเทพฯ ก็ยังรู้จัก “กทม.” อย่างนี้แสดงว่าการเรียกรวมๆ คงสร้างความสับสนให้ชาวบ้านไม่ใช่น้อย

แค่เรื่องชื่อเรียก อปท.ยังสร้างความสับสนให้กับชาวบ้านขนาดนี้ มาถึงเรื่องบทบาทหน้าที่บ้าง คงสร้างความสับสนให้ชาวบ้านไปกันใหญ่ เพราะเราเคยได้เห็นข่าวที่ผู้บริหารประเทศออกมากล่าวถึง อปท. ว่าความรับผิดชอบนี้เป็นความรับผิดชอบของ อปท. (หรือระบุหน่วยงาน เช่น เทศบาล, อบต.) หรือว่าความรับผิดชอบนี้ไม่ใช่หน้าที่ของ อปท. แต่เป็นความรับผิดชอบของกองไหน กรมไหน กระทรวงไหนเป็นต้น กรณีเช่นนี้ ชาวบ้านที่เดือดร้อนหรือได้รับผลกระทบ เขาไม่ทราบแน่นอนว่าเรื่องไหน องค์กรไหนต้องรับผิดชอบ หรือเป็นอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานไหน คำว่ามี อปท.อยู่ใกล้บ้านหรืออยู่ข้างบ้านจึงไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของชาวบ้านเสมอไป

มากไปกว่านั้นแล้วชาวบ้านเขาจะรู้หรือไม่ว่า อปท.มีหลายรูปแบบ ถ้าไม่ใช่คนสนใจจริงๆ หรือมีความเกี่ยวข้องด้วย เขาคงไม่ไปใส่ใจว่ามีกี่แบบ แต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร จึงสรุปแบบชาวบ้านได้ว่า ใครอยู่กับ อปท.ไหนก็รู้แบบนั้น เช่น ถ้าบ้านอยู่ในเขตเทศบาลก็รู้จักเฉพาะเทศบาล ถ้าบ้านอยู่ในเขต อบต.ก็รู้เฉพาะ อบต. หรือถ้าบ้านอยู่ กทม.ก็รู้เฉพาะ กทม. จะมีสักกี่คนที่จะรู้ว่าในต่างจังหวัดรูปแบบของ อปท.แบ่งเป็น อบจ. เทศบาล และ อบต. และจะมีสักกี่คนที่จะรู้ว่า กทม.และเมืองพัทยานั้น คือ อปท.รูปแบบพิเศษ ดังนั้น เรื่องรูปแบบของ อปท.นี้ก็สรุปได้เช่นกันว่ามีผู้รู้น้อยมากเพราะไม่รู้ว่าจะรู้ไปทำไม

ที่ลึกลงไปกว่านั้น ในแต่ละรูปแบบของ อปท.ยังมีการแยกย่อยออกไปอีก เช่น เทศบาลนั้นยังมีการแบ่งขนาดออกไปอีก เป็นเทศบาลนคร เทศบาลเมือง เทศบาลตำบล ส่วน อบจ.นั้นไม่ต้องแบ่งย่อยเพราะมีหนึ่งแห่งต่อหนึ่งจังหวัด และสุดท้ายคือ อบต. เป็นรูปแบบสุดท้ายซึ่งไม่ต้องแบ่งตามขนาด แต่ขนาดจะถูกกำหนดจากจำนวนหมู่บ้านในแต่ละตำบล เช่น อบต.ไหนมีหมู่บ้าน 10-20 หมู่บ้าน ก็นับว่าเป็น อบต.ใหญ่เพราะมีจำนวนสมาชิกสภา อบต.จำนวนมาก เวลาประชุมสภาก็ดูคึกคักและมีสีสัน ส่วนบาง อบต.เป็นตำบลเล็ก มีเพียง 5-6 หมู่บ้าน เวลาประชุมสภา มีสมาชิกมาประชุมเพียง 5-6 คน (ถ้ามาครบ) รวมนายก อบต. และรองนายก อบต. เป็น 8 คน สมาชิกต้องไปนั่งเป็นประธานสภา รองประธานสภาอีก อาจจะเหลือตัวสมาชิกนั่งโหวตกันเพียง 3-4 คน บรรยากาศเลยดูเงียบเหงาเหมือนนั่งปรึกษาหารือกันมากกว่า เรื่องแบบนี้ชาวบ้านซึ่งเลือกตัวแทนเข้าไป เขาคงไม่รู้ เพราะเลือกแล้วก็แล้วไป ถือว่าหมดหน้าที่แล้ว การให้ความสำคัญกับ อปท.ในบ้านเราจึงน่าเห็นใจ

Advertisement

หากจะมองว่า อปท.เป็นองค์กรที่น่าเห็นใจ ก็เป็นแต่เพียงบรรยากาศการบริหารเท่านั้น แต่คนที่เข้ามาบริหารนั้นกลับมองตรงกันข้าม เพราะยิ่งเงียบยิ่งดีจะได้บริหารแบบเงียบๆ ดังนั้น เมื่อถึงการเลือกตั้งคราใด จะมีบรรดาผู้ที่สนใจลงสมัครหลากหลาย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคนหน้าเดิมเพราะคุ้นเคยกับการเมืองท้องถิ่นมาก่อน ส่วนคนที่ไม่คุ้นเคย แต่หน่วยก้านดี ก็จะมีแมวมองโดยแมวมองก็คือบรรดานักการเมืองระดับรัฐมนตรี ส.ส. ไล่ตามลำดับชั้น หรือแม้กระทั่งนักปกครองท้องที่ อย่างเช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ก็เป็นแมวมองได้เหมือนกัน เมื่อได้ผู้เข้าประกวดหรือผู้ลงสมัครแล้ว ก็จะเป็นอารมณ์ของการหาเสียง หาคะแนน ซึ่งชาวบ้านอย่างเราๆ ก็ค่อยเข้าไปมีส่วนร่วมตอนนั้น โดยมีหน่วยงานเดิมก็คือ กกต. เข้ามาเป็นสักขีพยานและเป็นกรรมการที่จะมาตัดสินว่าผู้ใดจะเป็นผู้ชนะหรือได้รับเลือกเป็นตัวแทนหรือผู้บริหาร อปท.ต่อไป ต้นปี 2568 นี้จึงจะเป็นปีแห่งการเลือกตั้งอีกปีหนึ่งของบรรดาชาวบ้านอย่างเรา

บทความนี้ก็จะมุ่งกล่าวถึงหรืออธิบายความเกี่ยวกับ อปท. เพื่อโหมโรงประกอบบรรยากาศการเลือกตั้งท้องถิ่นซึ่งใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จุดประสงค์หลักก็เพื่อให้ชาวบ้านทั่วๆ ไป ได้เข้าใจว่าเลือกไปทำอะไร เลือกไปทำไม และควรจะมี อปท.ให้พวกเราไปเลือกกันอยู่เรื่อยๆ หรือไม่