‘โดนัลด์ ทรัมป์’เป็นผู้ทรงคุณธรรมจริงหรือ
โดนัลด์ ทรัมป์คือนักต่อสู้ “การตื่นรู้วัฒนธรรม” คัดค้านการเสพยา แปลงเพศ ลักทรัพย์ และ
ผู้อพยพผิดกฎหมายเข้าเมือง จึงชนะเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย และได้รับฉายาเทวดาแห่งคุณธรรม ประเด็นมีอยู่ว่า ทรัมป์เป็นผู้ทรงคุณธรรมจริงละหรือ หรือเป็นการประชดประชัน
คนส่วนใหญ่มองว่าทรัมป์คือชายที่ยังไปไม่ถึงคำว่าคุณธรรม สมรสแล้ว 3 ครั้ง เรื่องชู้สาว สังคมรับรู้ทั่วไป “แอบกิน” ถูกจับจ่ายค่าปิดปากไม่สำเร็จแพ้คดี อีกทั้งต้องคดีอาญาหลายบทหลายกรรม ในขณะสื่อต่างประเทศใช้คำว่า “ชายขยะ” พาดพิง หากพิเคราะห์บนพื้นฐานแห่งอุเบกขา เห็นว่าไม่น่าเป็นผู้ทรงคุณธรรม
อาจเป็นการบังเอิญที่มีนักการเมืองซึ่งไร้เส้นใต้แห่งคุณธรรม ได้กลายเป็นผู้มีหน้าที่ธำรงคุณธรรม เพราะในสายตาศาสนิกชนของคริสต์อีแวนเจลิคมองว่า ทรัมป์คือผู้พิทักษ์ศาสนา เมื่อตอนหาเสียงทรัมป์ประกาศว่าจะทำให้ศาสนาคริสต์เป็นศาสนาที่แท้จริงของสหรัฐอเมริกาดังคำขวัญ “Make America Godly Again”
(ศาสนาคริสต์อีแวนเจลิค และทุกศาสนาในโลกนี้มีเป้าหมายเดียวกัน คือสอนให้คนทำความดี แต่ถ้าผู้ใดทำชั่วเป็นเรื่องของปัจเจกบุคคล ไม่ผูกพันศาสนาดังคำกล่าวที่ว่า ถึงจะชั่วก็ชั่วแต่ตัวยักษ์ สุริยวงศ์ พงศักดิ์หาชั่วไม่)
ก็เพราะทรัมป์คือนักต่อสู้การตื่นรู้ทางวัฒนธรรม (Woke Culture) เขาจึงให้คำมั่นว่าจะต้องล้มล้างประเด็นที่สังคมกำลังถกเถียงกันมากคือ “4 เสรีทันสมัย” ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ฝ่ายซ้ายของพรรคเดโมแครตเป็นผู้ผลักดัน เรียกกันว่า “ความถูกต้องทางการเมือง” (Political Correctness) โดยทรัมป์ได้เปลี่ยนวลีเป็น “ความไม่ถูกต้องทางการเมือง” ทั้งนี้ เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของอเมริกันชน ส่วน “4 เสรีทันสมัย” นั้น ได้แก่
1 ใช้เงินของรัฐสนับสนุนการแปลงเพศของผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ
1 ระบบเสพยาเสรี กฎหมายบางรัฐบัญญัติว่าไม่มีโทษ
1 ลักทรัพย์เสรีที่เรียกว่า Zero-dollar Shopping อัยการมีอำนาจไม่ส่งฟ้องศาล
1 ผู้อพยพเข้าเมืองผิดกฎหมายจำนวนมากกว่า 10 กว่าล้านคน
ล้วนเป็นปัญหาใหญ่ที่สังคมอเมริกันกำลังเผชิญอยู่ แต่รัฐบาลไบเดนมีความบกพร่องในประเด็นดังกล่าว การให้ความสนใจยังไม่เพียงพอ ปล่อยไปตามยถากรรม ว่ากันว่ายังสนับสนุนการกระทำผิดแบบลับในบางกรณี
จึงกลายเป็นความขัดแย้งภายในอย่างรุนแรง โดนัลด์ทรัมป์ได้ทีรุกไล่โจมตี เปิดเผยถึงหน้าตาอันแท้จริง
ของ “ฝ่ายก้าวหน้าเสรี” จึงได้รับการสนับสนุนอย่างล้นหลาม สมรภูมิ (Swing State) 7 รัฐ ทรัมป์กวาดเรียบ พร้อมกับได้รับคะแนนทั่วประเทศ (Popular Vote) กว่า 74 ล้านเสียง พรรครีพับลิกันได้ครองเสียงข้างมากทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ทรัมป์จึงถือว่าเป็นประธานาธิบดีสหรัฐที่มีอำนาจมากที่สุดต่อจากอดีตประธานาธิบดีรูสเวลต์ คือครองอำนาจทั้งฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติ
เลือกตั้งสหรัฐครั้งนี้ อเมริกันเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพราะไม่พอใจกรณีที่เดโมแครตถูกลัทธิสุดขั้วครอบงำ จึงอยากได้ผู้นำที่แข็งแกร่งมาทำการแก้ไขสถานการณ์ปั่นป่วนวุ่นวาย ผู้ที่สนับสนุนจึงไม่สนใจข่าวฉาวของทรัมป์ พวกเขาถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ว่าแมวขาวแมวดำสามารถจับหนูได้ ก็คือแมวที่ดี
ส่วนไบเดนและแฮร์ริส เมื่อเจอกับปัญหา “4 เสรีทันสมัย” ไม่มีมาตรการใดที่จะทำการแก้ไข จึงปิดเงียบแบบ “มิดอิ่มซิ่ม” แต่ช้างตายทั้งตัวใบบัวย่อมปิดไม่มิด ประเด็นจึงมีอยู่ว่า เป็นเรื่องสำคัญที่เกี่ยวกับผลประโยชน์หลักของสหรัฐ นิ่งเฉยมิได้แล้ว ต้องฝ่าคลื่นต้านลมแก้ไขปัญหาให้บรรลุความสำเร็จ
“อีลอน มัสก์” มหาเศรษฐีระดับโลกชาวอเมริกัน เจ้าของกิจการรถยนต์ Tesla และ Space X ก็คือเหยื่อของ “4 เสรีทันสมัย” มัสก์กล่าวว่า บุตรของเขาสมัยเป็นเยาวชนทำการแปลงเพศจากชายเป็นหญิง เขารู้สึกเจ็บปวดมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาจึงถือว่า “ตื่นรู้วัฒนธรรม” เป็นยาพิษที่ฆ่าบุตรของเขา
ส่วนการเสพยานั้น มีอยู่หลายรัฐ กฎหมายบัญญัติว่า “ไม่มีโทษ” และจำนวนรัฐมีมากขึ้นทุกขณะ หนึ่งในนั้นคือ ถนนเคนซิงตัน นครฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลวาเนียได้กลายเป็น “ถนนคนติดยา” เป็นเรื่องที่อัปยศที่สุด
ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย การลักทรัพย์ที่จำนวนไม่เกิน 1 พันดอลลาร์ ถือว่าเป็น “โทษเบา” อัยการไม่ต้องทำคดีส่งฟ้องศาล กลายเป็นเหตุให้สรรพสินค้าจำนวนมากต้องปิดกิจการ เวลา 3 ปีที่ผ่านไป มีผู้อพยพเข้าเมืองผิดกฎหมายจำนวน 10 กว่าล้านคน กลายเป็นภาระของสังคมสหรัฐ คนอเมริกันเองที่ไม่มีบ้านอยู่ต้องเร่ร่อนกลางถนนก็มากอยู่แล้ว จึงกลายเป็นภาพที่น่าสังเวชอันแฝงอยู่ในความเงียบของสหรัฐอเมริกา
หากถามว่าเหตุใด “ฝันอเมริกา” จึงกลายเป็น “ฝันร้าย” แม้สื่อกระแสหลักอย่าง CNN ยังได้พยากรณ์ว่าคามาลา แฮร์ริสมีโอกาสชนะสูง แต่ในที่สุด คะแนนทิ้งกันมองไม่เห็นฝุ่น จึงกลายเป็น “ฝันร้าย” ของอเมริกันชน
เป็นโอกาสของทรัมป์ผู้ซึ่งสังคมมองว่ายังขาดคุณธรรม บัดนี้ ได้กลายเป็นสุริยเทพแห่งคุณธรรม สันนิษฐานว่า น่าจะเป็นการเหน็บแนม หรือเสียดสี และชัยชนะของทรัมป์ในครั้งนี้ก็คือความรู้แห่งปฏิยุทธ์

