การขึ้นปราศรัยของ นายทักษิณ ชินวัตร ที่จังหวัดอุดรธานีปลุกให้การเมืองท้องถิ่นเมืองอุดรฯร้อนระอุ
คำปราศรัยของนายทักษิณเมื่อวันที่ 13 และ 14 พฤศจิกายน ส่งผลกระทบต่อรัฐบาล พรรคฝ่ายค้าน การหาเสียงนายก อบจ.อุดรธานีและตัวผู้สมัคร อย่างครบถ้วน
หลังจากการปราศรัยบรรดาแกนนำพรรคประชาชนได้จัดเวทีอภิปรายตอบโต้เป็นการใหญ่ ทำให้การเลือกตั้งนายก อบจ.อุดรธานีครั้งนี้ไม่ธรรมดา
สำหรับนายทักษิณ การขึ้นอภิปรายช่วยหาเสียงที่จังหวัดอุดรฯ ตอกย้ำความเชื่อมั่น
นายทักษิณกลายเป็นกระบอกเสียงให้รัฐบาลนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมื่อกล่าวถึงนโยบาย
อาทิ นโยบายแจกหมื่นรอบ 2 ที่เน้นผู้สูงอายุที่ลงทะเบียนไว้ก่อนหน้านี้แล้ว นโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท รายได้ระดับปริญญาตรี 25,000 บาท ค่าเช่าบ้านเดือนละ 4,000 บาท ทางรถไฟความเร็วสูงผ่านอุดรฯ เพื่อเชื่อมโลก เป็นต้น
ความจริงนโยบายเหล่านี้หลายคนในรัฐบาลก็พูด แต่พอหลุดออกจากปากนายทักษิณกลับเพิ่มความหนักแน่นและทำให้คนมีความหวัง
ส่วนสาเหตุที่ทำให้พรรคประชาชนลุกฮือกันขึ้นมาตอบโต้ เพราะในการปราศรัยและให้สัมภาษณ์ นายทักษิณได้พาดพิง
ผลจากคำปราศรัยและการตอบโต้จากพรรคประชาชน ตอกย้ำว่านายทักษิณและพรรคประชาชนมีความคิดแตกต่าง โดยเฉพาะประเด็นการแก้ไขมาตรา 112
การตอกย้ำความเห็นต่างในประเด็นนี้ ทำให้พรรคร่วมเชื่อมั่นต่อพรรคเพื่อไทยมากขึ้น
จังหวะเดียวกันนายทักษิณก็อาศัยการช่วยหาเสียงที่อุดรธานีฟื้นความสัมพันธ์กับคนเสื้อแดง พร้อมประกาศความเชื่อมั่นว่าการเลือกตั้งคราวหน้าจะได้ ส.ส.มากกว่า 200 ที่นั่ง
จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตาม ดูเหมือนว่าหลังจากนายทักษิณออกมาเคลื่อนไหว บารมีของรัฐบาลอุ๊งอิ๊งก็เพิ่มขึ้นมามาก
วันนี้ลองสดับตรับฟังกระแสเสียงทางการเมืองก็จะพบว่าพลังเสียงจากรัฐบาลในการขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ เริ่มดังขึ้นเป็นลำดับ
กรณีพื้นที่ทับซ้อนที่มีข่าวปล่อยว่าจะทำให้เสียเกาะกูดไปก็ได้รับการพิสูจน์อย่างรวดเร็วว่าไม่เป็นความจริง และในการประชุม ครม. วันที่ 19 พฤศจิกายนนี้ก็จะมีการเสนอรายชื่อคณะกรรมการเจทีซี ให้พิจารณาแล้ว
กรณีข้อเรียกร้องเรื่องแก้หนี้ และกระตุ้นเศรษฐกิจ วันที่ 19 พฤศจิกายนนี้ก็จะมีการประชุม
คาดว่าหลังจากนั้นจะมีแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจบอกกล่าวให้สังคมได้ฟัง
กรณีเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ แม้จะยังไม่เข้าสู่ที่ประชุม ครม. แต่ดูเหมือนนักธุรกิจน้อยใหญ่ตระเตรียมที่จะเข้าร่วมลงทุนกันแล้ว
นี่ยังไม่รวมถึงเม็ดเงินจากต่างประเทศที่เริ่มปรากฏให้เห็นว่าสนใจลงทุน หลังจากที่รัฐบาลตั้งแต่สมัย นายเศรษฐา ทวีสิน ออกไปโรดโชว์
โดยภาพรวมเห็นว่า การเดินทางไปอุดรธานีครั้งนี้ นายทักษิณเต็มไปด้วยความเชื่อมั่น
เชื่อมั่นเรื่องคดีความว่าตัวเองไม่ผิด
เชื่อมั่นว่าประชาชนจะสนับสนุนพรรคเพื่อไทยและรัฐบาลชุดปัจจุบัน
และเชื่อมั่นว่าหากทุกอย่างเป็นไปตามนโยบาย ประเทศไทยจะกลับมามั่งคั่งอีกครั้งหนึ่ง
การเมืองวันนี้เริ่มสร้างความหวังให้ประชาชนอีกคำรบหนึ่ง
เป็นความหวังท่ามกลางกลไกรัฐธรรมนูญที่วางกับดักรัฐบาลไว้มากมาย
สัปดาห์นี้คงจะต้องติดตามข่าวคราวความคืบหน้าว่ากลไกตามรัฐธรรมนูญจะทำให้ความฝันและความหวังต่างๆ นั้นยังเดินหน้าต่อไป
หรือจะกลับไปสู่ความมืดมนแบบเดิม
นฤตย์ เสกธีระ

