ทำไมต้องท้องถิ่น(4)
คราวนี้มากล่าวถึงเรื่องการถ่ายโอนภารกิจ ซึ่งตามแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจได้กำหนดไว้ โดยยึดแนวทางการส่งมอบภารกิจให้ อปท. ให้มากที่สุดเพื่อให้ความสำคัญกับการกระจายอำนาจตามอารยประเทศ แต่แนวความคิดนี้ได้ถูกวางหลักไว้เกินกว่า 20 ปีแล้ว สถานการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีการสื่อสาร การเข้าถึงความทันสมัยได้แพร่กระจายไปทั่วประเทศ ชาวบ้านที่อยู่บนเขาและบนเกาะ สถานที่ทุรกันดารก็มีโทรศัพท์สมาร์ทโฟน และระบบออนไลน์ก็ครอบคลุมไปทั่วประเทศ โทรศัพท์แบบ VDO Call หรือ Work from Home ล้วนแล้วแต่เป็นวิวัฒนาการของยุคสมัยใหม่ซึ่งไม่จำกัดแค่ในประเทศ นักศึกษายังสามารถลงทะเบียนเรียนออนไลน์ได้ทั่วโลก ดังนั้นแนวความคิดการ
กระจายอำนาจในเรื่องของ อปท.จึงควรปรับเปลี่ยน เพราะรัฐบาลส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ย่อมมีความสามารถดูแลท้องถิ่นโดยอาศัยวิวัฒนาการเหล่านี้ได้เช่นเดียวกัน ฉะนั้น ความเชื่อที่ว่าราชการส่วนภูมิภาคจะดูแลท้องถิ่นได้ไม่ทั่วถึงเพราะไม่รู้ไม่เห็นสภาพปัญหาในพื้นที่ จึงควรปรับเปลี่ยนการรับรู้ใหม่ เหตุและผลดังกล่าวมีที่มาจากปัจจัยด้านคนหรือทรัพยากรมนุษย์นั่นเอง เพราะคงไม่ต้องมาโต้เถียงกันว่าคนทำงานของส่วนภูมิภาคหรือคนทำงานของส่วนท้องถิ่น ฝ่ายไหนมีศักยภาพที่จะตอบสนองหรือแก้ปัญหาให้ชาวบ้านได้มากกว่ากันคนของส่วนท้องถิ่นในอดีตกว่าจะมาถึงทุกวันนี้บางคนผ่านคัดเลือกแบบเอาพวกเอาพ้องเป็นหลัก ในขณะที่คนของส่วนภูมิภาค ต้องผ่านการสอบคัดเลือกจากส่วนกลาง คือ การสอบ ก.พ. ในการคัดสรรเบื้องต้นกว่าจะมาบรรจุอยู่ส่วนภูมิภาคเลือดตาแทบกระเด็น ดังนั้น ศักยภาพของคนหรือข้าราชการส่วนภูมิภาคจึงน่าจะดีกว่า
การที่แผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจยังคงยึดหลักการเดิมคือเอาภารกิจโอนให้ อปท.ดูแลเพิ่มมากขึ้น จึงเปรียบเสมือนการโยนลูกปิงปองหลายๆ ลูกไปให้ผู้ตี ซึ่งไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะตีทีละหลายๆ ลูกพร้อมกัน ผลที่ออกมาย่อมไม่ดี ในขณะที่ผู้เล่นที่เก่งๆ ที่สามารถตีได้ทีละหลายๆ ลูกพร้อมๆ กัน กลับลดจำนวนลูกเรื่อยๆ จนตีแบบสบายๆ เพราะภารกิจน้อยนั่นเอง ผลเสียแน่นอนคือประชาชนรับเอาไป ผู้กำหนดนโยบายจึงสมควรทบทวนแนวคิดการกระจายอำนาจเสียใหม่
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือเรื่องของการศึกษา แนวคิดเรื่องการถ่ายโอนด้านการศึกษา คือ การโอนโรงเรียนมัธยมศึกษาไปให้ อบจ.ดูแล หรือการถ่ายโอนโรงเรียนประถมศึกษาไปให้เทศบาลหรือ อบต.ดูแล วันเวลาเปลี่ยนผ่านมา 10 กว่าปีเราคงต้องยอมรับกันว่าผลเป็นเช่นไร กระทรวงศึกษาฯซึ่งเปี่ยมไปด้วยผู้ทรงภูมิด้านการศึกษาดูแลลูกหลานจนสร้างชาติมาจนทุกวันนี้ แต่การส่งมอบลูกหลานเราไปอยู่ในมือของนักการเมืองส่งผลอย่างไรในทุกวันนี้ โรงเรียนมัธยมหลายโรงเรียนที่ถูกถ่ายโอนไปอยู่กับ อบจ.มีจำนวนนักเรียนลดลงเรื่อยๆ เพราะผู้ปกครองไม่มั่นใจในคุณภาพนักเรียนที่จบออกมา
ผศ.ดร.เพ็ชรัตน์ ไสยสมบัติ
หลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต
คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

