หน้าแรก บทความ สะพานแห่งกาลเ...

สะพานแห่งกาลเวลา : 20 ปี สึนามิ

30.12.24 | 13:39 น.

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม ปี 2004 หรือ 20 ปีที่ผ่านมา ก่อนจะถึง 8 โมงเช้าเล็กน้อยตามเวลาท้องถิ่นของอินโดนีเซีย ได้เกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงขึ้นในทะเล นอกชายฝั่งด้านตะวันตกของจังหวัดอาเจะห์ ตอนเหนือของเกาะสุมาตรา วัดความรุนแรงได้ระหว่าง 9.2 ถึง 9.3 แมกนิจูด

สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือความสูญเสียครั้งประวัติศาสตร์ครั้งหนึ่งของมนุษยชาติ คลื่นยักษ์สึนามิ ที่แผ่นดินไหวดังกล่าวก่อขึ้น สร้างความเสียหายให้เกิดขึ้นกับประเทศต่างๆ มากถึง 14 ประเทศ อินโดนีเซีย ไทย และศรีลังกา คือประเทศที่ได้รับความเสียหายมากที่สุด มูลค่าความเสียหายมากมายมหาศาล ที่สำคัญที่สุดก็คือ มีผู้เสียชีวิตหรือถูกประกาศให้เป็นผู้หายสาบสูญไปในเหตุการณ์นี้โดยประมาณถึง 227,898 คน

20 ปีผ่านไป ความทรงจำเกี่ยวกับโศกนาฏกรรมครั้งนั้นของสังคมเริ่มเลือนรางลงตามลำดับ ในขณะที่งานวิจัยเกี่ยวกับสึนามิ ระบบป้องกันภัยทางทะเล และการพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้า ก้าวรุดหน้ามากขึ้น มนุษย์เริ่มย่ามใจมากขึ้นตามลำดับ ความกังวลที่เคยเขม็งเกลียวผ่อนคลายลงจนแทบหมดสิ้น ตรงกันข้ามกับความวิตกกังวลของนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญ ที่เพิ่มสูงขึ้นด้วยข้อเท็จจริงที่ว่า จนถึงขณะนี้ มนุษย์ก็ยังไม่สามารถคาดการณ์หรือทำนายได้ว่าจะเกิดสึนามิในระดับเดียวกันนี้ขึ้นอีกเมื่อใดกันแน่

เดวิด แมคโกเวิร์น อาจารย์และผู้เชี่ยวชาญสึนามิ ประจำมหาวิทยาลัยลอนดอน เซาธ์แบงค์ ของอังกฤษ ระบุว่า ความเข้าใจผิดที่ใหญ่หลวงที่สุดประการหนึ่งของคนเราก็คือ การเข้าใจเอาว่า สึนามิ เป็นปรากฏการณ์ที่หายาก นานๆ ถึงจะเกิดขึ้นครั้งหนึ่ง เขาระบุว่า สึนามิ เกิดจากแผ่นดินไหว ในเมื่อแผ่นดินไหวสามารถเกิดขึ้นได้ถี่ยิบในระยะเวลาสั้นๆ สึนามิก็สามารถเกิดขึ้นบ่อยๆ ได้เช่นเดียวกัน

“โดยประมาณแล้ว ในช่วงเวลา 1 ปี จะมีปรากฏการณ์สึนามิในระดับที่สามารถสร้างความเสียหาย หรือทำให้มีคนตายได้ราว 2 ครั้ง” แมคโกเวิร์นยืนยัน เขายกตัวอย่างเป็นอุทาหรณ์ไว้ว่า หลังจากสึนามิครั้งใหญ่ในมหาสมุทรอินเดียเมื่อ 20 ปีก่อน ก็เกิดมหาสึนามิขึ้นอีกครั้งที่ญี่ปุ่นเมื่อปี 2011 ทิ้งช่วงห่างกันเพียงแค่ 7 ปีเท่านั้นเอง

Advertisement

แมคโกเวิร์น เป็นนักวิจัยคนสำคัญของโครงการ เมคเวฟส์ (MAKEWAVES) โครงการวิจัยสึนามิที่นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญจากหลายสถาบันและหลายชาติร่วมกันจัดตั้งขึ้น เพื่อทำงานศึกษาวิจัยเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับสึนามิ พวกเขาใช้โอกาสครบรอบ 20 ปีของปรากฏการณ์สึนามิในมหาสมุทรอินเดีย จัดงานสัมมนาวิชาการขึ้นที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 6 ธันวาคมที่ผ่านมา เพื่อแลกเปลี่ยนและเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับปรากฏการณ์อันตรายนี้

เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา เมคเวฟส์ ประกาศโปรเจ็กต์สำคัญออกมาประการหนึ่ง นั่นคือ การดำเนินการเพื่อพัฒนาต้นแบบของเทคโนโลยีซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็น “เครื่องสร้างคลื่นยักษ์สึนามิ” เครื่องแรกของโลก ขึ้นมา เรียกว่า “สึนามิ ทวิน เวฟ” (the Tsunami Twin Wave) ภายใต้การสนับสนุนทางการเงินจากรัฐบาลอังกฤษ กำหนดแล้วเสร็จในปี 2026

เมื่อแล้วเสร็จสมบูรณ์ บรรดานักวิชาการและนักวิจัยสึนามิ ก็จะได้เครื่องมือสำคัญที่สุดในการจำลองแบบการเกิดคลื่นยักษ์สึนามิแบบต่อเนื่องเหมือนกับที่เกิดขึ้นจริงๆ ได้เป็นครั้งแรก ทั้งกระแสคลื่นที่ถาโถมเข้ามาและ กระแสคลื่นที่กระชากตัวกลับออกไปจากฝั่ง เป้าหมายก็เพื่อสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการของสึนามิว่า ก่อให้เกิดการทำลายล้างได้อย่างไร ทั้งคลื่นขาเข้าและขาออก อันเป็นสิ่งซึ่ง แมคโกเวิร์น ยอมรับว่า ยังไม่มีใครรู้แน่ชัด

แมคโกเวิร์น ระบุว่า 20 ปีที่ผ่านมา นักวิจัยได้เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับสึนามิมากมายหลายอย่างก็จริง แต่ก็มีอีกมากเหลือเกินที่ยังคงเป็นปริศนา กลายเป็นช่องว่างในองค์ความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ดี หนึ่งในจำนวนนั้นก็คือ ข้อเท็จจริงที่ว่า คลื่นยักษ์สร้างความเสียหายให้เกิดขึ้นได้อย่างไร

“เรื่องนี้เราไม่รู้จริงๆ เหตุผลเป็นเพราะว่า เมื่อเกิดเหตุขึ้นจริงๆ แล้วเราไปสำรวจภาคสนามในสถานที่เกิดเหตุ ปรากฏว่า สิ่งที่สึนามิหลงเหลือไว้ให้ได้เห็นก็คือ การทำลายล้างเท่านั้น ไม่หลงเหลือข้อมูลอื่นๆ ไว้ให้เห็นเลย”

แมคโกเวิร์นระบุว่า สิ่งที่เขาคาดหวังไว้เนื่องในวาระครบรอบ 20 ปีก็คือ เราต้องไม่ลืมสึนามิ เราต้องไม่เข้าใจเอาเองว่า นี่คือปรากฏการณ์ที่พันปีถึงจะมีสักครั้ง

แต่ต้องเข้าใจและให้ความสำคัญว่า นี่คือหนึ่งในภัยธรรมชาติที่ร้ายแรงที่สุดที่มนุษย์ต้องเผชิญอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์