หน้าแรก บทความ ภาพเก่าเล่าตำ...

ภาพเก่าเล่าตำนาน : เมื่อพ่อค้าอาหรับเข้ามา อินโดนีเซียก็เปลี่ยนไป…

30.12.24 | 13:45 น.

มีการขุดค้น…พบโครงกระดูก “มนุษย์ชวา” และเครื่องมือ เครื่องใช้ในการดำรงชีวิตมนุษย์ นักโบราณคดีตีความว่า… หมู่เกาะอินโดนีเซียเคยมีคนอาศัยอยู่อย่างน้อยราว 1.5 ล้านปีมาแล้ว

ตั้งแต่ศตวรรษที่ 7 เป็นต้นมา อาณาจักรศรีวิชัยที่ติดต่อค้าขายกันโดยทางเรือสินค้าเจริญรุ่งเรือง อิทธิพลของศาสนาฮินดู-พราหมณ์และพุทธ แพร่ขยายไปถึงอินโดนีเซีย ชาวเกาะชวาเป็นเกษตรกร มีราชวงศ์ที่นับถือฮินดูปกครอง

รูปแบบการใช้ชีวิตที่เป็นเกษตรกร พิธีกรรมต่างๆ เรื่องการเพาะปลูก เรื่องน้ำ การบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ การแกะสลักหินเป็นเทพเจ้า เป็นไปตามหลักศาสนาพราหมณ์-ฮินดู

ปลายศตวรรษที่ 13 อาณาจักรฮินดูมัชปาหิต ที่มิใช่มุสลิม เจริญรุ่งเรือง อิทธิพลของอาณาจักรนี้ได้แผ่ขยายไปทั่วอินโดนีเซียเป็นส่วนใหญ่ …เป็นอาณาจักรสุดท้าย

ศตวรรษที่ 13 เริ่มมีพ่อค้าอาหรับจากเอเชียใต้แล่นเรือเข้ามาค้าขาย จึงเป็นจุดเริ่มต้นของศาสนาอิสลามในอินโดนีเซีย เริ่มจากชุมชนทางตอนเหนือของเกาะสุมาตรา ซึ่งเป็นจุดจอดเรือสะดวกที่สุด โดยเฉพาะเมืองอาเจะห์ (Aceh)

Advertisement

ปลายศตวรรษที่ 16 พื้นที่อื่นๆ ในอินโดนีเซียของค่อยๆ รับคำสอน พิธีกรรมของอิสลามเข้ามา กลายเป็นศาสนาหลักในชวาและสุมาตรา ศาสนาอิสลามจะทับซ้อนและผสมผสานกับอิทธิพลทางวัฒนธรรมและศาสนาที่มีอยู่

ขอรวบรัดเข้าสู่ประเด็นที่ “เปลี่ยนผ่าน” ไปเป็นอิสลาม…

สาธารณรัฐอินโดนีเซีย (ปัจจุบัน) กระจายตัวอยู่บนเกาะต่างๆ กว่า 17,000 เกาะ

ประวัติศาสตร์อินโดนีเซียยุคแรกสุดที่บันทึกไว้แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลทางศาสนาจากอินเดีย มีศูนย์กลางอยู่ที่เกาะชวา เกาะสุมาตรา ชาวเกาะทั้งหลายนับถือศาสนาฮินดู-พราหมณ์ รวมทั้งพุทธศาสนานิกายเถรวาทและมหายาน

ในช่วงศตวรรษที่ 9 ทั้งศาสนาฮินดูและพุทธศาสนาเป็นศาสนาหลักในราชสำนัก พระอิศวรและพระพุทธเจ้าถูกมองว่าเป็นอวตารของจิตวิญญาณองค์เดียวกัน การผสมผสานของศาสนาทั้งสองยังคงดำเนินต่อไป

ในศตวรรษที่ 14 พ่อค้าจากอาหรับ เมืองคุชราต เดินทางด้วยเรือสำเภามายังเกาะชวา เกาะสุมาตรา เพื่อแสวงหากานพลู อบเชย และลูกจันทน์เทศ พ่อค้าเหล่านั้นนำรูปแบบพิธีกรรม คำสอนของศาสนาอิสลามมาด้วย และเมื่อพ่อค้าจำนวนมากตัดสินใจตั้งถิ่นฐานบนเกาะชวาและสุมาตรา ชอบพอผู้หญิงชาวพื้นเมือง มีลูกมีหลาน ชุมชนมุสลิมขยายตัวต่อเนื่อง ศาสนาอิสลามผสมผสานคลุกเคล้าไปกับวัฒนธรรมท้องถิ่น

ชาวชวารับการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะการปฏิบัติตามหลักศาสนา เช่น พิธีการทำศพตามพิธีของมุสลิม การสวดขอพร

เมืองอาเจะห์ ปลายแหลมสุมาตรา คือ กลุ่มประชากรที่ปฏิบัติศาสนกิจแบบอิสลามอย่างเคร่งครัดที่สุด

พิธีกรรมของมุสลิมที่เกี่ยวข้องกับการเกิด การตาย และการแต่งงาน การศึกษา แพร่ขยายไปยังชวาตะวันตก กาลีมันตัน รวมถึงหมู่เกาะซุนดาน้อย เกิดการผสมผสานกันจากรุ่นสู่รุ่น ส่งต่ออิทธิพลจากความเชื่อและการปฏิบัติของบรรพบุรุษ

คำสอน คำสวด วัฒนธรรมและความคิดหลั่งไหลมาจากตะวันออกกลาง ชาวอินโดนีเซียคุ้นเคยกับข้อความภาษาอาหรับ รวมถึงการนำอักษรอาหรับมาใช้

เส้นทางการค้ามีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่ศาสนาอิสลาม ตัวอย่างเช่น เกิดมีชุมชนอาหรับ “ฮาดรา” จากประเทศเยเมนมาตั้งถิ่นฐานในอินโดนีเซีย

ข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อ แต่เป็นจริง คือในศตวรรษที่ 15 แม่ทัพเรือชาวจีน ชื่อ เจิ้ง เหอ ที่เป็นมุสลิม ที่นำขบวนเรือสินค้าจากเมืองจีนไปค้าขายถึงทวีปแอฟริกา ไปค้าขายกับประชาคมอาหรับถึง 7 ครั้ง ก็ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ช่วยเผยแพร่ศาสนาอิสลามให้เข้ามาในพื้นที่เกาะต่างๆ ของอินโดนีเซียด้วย

ศตวรรษที่ 15 คือช่วงเวลาที่ “ฐานที่มั่นของศาสนาอิสลาม” ในอินโดนีเซียได้เพิ่มจำนวนขึ้น พร้อมกับการเกิดขึ้นของอาณาจักรท่าเรือหลายแห่งซึ่งปกครองโดยเจ้าชายมุสลิมในท้องถิ่นบนชายฝั่งทางเหนือของชวาและที่อื่นๆ ตามเส้นทางการค้าหลักไปจนถึงทางตะวันออกไกลถึงเตอร์นาเตและติโดเรในหมู่เกาะโมลุกกะ

เรื่องการค้าขายเครื่องเทศ ทองคำ แร่ธาตุอื่นๆ คือ อาชีพหลัก

เกาะสุมาตราตอนเหนือ…อุดมไปด้วยทองคำและผลผลิตจากป่า และพริกไทย เป็นที่ต้องการสูงสุดของพ่อค้าต่างถิ่น ชาวเกาะหันมาปลูกพริกไทย ข้อดี-จุดเด่นของการค้าขาย คือ พ่อค้าจากดินแดนอาหรับสามารถเข้าถึงพื้นที่ต่างๆ ในหมู่เกาะต่างๆ ได้สะดวก

ท่าเรือหลายแห่งในอินโดนีเซียได้กลายเป็นศูนย์กลางการค้าที่มั่งคั่ง พ่อค้าชาวชวาที่เข้ามารวมกันที่มะละกาทำให้ท่าเรือกลายเป็นชุมชนที่สำคัญ มีอิทธิพลทางความคิด ความเชื่อ

ไม่ช้า ไม่นาน พ่อค้า ผู้ปกครองเมืองและครูสอนศาสนาอิสลาม กลายเป็น “กลุ่มคน” ที่เข้ามาเป็นบุคคลตัวอย่างของชุมชน และหลายๆ เมือง สถาบันศาสนาอิสลามก็ได้รับการแนะนำเผยแพร่เพื่อให้ทุกคนรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน

เมื่อ “ผู้นำ” ของชุมชนนับถืออิสลาม ก็ทำให้ชุมชนทั้งหลายปรับแนวคิดไปในภูมิภาคต่างๆ ผู้นำทั้งหลายเป็นตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ฐานทัพมุสลิมแห่งแรกในอินโดนีเซีย โดยเฉพาะ “สมุทร-ปาไซ” เป็นชุมชนที่ชาวมุสลิมสร้างขึ้นอย่างแท้จริง ซึ่งได้รับความภักดีจากประชากรในพื้นที่และสนับสนุนกิจกรรมทางวิชาการ

เมืองอาเจะห์ (Aceh) ที่อยู่ปลายสุดแหลมสุมาตรา (ซึ่ง พ.ศ.2548-2549 ผู้เขียนเคยไปปฏิบัติหน้าที่รักษาสันติภาพ) เป็นราชอาณาจักรอาเจะห์ มีสุลต่านปกครอง เคยมีแนวคิดเรื่องกษัตริย์ศักดิ์สิทธิ์ตามแบบฮินดู กลายเป็น “ท่าเรือชั้นนำ” ในสุมาตราเหนือ เมื่อเวลาผ่านไปหลายทศวรรษ… ก็กลายเป็นรัฐมุสลิมที่เคร่งครัด

ในศตวรรษที่ 16 นักเขียนชาวโปรตุเกส ชื่อ โทเม ปิเรส เขียนในหนังสือ Suma Oriental บรรยายว่า ชาวชวาทำการค้าแบบแนบแน่นกับพ่อค้ามุสลิมเป็นหลัก และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับมุสลิมจากมะละกา ผู้นำเข้าข้าวจากชวา

ผู้ปกครองมะละกาถึงแม้ว่าจะมีเชื้อสายปาเล็มบังที่มีชื่อเสียง แต่ก็ยอมรับศาสนาอิสลามเพื่อดึงดูดพ่อค้าชาวมุสลิมและชาวชวาให้มาที่ท่าเรือของตน

ก็ใช่ว่าจะเปลี่ยนแปลง-เปลี่ยนผ่านโดยราบรื่นไปซะหมด

ศตวรรษที่ 15, 16 และ 17 ถือเป็นช่วงเวลาของการแย่งชิง ต่อสู้ ต่อต้านบนเกาะชวา มีการต่อสู้ ขัดแย้งของบุคคลเพื่อให้นับถือศาสนาอิสลามตามชุมชนตามชายฝั่งทะเล มีการบังคับใช้ศาสนาใหม่ในเขตชวาตะวันตกและเขตปาเล็มบังในสุมาตราใต้

โครงสร้างอำนาจของศาสนาอิสลามขยายตัวไปก่อความโกรธแค้นที่เมืองมาตารัม กลุ่มบุคคลที่ต่อต้านบุกโจมตีเจ้าชายและบุคคลสำคัญชาวมุสลิมในเขตชายฝั่งตอนเหนือ

แนวสอนศาสนาอิสลามที่เข้ามาในอินโดนีเซียในอดีตมาจากพื้นที่ “อินเดียตอนใต้” ซึ่งได้นำพา “ลัทธิซูฟี” มาสู่ชาวชวาเช่นกัน ทั้ง “นักบุญ” (วาลี) ของซูฟีและครูผู้สอนชาวชวาต่างก็เข้าใจและเคารพความปรารถนาของกันและกันที่จะรวมเป็นหนึ่งกับพระเจ้า

แม้กระทั่งประเทศมาเลเซียและภาคใต้ของไทย ก็อยู่ในบริบทเดียวกันกับอินโดนีเซีย

ขอแถมเป็นข้อมูล… มุสลิมในเมืองจีนครับ

การติดต่อค้าขาย เดินเรือไป-มาเมื่อราว 2 พันปีที่แล้ว เป็นที่มาของมุสลิมในแผ่นดินจีนเช่นกัน หลังจีนเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบคอมมิวนิสต์ รัฐบาลได้แบ่งมุสลิมออกเป็น 10 กลุ่ม กลุ่มที่ใหญ่ที่สุดคือ ชาวหุย ซึ่งต่างจากชนกลุ่มน้อยอื่นๆ ตรงที่ไม่มีภาษาเป็นของตัวเอง

ชาวหุยพูดภาษาจีนกลางของชาวฮั่น พวกเขาเหมือนกับชนกลุ่มน้อยมุสลิมกลุ่มอื่นๆ ตรงที่นับถืออิสลามเท่านั้น

ปัจจุบันมีชาวจีนที่เป็นมุสลิมราว 40 ล้านคน มีมัสยิดราว 70 แห่งในแผ่นดินจีน ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันตก อาทิ เขตปกครองตนเองหนิงเซี่ย หุย “Chinese Muslims (Hui)” มุสลิมจำนวนหนึ่งในอดีตยังเคยเป็นผู้ถวายงานใกล้ชิดในราชสำนักของฮ่องเต้หลายราชวงศ์ ด้วยเป็นบุคคลที่มีความรู้ ซื่อสัตย์

ชาวหุยในประเทศจีน ผู้ชายจะสวมหมวกสีขาว ส่วนผู้หญิงชาวหุยบางคนในปัจจุบันยังคงใส่ม่านบังหน้า

มาถึงยุคชาติตะวันตกล่าอาณานิคม…กองเรือโปรตุเกสเข้ามาค้าขาย ตามมาด้วยกองเรืออันเกรียงไกรของชาวดัตช์ (เนเธอร์แลนด์) จึงมีแนวทางของศาสนาคริสต์เพิ่มขึ้นในอินโดนีเซีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่ “ชนกลุ่มน้อยชาวจีน” ในอินโดนีเซีย

โดยสรุป ศาสนาอิสลามเข้ามาแพร่ขยายในหมู่เกาะของอินโดนีเซีย เมื่อราว 2 พันปีที่แล้ว พ่อค้าอาหรับเป็นผู้บุกเบิกเส้นทางการค้า อินโดนีเซียเป็นหมู่เกาะ เข้าถึงได้ง่าย เมืองท่าตามชายฝั่งคือจุดเริ่มต้น พ่อค้ามุสลิมตระเวนค้าขาย บ้างก็ปักหลักตามเมืองท่าต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้…เลยไปถึงแผ่นดินจีนโน่น

ช่วงแรกชาวชวายังไม่ยอมรับศาสนาอิสลามโดยรวม หลังจากนั้นอิสลามก็แพร่หลายไปทั่วหมู่เกาะทั้งปวงมาจนถึงปัจจุบัน

อินโดนีเซีย ในปัจจุบันมีผู้นับถือศาสนาอิสลามกว่า 87-90% ของจำนวนประชากรทั้งหมด ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามนิกายซุนนี จากประชากรประมาณ 230 ล้านคน เป็นชาติมุสลิมที่มีประชากรมากที่สุดในโลก…

พลเอกนิพัทธ์ ทองเล็ก