ปีใหม่ 2568 ขอให้เจรจา รู้ทันเกมส์ โดย รศ.ดร.รุ่งเรือง พิทยศิริ
รองศาสตราจารย์ ดร.รุ่งเรือง พิทยศิริ นักวิชาการ ผู้สนใจในเรื่องนโยบายสาธารณะและด้านเศรษฐศาสตร์การเมือง สนใจการปฏิรูปประเทศและกระบวนการยุติธรรม เผยแพร่บทความเรื่อง “ปีใหม่ 2568 ขอให้เจรจา รู้ทันเกมส์” โดยระบุว่า
สวัสดีปีใหม่ 2568 ท่านผู้อ่านทุกท่าน ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าปี 2568 เราและประเทศไทยที่รักของเราจะไม่สะบักสะบอมมากนักนะครับ ผมเป็นคนพูดจาอะไรตรงไปตรงมา และคิดแบบเป็นวิทยาศาสตร์ เราก็คงรู้อยู่แล้วว่าในบริบทใหม่ของโลกเรานับแต่เดือนพฤศจิกายน ปีที่แล้วเป็นต้นมา อะไรต่างๆ มันก็คงจะไม่เหมือนเดิม เพราะโลกมันถูกขับเคลื่อนด้วยมหาอำนาจ มหาอำนาจทางเศรษฐกิจคือตัวขับเคลื่อนโลก ขับเคลื่อนแม้แต่สหประชาชาติ เห็นได้จากบทบาทของคณะมนตรีความมั่นคงในสหประชาชาติ ว่ามีเพียงแค่ห้าประเทศ และก็ยังมีสิทธิ์ในการวีโต้อีก ดังนั้น หลายสิ่งหลายอย่างมันไม่ใช่เรื่องของประชาธิปไตย ไม่ใช่เสียงส่วนใหญ่ของมวลสมาชิกของโลก ที่นับจำนวนประเทศเล็กๆ รวมตัวกัน คือเสียงส่วนใหญ่ มันไม่ใช่ และก็เหมือนเมืองไทยที่คนมีอำนาจ ก็มีที่มาจากในเรื่องของการเจรจาในเรื่องผลประโยชน์ ผมคิดว่าคำว่าเจรจาเป็นคำที่สำคัญมาก บนสังคมยุคผลประโยชน์นำ
เพราะเราก็รู้อยู่แล้วว่าถนนทุกสายก็วิ่งเข้าไปหาว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ ทรัมป์ เขาเปิดบ้านเขาหรือโรงแรมเขา รีสอร์ตเขา ต้อนรับผู้นำทั่วโลกเขามาพูดคุยเจรจาความก้บเขาตลอดช่วงสองเดือนที่ผ่านมา เขาก็อยากเห็นคนไปสวามิภักดิ์ หรือไปแสดงความนบน้อมกับเขา ผู้นำหลายชาติก็คงแอบไปพบกับเขามาแล้ว สำหรับประเทศเล็กๆ อย่างเรา แต่เราดันได้เกินดุลสหรัฐมามาก เรียกว่าเป็นอันดับต้นๆ ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเราก็ยังเป็นห่วงโซ่อุปทานของจีนในอุตสาหกรรมหลายอย่าง โดยเฉพาะรถยนต์ EV ส่วนอิเล็กทรอนิกส์ หลังๆ เราถอยหลังไปเยอะ ดังนั้นเราก็อาจอยู่ในเรดาห์ของสหรัฐ ในการถูกกีดกันการค้าได้ เรียกว่ามีแนวโน้ม แต่อาจไม่ถึงกับสูงมาก
ในความโชคร้ายของเราที่เราไม่ได้พัฒนาอุตสาหกรรมก้าวหน้าได้มาก มันก็อาจกลายเป็นความโชคดีที่เราส่งออกพวกอาหาร สินค้าเกษตรไปยังจีนเป็นจำนวนมาก ไม่ใช่อยู่ในเป้าสายตาในเรื่องอิเล็กทรอนิกส์ หรือพวกไมโครชิป อะไรทำนองนั้น แต่แม้กระนั้นการที่จีนมาบุกเบิกขายรถยนต์ไฟฟ้า ในประเทศไทย เป็นจำนวนมาก และหากจะมาสร้างโรงงานผลิตพวกแบตเตอรี่และชิ้นส่วนรถยนต์ไฟฟ้า อีก เพื่อเป็นองค์ประกอบห่วงโซ่ทั้งหลายเหล่านี้ ก็อาจทำให้เราตกเป็นเป้าหมายที่จะโดนเพ่งเล็ง เพราะทุกวันนี้รถยนต์ไฟฟ้าจากค่ายจีน โดยเฉพาะ BYD เป็นค่ายที่ทำยอดขายเป็นอันดับหนึ่งของโลก แซงหน้าเทสล่า ที่ก่อนหน้านี้ครองอันดับหนึ่งมาตลอด
จริงๆ แล้ว ถ้าสหรัฐไม่ได้ดำเนินการกีดกันทางการค้าอย่างจริงจัง ในทุกๆ เรื่อง รถยนต์ไฟฟ้าจากจีนก่อนหน้านี้ คือไม่ให้รถยนต์จีนเข้าไปขายในสหรัฐเลย ปัจจุบันเข้าใจว่ามีหลุดรอดเข้าไปน้อยมากๆ ถ้าผมอ่านไม่ผิด คือจำนวนประมาณหลักหมื่นคันเอง ป่านนี้รถยนต์จีนคงขายในสหรัฐกันครองอันดับหนึ่งแน่นอน เพราะรถยนต์เทสล่า ราคาแพงมาก คันหนึ่งตกถึงประมาณกว่า 60,000 เหรียญสหรัฐ คิดดูว่าแพงขนาดไหน เพราะปกติรถยนต์ที่สหรัฐจะถูกกว่าบ้านเราประมาณสามเท่า
ผมจึงตั้งข้อสังเกตเชิงแนะนำว่า หากรัฐบาลต้องการให้เราสามารถสร้างการส่งออกที่เติบโตได้โดยไม่สะดุด จากเดิมที่เติบโตเพราะการค้าในภูมิภาคที่ขยายตัวอย่างมาก ผู้นำของเราควรหาทางไปเจรจากับทรัมป์ เอาความอ่อนหวานของสเน่ห์ผู้หญิงไทย ไปเจรจากับเขา ต้องรีบนิดนึงครับ เพราะทุกวันนี้มันใกล้วันที่เขาจะสาบานตนมากแล้ว นอกจากนั้นแล้ว เราเองคงต้องพยายามแสดงท่าทีให้ชัดเจนว่า เราจะไม่สนับสนุนการสำแดงสัญชาติการส่งออกเท็จ หรือการสำแดงหลอกหลวง โดยเฉพาะผู้ผลิตจีนที่มาอาศัยการผลิตในประเทศไทย และใช้ไทยเป็นนอมินี แล้วอ้างเป็นธุรกิจไทย ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วยังเป็นผู้ผลิตจีนร้อยเปอร์เซ็นต์
เราต้องยอมรับว่า เราไม่ได้มีการบริหารจัดการในเรื่องนี้ ไม่มีการจัดระเบียบธุรกิจจีนในประเทศไทยเลย ไม่ว่าธุรกิจสีเทา คือทำเฉพาะเมื่อเป็นข่าว ธุรกิจการผลิตที่ย้ายมาผลิตในไทย และประเทศอื่นๆ เช่นเวียดนาม กัมพูชา ไทยเองก็เป็นหนึ่งในประเทศที่เขาย้ายมาผลิตเพื่อแปลงสัญชาติจำนวนมาก แต่กระบวนการจัดการที่แท้จริง ไม่ได้มีผู้ประกอบการไทยเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเลย วันนี้มันมากขนาดไหน ลามไปหมดจนถึงสถานบันเทิง ยังรวมไปถึงธุรกิจจีนที่เข้ามาแย่งตลาดในไทยเองด้วย และธุรกิจจีนที่นำสินค้าราคาถูกเข้ามาตีตลาดในประเทศไทย จนผู้ประกอบการไทยพังพินาศจำนวนมาก บทบาทพวกนี้คือหน้าที่ของรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ และนายกรัฐมนตรี ที่ควรเร่งแสดงฝีมือ
หน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ ที่ไปแสดงการเจรจากับประเทศต่างๆ ก็เป็นประโยชน์ แต่คงไม่ได้ประโยชน์มากเท่ากับการจัดระเบียบเรื่องธุรกิจจีนในประเทศไทยตอนนี้ เพราะสงครามการค้ามันประชิดประเทศไทยเต็มที่ เราควรไปนำเสนอว่าสิ่งที่เคยทำตามนโยบายของสหรัฐก่อนหน้านี้ ทั้งเรื่องแรงงานเด็ก แรงงานผิดกฎหมาย การปราบปรามยาเสพติดจากพม่า ตามลิสต์ต่างๆ รวมถึงความบริสุทธิ์ใจในการสำแดงสัญชาติการผลิตที่แน่นอน
รัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ อย่ามั่วไปตกอกตกใจผลกระทบต่อการส่งออก ในเรื่องไม่เป็นเรื่อง เช่น เอาเวลาไปคอยคุยกับผู้ประกอบการจะไปส่งเสริมให้เขาส่งออกอะไรบ้างเพิ่มเติม เรื่องแบบนี้ รัฐบาลอย่าไปสอนผู้ประกอบการให้คิด จะไปรู้ดีกว่าเขาซึ่งเป็นผู้ผลิตได้อย่างไร และหากจะไปส่งเสริมจริงตอนนี้ มันจะทันไหม การสร้างสภาพนิเวศน์ที่เอื้อต่อการส่งออก หรือสร้างเสริมสินค้าที่ส่งออกได้รับความนิยม มันย่อมต้องผ่านการวางแผนมาช้านาน ล่วงหน้ามาหลายปี อย่างเช่น การทำแบบแม่บทการพัฒนาอุตสาหกรรมไฮเทค ทำแล้วมันจะเกิดผลอีกกี่ปีตามมา กว่าผลจะมา สหรัฐคงเปลี่ยนประธานาธิบดีเป็นท่านใหม่แล้ว
ระบบนิเวศวิทยาทางอุตสาหกรรมของเราไม่ได้เลวร้ายมากครับ ถือว่าดีพอควร โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ และเมืองอุตสาหกรรมอย่างชลบุรี และฉะเชิงเทรา เรามีโรงเรียน โรงเรียนนานาชาติ โรงพยาบาล สถานที่พักอาศัยใกล้แหล่งผลิตอุตสาหกรรมหลายแบบ หลายเกรด รวมถึงสนามบินนานาชาติที่ไม่ไกลมาก แต่เราขาดแผนแม่บท และการส่งเสริมจริงจังที่ควรเดินหน้ามาก่อนนานมากๆ ทำให้อุตสาหกรรมเราล้าหลัง แม้เราอยู่ในห่วงโซ่ เราก็เป็นห่วงโซ่ข้อต่อโบราณ ไม่ใช่ตัวหลักของเทคโนโลยี อย่างเช่น แผงซุปเปอร์ชิป หรือแบตเตอรี่รุ่นใหม่เทคโนโลยีขั้นสูง หากมาคิดตอนนี้ มันก็เป็นเรื่องรอผลตอบรับในอนาคตอีกหลายปี แต่ยังไงก็ต้องทำเพื่ออนาคตลูกหลาน
รัฐบาลอาจช่วยได้ในเรื่องต้นทุนผู้ประกอบการอย่างเช่น การส่งเสริมต้นทุนทางการเงิน ให้ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ ให้กู้ยืมเงินระยะสั้น หรือสินเชื่อเพื่อการเปิด LC ดอกเบี้ยต่ำ อันนี้เป็นงานเด็กๆ ให้รัฐมนตรีช่วยทำครับ งานสำคัญไปจัดระเบียบธุรกิจที่มีอิทธิพลผลกระทบ แล้วไปรายงานตัวแสดงความบริสุทธิ์ใจต่อผู้นำโลก อันนี้คืองานผู้นำจริงๆ ครับ เร่งด่วน ไม่ทำไม่ได้ เหมือนเราไม่ทำ Trade Platform เลย ทั้งๆ ที่สามารถทำได้ วันนี้การซื้อขายออนไลน์ เราใช้แต่แพลตฟอร์มต่างชาติหมดเลย ทั้งๆ ที่ตอนหาเสียงบอกจะทำ ตั้งแต่หาเสียงคราวก่อน ผมเองก็เป็นคนเขียนเรื่องนี้ด้วยว่าให้ทำ และท่านก็บอกว่าจะทำ แต่ผ่านมาตั้งแต่ยุบพรรคไทยรักษาชาติแล้วก็ไม่มีใครคิดทำ
อย่างไรก็ดี ผมเองก็ยังเชื่อนะครับว่า สงครามการค้าคราวนี้ ที่เป็นทรัมป์ 2.0 ในที่สุดแล้วมันจะไม่รุนแรงมากเหมือนอย่างที่คิด เพราะผมยังเชื่อว่า หากการเดินหน้านโยบายสงครามการค้าคราวนี้เต็มพิกัด ควบคู่ไปกับการปรับลดภาษีเงินได้ทั้งระบบของสหรัฐ เศรษฐกิจสหรัฐจะเกิดปัญหาครั้งใหญ่ จากเงินเฟ้อที่พุ่งทะยานกินหัวคนทั้งประเทศ จะทำให้สหรัฐไม่สามารถลดดอกเบี้ยลงได้เหมือนอย่างที่ต้องการ สินค้าในประเทศมีราคาสูงขึ้น จากการกันสินค้าราคาถูกเข้าประเทศ หนี้เสียในสถาบันการเงินอาจปรับตัวมากขึ้น และที่สำคัญความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี AI และอิเล็กทรอนิกส์ของจีน ได้ก้าวหน้าไปมากขึ้นกว่าสมัยทรัมป์ 1.0 ดังนั้นการบีบคั้นจีน ย่อมทำให้เกิดสงครามหลายรูปแบบ รวมถึงสงครามด้านอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังเกี่ยวข้องกันหลายๆ ส่วน
ภูมิรัฐศาสตร์ที่มีการเชื่อมโยงกัน ทั้งการใช้แร่หายาก Rare Earth ของจีน ที่ส่วนใหญ่มีในจีนในการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ระบบ IT ที่ประเทศจีนมีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐ อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าของเทสล่า ก็มีฐานผลิตใหญ่ที่จีน อุตสาหกรรมก้าวหน้าของญี่ปุ่นจำนวนมากก็อยู่ในจีน ราคารถยนต์ไฟฟ้าของจีนถูกกว่าสหรัฐมากๆ การดำเนินนโยบายแบบสุดโต่งของทรัมป์ อาจทำให้เกิดระบบสองราคาขึ้นในโลก ซึ่งในทางปฏิบัติมันเป็นไปไม่ได้แน่นอน ในที่สุดจะพัง
แต่ผมเองก็เชื่อว่า ด้วยสติปัญญาความสามารถของทรัมป์ คงไม่ปล่อยให้พังแน่นอน แต่คงจะเกิดปรากฏการณ์ถอยในบางเรื่อง บางเรื่องแลกด้วยการซื้อเวลาดูสถานการณ์ แต่ผมอดเป็นห่วงประเทศไทย ไม่ได้จริงๆ เพราะผมเห็นการบริหารที่จะพยายามฟื้นฟูเศรษฐกิจ เหมือนกับไม่รู้ว่าอะไรควรทำก่อน เพราะมันสำคัญมากที่สุด อะไรคือเรื่องเล็กๆ ที่ควรให้รัฐมนตรีเด็กๆ ไปทำ เช่นไปส่งเสริมการท่องเที่ยวเฉพาะจุด ก็ทำได้ ก็ทำไป ไม่มีใครว่า แต่ไม่มีคนคอยดูในภาพใหญ่ ว่าอะไรสำคัญสุดที่ควรต้องทำ ถ้ามีองค์ความรู้ทางด้านเศรษฐศาสตร์ก็จะเห็นชัดว่า สภาพเครื่องยนต์มันดันเศรษฐกิจให้โตตามเป้าหมายไม่ได้แน่นอน แต่ก็ยังจะเดินหน้าในโครงการที่มันไม่สร้างการกระตุ้นเศรษฐกิจที่แท้จริง ไม่คิดทำอย่างอื่น ที่ควรคิด ให้มันบังเกิดขึ้นให้จงได้ แล้วมันจะโตตามศักยภาพได้อย่างไร งงจริงๆ
ท้ายสุดครับ หากท่านผู้อ่านชอบใจในบทความของผม ขอให้ติดตามผมได้ที่เพจ ในเฟสบุ๊คของผมนะครับ ที่ Drtarnofficial หรือ www.facebook.com/profile.php?id=61571126957281 เข้ามาเป็นเพื่อนติดตามผมได้เพื่อพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้ ในอนาคตผมกำลังจะทำบทบรรยายสั้นๆ เล่าเรื่องราวที่น่าสนใจ หรือพูดคุยกับบุคคลที่น่าสนใจ มานำเสนออีกด้วยครับ ขอบคุณครับ

