หน้าแรก บทความ ‘จิมมี คาร์เต...

‘จิมมี คาร์เตอร์’ ในความทรงจำ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐละโลกวัย 100 ปี

7.01.25 | 12:15 น.

‘จิมมี คาร์เตอร์’ ในความทรงจำ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐละโลกวัย 100 ปี

“จิมมี คาร์เตอร์” อดีตประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 39 ได้ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อวันที่29 ธันวาคม 2024 วัย 100 ปี ณ บ้านพักเพลนส์ รัฐจอร์เจียร์ ซึ่งเป็นสถานที่เกิดด้วย

ระหว่างการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี คาร์เตอร์ได้ทำประโยชน์แก่สหรัฐและต่างประเทศมากมาย อาทิ เป็นคนแรกที่ได้รังสรรค์การทูตมนุษยธรรม สนับสนุนความสัมพันธ์จีน-สหรัฐ ขับเคลื่อนสันติภาพตะวันออกกลาง หลังจากพ้นวาระ ยังได้ร่วมกับคู่ชีวิตโรซาลินน์ทำงานให้แก่สังคมอย่างต่อเนื่องมิเคยว่างเว้น

บั้นปลายชีวิตเกือบสองปี ได้พักรักษาแบบประคองอาการที่บ้านเกิด ปฏิเสธเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล โดยมีคู่ชีวิตโรซาลินน์ที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขถึง 77 ปีอยู่เคียงข้าง แต่อดีตสตรีหมายเลข 1 ได้จากไปก่อน 1 ปี

ก่อนถึงนาทีสุดท้าย คาร์เตอร์ยังได้ลงคะแนนล่วงหน้าให้แก่ “คามาลา แฮร์ริส” คู่ชิงประธานาธิบดีสหรัฐ แสดงให้เห็นถึงเลือดเดโมแครตมิเสื่อมคลายกลับเข้มข้น เข้มข้นเพราะใกล้หมดลมหายใจก็ยังไม่ลืมพรรค

Advertisement

บรรดานักการเมือง ได้ตื่นตัวสำนึกถึงความบริสุทธิ์ สมถะ และความซื่อสัตย์ของคาร์เตอร์พลันที่ล่วงลับ จากเกษตรกรไร่ถั่วลิสงสู่ทำเนียบขาว เป็นเรื่องมหัศจรรย์ของประวัติศาสตร์สหรัฐ แม้เป็นประธานาธิบดีที่ถูกประเมินค่าต่ำ แต่ปี 2002 ได้ธำรงไว้ซึ่งสิทธิมนุษยชนของสหรัฐและสังคมโลก ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ต้องยอมรับว่า ผลงานทั่วไปหลังพ้นวาระทิ้งห่างตอนอยู่ในตำแหน่งมากทีเดียว จึงไม่แปลกที่ก่อนอำลาทำเนียบขาว คาร์เตอร์ได้กล่าวสุนทรพจน์ มีความจับใจตอนหนึ่งว่า “อีกไม่กี่วันข้างหน้า ข้าพเจ้าก็จะอำลาที่ทำงานแห่งนี้ และจะได้รับตำแหน่งที่สูงกว่า คือ ‘ราษฎรเต็มขั้น’”

วิถีชีวิตของคาร์เตอร์เรียบง่าย ไม่ละโมบ เมื่อลงจากตำแหน่งไม่อยู่คฤหาสต์หรูเหมือนประธานาธิบดีคนอื่น แต่กลับอยู่ที่บ้านเกิด เป็นที่ราบในตำบลเล็กๆ ถือสันโดษ พอใจในสิ่งซึ่งตนมีอยู่ ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นคนควรที่เขาทั้งหลายจะเคารพนับถือได้ แม้ “โดนัลด์ ทรัมป์” ว่าที่ประธานาธิบดี ซึ่งอยู่กันคนละพรรค เลือดคนละกรุ๊ป ก็ยังเขียนคำไว้อาลัยว่า “ระหว่างที่คาร์เตอร์อยู่ในตำแหน่งประธานาธิบดี ในขณะที่สหรัฐเผชิญกับเหตุการณ์วิกฤต ท่านได้พยายามแก้ไขชีวิตความเป็นอยู่ของอเมริกันชน ฉะนั้น พวกเราจึงยังเป็นหนี้บุญคุณของท่าน”

หากย้อนมองประวัติศาตร์ คาร์เตอร์คือประธานาธิบดีที่มีผลงานหย่อนยานที่สุด สาเหตุหนึ่งคือ “เหตุการณ์ตัวประกันอิหร่าน” กล่าวคือปี 1979 คาร์เตอร์สนับสนุนประเด็นอิหร่านใช้ชีวิตเสรีแบบตะวันตก และอนุญาตให้พระเจ้าซาห์ปาห์ลาวีมารักษาโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่สหรัฐ เป็นเหตุให้มีผู้ประท้วงจำนวนมาก สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำกรุงเตหะรานถูกปิดล้อม เจ้าหน้าที่ 66 นายถูกกักขัง เป็นวิกฤตตัวประกัน การช่วยเหลือตัวประกันล้มเหลว คาร์เตอร์จึงพ่ายแพ้การป้องกันตำแหน่งประธานาธิบดีแก่ โรนัลด์ เรแกน

อย่างไรก็ตาม นอกจากผลงานที่กล่าวมาแล้วข้างต้น เวลา 4 ปีของคาร์เตอร์ยังได้บรรลุความสำเร็จในหลายเรื่อง อาทิ ผลักดันให้อียิปต์และอิสราเอลบรรลุความสัมพันธ์ คือหลักไมล์สันติภาพตะวันออกกลาง ปูพื้นฐานให้ประธานาธิบดีเรแกนทลายกำแพงเบอร์ลิน ช่วยเหลือจักรวรรดิรัสเซียสลายสหภาพโซเวียต

เวลา 40 ปีที่คาร์เตอร์ดำรงสถานะ “ราษฎรเต็มขั้น” ได้ร่วมกับคู่ชีวิตก่อตั้ง “ศูนย์คาร์เตอร์” วัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนลัทธิมนุษยธรรมแก่สหรัฐและสังคมโลก ทำโครงการขจัดโรคภัยไข้เจ็บแก่ชาวแอฟริกา ช่วยเหลือเกื้อหนุนคนอเมริกันซึ่งไร้ที่พักอาศัย และสร้างคุณูปการ สามารถกล่าวได้ว่าคาร์เตอร์คือหนึ่งเดียวของประธานาธิบดีที่พ้นวาระแล้วมีผลงานมากยิ่งกว่าอยู่ในตำแหน่งมากมายเหลือคณานับ

ประธานาธิบดีคาร์เตอร์ คือผู้ที่มีความกล้าหาญ มีวิสัยทัศน์อันยาวไกล มีสติปัญญา
ความกล้าของท่านย่อมอยู่ห่างไกลจากผลประโยชน์ทางการเมือง มีความหมายที่ยิ่งใหญ่ทางประวัติศาสตร์

บัดนี้ อดีตประธานาธิบดีจิมมี คาร์เตอร์ได้ละจากโลกนี้ไปแล้ว เหลือไว้ซึ่งคุณงามความดี อันได้แก่ความซื่อสัตย์ ไร้มลทินคือมรดกทางการเมือง มอบให้แก่รุ่นลูกรุ่นหลานยึดถือเป็นตัวอย่างต่อไป