สคคท.เจาะร่าง พ.ร.บ.การศึกษา(2)
ครับ ว่าด้วยบทวิเคราะห์สรุปสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. … โดยสมัชชาเครือข่ายครูและบุคลากรทางการศึกษาแห่งประเทศไทย (สคคท.) กันต่อ
2 สิทธิและหน้าที่ทางการศึกษา (มาตรา 9 ถึงมาตรา 18) กำหนดสิทธิของคนไทยกลุ่มต่างๆ ในการได้รับการศึกษา และสิทธิของบุคคลผู้มีสิทธิในการจัดการศึกษาไว้ และได้กำหนดกรอบในการจัดบริการทางการศึกษาของผู้มีสิทธิในการจัดการศึกษาไว้ว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรจึงจะทำให้ผู้เรียนบรรลุตามความมุ่งหมายที่กำหนดไว้ในหมวด 1 ความมุ่งหมายและหลักการของการจัดการศึกษา
3 ระบบการศึกษา (มาตรา 19 ถึงมาตรา 23) พ.ร.บ.ได้กำหนดให้มีระบบการศึกษา 2 ระบบ คือการศึกษาในระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ซึ่งครอบคลุมการจัดบริการทางการศึกษาของทุกประเภท และเป็นระบบที่ตอบสนองการรับบริการทางการศึกษาของคนไทยได้ทุกช่วงวัยและทุกสถานะ ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ ผู้สูงวัย และทุกฐานะเศรษฐกิจและสังคม คนไทยสามารถเลือกเรียนระบบใดระบบหนึ่งและสามารถเทียบโอนความรู้และประสบการณ์เพื่อการศึกษาต่อระหว่างทั้ง 2 ระบบได้
4 หลักสูตร การจัดการเรียนรู้ และการประเมินผล (มาตรา 24 ถึงมาตรา 42) หมวดนี้ประกอบด้วย 3 ส่วนคือ
ส่วนที่ 1 หลักสูตร (มาตรา 24 ถึงมาตรา 28) พ.ร.บ.ได้กำหนดกรอบการจัดทำหลักสูตรสำหรับการจัดการศึกษาระบบและระดับต่างๆ ว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร ใครมีอำนาจในการจัดทำหลักสูตรสำหรับสถานศึกษาแต่ละระดับและแต่ละประเภท โดยกำหนดให้หลักสูตรแต่ละระดับและประเภทต้องเชื่อมโยงกับความมุ่งหมายในการจัดการศึกษา และต้องครอบคลุมสาระอะไรบ้าง
ส่วนที่ 2 การจัดการเรียนรู้ (มาตรา 29 ถึงมาตรา 34) พ.ร.บ.ได้กำหนดกรอบและแนวทางในการจัดการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียนว่าจะต้องให้ผู้เรียนเรียนอย่างไรจึงจะได้ความรู้ ประสบการณ์และสมรรถนะตามความมุ่งหมายของการจัดการศึกษา
ส่วนที่ 3 การประเมินผล (มาตรา 35 ถึงมาตรา 42) พ.ร.บ.ได้กำหนดกรอบของการดำเนินการประเมินผลตามหลักสูตรและบทบาทของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประมินผลของนักเรียน นักศึกษาของสถานศึกษาประเภท ระดับและระบบต่างๆ ตลอดจนกรอบในการเทียบโอนความรู้ ประสบการณ์และสมรรถนะของผู้เรียนทุกระบบและประเภทการศึกษา
5 การบริหารและการจัดการศึกษา (มาตรา 43 ถึงมาตรา 74) ประกอบด้วย 7 ส่วนคือ (1) การบริหารและจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ (2) การบริหารและการจัดการศึกษาในราชการส่วนภูมิภาคและเขตพื้นที่การศึกษา (3) การบริหารและการจัดการศึกษาของสถานศึกษาของรัฐ (4) การบริหารและจัดการศึกษาของสถานศึกษาอาชีวศึกษา (5) การบริหารและจัดการศึกษาของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (6) การบริหารและจัดการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (7) การบริหารและจัดการศึกษาของเอกชน
ส่วนที่ 1 การบริหารและจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ (มาตรา 43 ถึงมาตรา 45) พ.ร.บ.ได้กำหนดขอบเขตอำนาจและหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการตลอดจนบุคคลและหน่วยงานต่างๆ ในการจัดการศึกษา โดยเน้นที่การกระจายอำนาจในการบริหารจัดการการศึกษาทุกด้านไปยังราชการส่วนภูมิภาค เขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษา
ส่วนที่ 2 การบริหารและการจัดการศึกษาในราชการส่วนภูมิภาคและเขตพื้นที่การศึกษา (มาตรา 46 ถึงมาตรา 49) พ.ร.บ.ได้กำหนดอำนาจและหน้าที่ของจังหวัด เขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาว่าแต่ละองค์กรมีอำนาจและหน้าที่ในการจัดการศึกษาอย่างไร และต้องบริหารและจัดการศึกษาอย่างไร
ส่วนที่ 3 การบริหารและการจัดการศึกษาของสถานศึกษาของรัฐ (มาตรา 50 ถึงมาตรา 59) พ.ร.บ.ได้กำหนดกรอบและแนวทางในการบริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของรัฐว่าต้องดำเนินการอย่างไร โดยเน้นที่ความเป็นอิสระในการบริหารจัดการของสถานศึกษา การเป็นนิติบุคคลของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และอำนาจหน้าที่ของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของรัฐ
ส่วนที่ 4 การบริหารและจัดการศึกษาของสถานศึกษาอาชีวศึกษา (มาตรา 60 ถึงมาตรา 63) พ.ร.บ.ได้กำหนดกรอบและแนวทางในการบริหารจัดการสถานศึกษาอาชีวศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน ตลอดจนการกำหนดให้มีกฎหมายว่าด้วยการอาชีวศึกษาด้วย
ส่วนที่ 5 การบริหารและจัดการศึกษาของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (มาตรา 64 ถึงมาตรา 65) พ.ร.บ.ได้กำหนดอำนาจและหน้าที่ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมในการจัดการศึกษา ตลอดจนกำหนดให้สถาบันอุดมศึกษาแต่ละแห่งหรือแต่ละกลุ่มสถาบันมีกฎหมายว่าด้วยการบริหารของตนเอง และให้สถาบันอุดมศึกษาแต่ละแห่งมีความเป็นอิสระในการบริหารจัดการ
ส่วนที่ 6 การบริหารและจัดการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (มาตรา 66 ถึงมาตรา 67) พ.ร.บ.ได้กำหนดอำนาจและหน้าที่ในการจัดการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดการศึกษาแต่ละระดับและประเภท โดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความพร้อมสามารถจัดการศึกษาได้ทุกระดับและประเภท
ส่วนที่ 7 การบริหารและจัดการศึกษาของเอกชน (มาตรา 68 ถึงมาตรา 74) พ.ร.บ.ได้กำหนดให้สถานศึกษาเอกชนเป็นนิติบุคคล สามารถบริหารกิจการได้ด้วยตนเอง แต่ต้องบริหารจัดการให้ผู้เรียนมีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐานของประเทศ และให้นักเรียน และครูของสถานศึกษาได้รับการสนับสนุนจากรัฐในการจัดการศึกษาเช่นเดียวกับนักเรียนและครูในสถานศึกษาของรัฐ ตลอดจนการกำหนดแนวทางในการจัดการศึกษาร่วมกันระหว่างสถานศึกษาของรัฐและสถานศึกษาเอกชน
6 การประกันคุณภาพการศึกษา (มาตรา 75 ถึงมาตรา 77) พ.ร.บ.ได้กำหนดให้กระทรวง ทบวง กรม เอกชน สถานศึกษา หรือส่วนราชการที่มีสิทธิในการจัดการศึกษาต้องจัดบริการทางการศึกษาให้มีคุณภาพ และให้กระทรวงศึกษาธิการดำเนินการประเมินคุณภาพการศึกษาตามที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด
(อ่านต่อสัปดาห์หน้า)
ดิเรก พรสีมา

