หน้าแรก บทความ สะพานแห่งกาลเ...

สะพานแห่งกาลเวลา : โรคอันเนื่องมาจากโควิด

27.01.25 | 12:47 น.

สะพานแห่งกาลเวลา : โรคอันเนื่องมาจากโควิด

นักวิทยาศาสตร์เคยเตือนเอาไว้ว่า นอกจากจะทำให้เสียชีวิตได้แล้ว โควิด-19 อาจส่งผลร้ายแรงต่อสุขภาพของผู้ที่ติดเชื้อและล้มป่วยที่อาจกลายเป็นปัญหาต่อไปจนตลอดชีวิต การศึกษาวิจัยต่อๆ มายืนยันข้อเท็จจริงดังกล่าวนี้ และขนานนามกลุ่มอาการที่ผู้ป่วยโควิด อาจเป็นได้หลังจากหายขาดจากการติดเชื้อแล้วนี้ว่า “ลอง โควิด” (Long COVID)

แต่อันตรายของการติดเชื้อโควิดไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น งานวิจัยล่าสุดในสหรัฐอเมริกาตีพิมพ์เผยแพร่เมื่อ 13 มกราคมที่ผ่านมา ในวารสารวิชาการ Journal of General Internal Medicine แสดงให้เห็นว่า ผู้ป่วยโควิดแม้จะหายขาดจากการติดเชื้อไปแล้ว ยังสามารถล้มป่วยด้วยโรคหายากชนิดหนึ่ง เรียกว่า เอ็มอี/ซีเอฟเอส (myalgic encephalomyelitis/chronic fatigue syndrome) หรือโรคอ่อนแรงเรื้อรัง ซึ่งยังไม่มีวิธีรักษาแต่อย่างใด ข้อมูลจากงานวิจัยระบุว่า ตามสถิติ ในกลุ่มผู้ที่เคยป่วยโควิดมาทุกๆ 22 คน จะมีโอกาสพัฒนาเป็นโรคเอ็มอี/ซีเอฟเอสนี้ 1 คน

มีการคำนวณกันไว้คร่าวๆ ตามสัดส่วนดังกล่าว พบว่า ในสหรัฐอเมริกาในเวลานี้อาจมีผู้ที่เคยติดเชื้อโควิดและรอดชีวิตมาได้ที่ร่างกายอาจพัฒนาโรคเอ็มอี/ซีเอฟเอสนี้ขึ้นมาได้มากถึงกว่า 7 ล้านคน
เลยทีเดียว

เอ็มอี/ซีเอฟเอส ไม่ใช่โรคใหม่แต่เคยพบมาก่อนหน้านี้ในสหรัฐอเมริกาในประชากรวัยผู้ใหญ่ 1 คนในทุกๆ 100 คน อาการหลักๆ ก็คือ อาการอ่อนแรง ซึ่งมักเกิดร้ายแรงขึ้นอย่างเฉียบพลัน ผู้ป่วยซึ่งปกติจะมีอาการเหมือนคนนอนไม่เต็มอิ่ม ไม่สดชื่น คิดอะไรไม่ออก มึนงง อาจมีอาการทรุดลงเฉียบพลัน เช่น แรงดันเลือดลดต่ำกะทันหันขณะยืน เป็นต้น ในวงการแพทย์ยังไม่มีการศึกษาวิจัยที่แน่ชัดว่า โรคนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร แม้จะเชื่อว่าสาเหตุอาจมาจากเชื้อไวรัสก่อโรคต่างๆ ก็ตามที แต่ไม่เข้าใจว่าตัวเชื้อทำให้ร่างกายเกิดอาการเหล่านี้ได้อย่างไร และที่สำคัญก็คือ ยังไม่มีกรรมวิธีใดๆ ไปรักษาอีกด้วย

Advertisement

นายแพทย์แอนโธนี โคมารอฟฟ์ ศาสตราจารย์ด้านการแพทย์ประจำมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ระบุว่า ในทางการแพทย์ แยกเอ็มอี/ซีเอฟเอสออกจากกลุ่มอาการ “ลอง โควิด” แต่ผลจากการศึกษาวิจัยพบว่า เอ็มอี/ซีเอฟเอส สามารถทำให้อาการของผู้ที่เป็น ลอง โควิด อยู่ รุนแรงมากขึ้นกว่าเดิมได้เช่นกัน

งานวิจัยใหม่ชิ้นนี้ใช้วิธีการศึกษาโดยการสังเกตการณ์ โดยใช้กลุ่มตัวอย่างซึ่งเคยติดเชื้อโควิดและรอดชีวิตมาได้ 11,785 คนในการศึกษา นอกจากนั้นยังเฝ้าสังเกตกลุ่มตัวอย่างอีกกลุ่ม รวม 1,439 คน ซึ่งไม่เคยติดเชื้อโควิดมาก่อน เพื่อใช้เป็นกลุ่มเปรียบเทียบ หลังจากผ่านระยะเวลาทุกๆ 3 เดือนไปแล้ว ทีมวิจัยกำหนดให้ผู้เข้าร่วมทุกคนตอบแบบสอบถาม ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อติดตามร่องรอยอาการเอ็มอี/ซีเอสเอฟ แล้วนำคำตอบที่ได้มาจำแนกเป็นกลุ่มตามความหนักเบาของอาการ

ผลจากการศึกษาวิจัยพบว่า มีผู้ที่ไม่เคยมีประวัติป่วยเป็นโควิดเพียง 0.6 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่มีโอกาสพัฒนาเป็นโรคเอ็มอี/ซีเอฟเอส ในขณะที่ผู้ที่เคยป่วยโควิดมีโอกาสพัฒนาเป็นโรคเอ็มอี/ซีเอฟเอส ในช่วงระยะเวลา 6 เดือน หลังติดเชื้อโควิด มีมากถึง 4.5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งแสดงให้เห็นชัดเจนว่า โควิด-19 เพิ่มความเสี่ยงที่จะป่วยเป็นโรคเอ็มอี/ซีเอฟเอส ได้อย่างมีนัยสำคัญ

ผลวิจัยยังแสดงว่า 79.5 เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่เกิดอาการเอ็มอี/ซีเอฟเอส เป็นผู้หญิง ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยก่อนหน้านี้ที่พบว่า ผู้หญิงที่เคยติดเชื้อโควิดเสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคเอ็มอี/ซีเอฟเอส หรือลอง โควิด มากกว่าผู้ชาย นอกจากนั้นยังพบด้วยว่า 88.7 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ที่ล้มป่วยด้วยโรคเอ็มอี/ซีเอฟเอส จะล้มป่วยด้วยกลุ่มอาการลอง โควิด พร้อมกันไปด้วย

แม้งานวิจัยชิ้นนี้จะถูกระบุว่ายังมีข้อจำกัดอยู่หลายอย่าง อาทิ ความเป็นไปได้ที่ว่า กลุ่มตัวอย่างซึ่งติดเชื้อโควิดอาจป่วยเป็นโรคเอ็มอี/ซีเอฟเอส อยู่ก่อนแล้วแต่ไม่ได้รับการตรวจวินิจฉัย เป็นต้น แต่ผลวิจัยก็ยังแสดงให้เห็นชัดเจนว่า โควิด-19 ทำให้ความเสี่ยงที่จะเกิดป่วยด้วยโรคเอ็มอี/ซีเอฟเอส สูงขึ้นมาก

ที่สำคัญก็คือ ในขณะนี้ไม่ว่าจะเป็นเอ็มอี/ซีเอฟเอส หรือลอง โควิด ก็ยังไม่มีวิธีรักษาใดๆ ครับ