ซองยาอะลูมิเนียม ทิ้งอย่างไร ให้รักษ์โลก
ปัจจุบันคนไทยมีอยู่ 65 ล้านคน ถ้ารวมแรงงานต่างชาติด้วยจะมีประมาณ 70 ล้านคน ยิ่งถ้าคิดเป็นพลเมืองโลกจำนวนจะเพิ่มขึ้นเป็น 8 พันล้านคน จึงมีคนป่วยปีหนึ่งๆ เป็นพันล้านคนที่ต้องใช้ยามารักษาโรค และเพื่อจะรักษาคุณภาพยาให้มีอายุอยู่ได้ยาวนาน ผู้ผลิตยาจึงได้บรรจุยาบางชนิดที่จำเป็นลงในซองยา ซึ่งมีอยู่ 2 แบบ คือ ซองพลาสติกและซองอะลูมิเนียม
ความรู้ทางวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและพฤติกรรมศาสตร์บอกเราว่าขยะที่จัดการยากที่สุด คือ ขยะชิ้นเล็กๆ เช่น ซองยานี่แหละ เพราะคนส่วนใหญ่จะคิดว่าไม่ใช่ปัญหามากนัก และสะดวกใจที่จะทิ้งแบบโยนทิ้งโยนขว้างมากกว่าขยะชิ้นใหญ่ สำหรับซองยาพลาสติก เนื่องจากมีคุณสมบัติเป็นเชื้อเพลิง จึงจัดการได้ไม่ยาก โดยเก็บและรวบรวมส่งไปเผาพร้อมกับพลาสติกชิ้นใหญ่อื่นๆ ที่แยกไว้
แต่ถ้าไม่รวบรวมไว้ แล้วกลับทิ้งซองยาพลาสติกเป็นเศษเล็กๆ กระจายไปทั่วนี้จะเป็นปัญหามากเพราะไม่รู้จะตามไปเก็บได้ที่ไหน ปัญหานี้แก้ทางวิศวกรรมไม่ได้ ต้องใช้วิชาทางสังคมและพฤติกรรมมาจัดการ
กลับมาเรื่องซองยาอะลูมิเนียม อะลูมิเนียมไม่ใช่เชื้อเพลิง แถมยังเป็นโลหะอีกด้วย แม้จะไม่ใช่โลหะหนักที่เป็นพิษ และใช้เป็นสารที่ช่วยตกตะกอนในรูปของสารส้ม (ศัพท์วิทยาศาสตร์คือ alum หรืออะลูมิเนียมซัลเฟต) ในโรงประปาได้ (หมายถึงปลอดภัย) แต่ก็มีรายงานว่าอะลูมิเนียมในสิ่งแวดล้อมทำให้ความจำเสื่อมและขี้ลืมได้
บางคนจึงอาจตระหนกว่าเราจะจัดการกับมันอย่างไรหากมันถูกทิ้งลงสู่สิ่งแวดล้อมในวงกว้าง โดยเฉพาะเมื่อมีบริษัทรับจัดการขยะอันตรายแห่งหนึ่งบอกว่าไม่สามารถรับซองยาอะลูมิเนียมไปรีไซเคิลทำขาเทียมได้ หรือแม้กระทั่งมูลนิธิแห่งหนึ่งก็บอกว่าไม่รับไปทำขาเทียมเช่นกัน
ถ้าเช่นนั้นจะทำอย่างไรกับซองยาอะลูมิเนียม ทางออกดูจะมีอยู่ทางเดียว คือ ส่งไปเผาที่เตาเผาอุณหภูมิสูงพร้อมกับขยะเชื้อเพลิงอื่นๆ ทั้งกระดาษ เศษพลาสติก ยางรถยนต์ ฯลฯ คำถามที่ตามมาคืออะลูมิเนียมเป็นโลหะ จะเผาโดยไม่ปล่อยมลพิษออกมานั้น ทำได้ไหม
ในฐานะที่ผู้เขียนเป็นนักวิชาการทางวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมคนหนึ่ง ถือว่าเป็นหน้าที่ที่ต้องหาคำตอบให้สังคม จึงได้ติดต่อไปที่กรมควบคุมมลพิษและบริษัทแห่งหนึ่งถึงความเป็นไปได้ที่จะส่งไปเผา คำตอบที่ได้มาคือนำไปเผาร่วมกับเชื้อเพลิงอื่นได้
คำถามถัดไป ถามว่าแล้วโลหะอะลูมิเนียมที่ถูกปล่อยออกมาจากปล่องระบายอากาศหลังจากการเผา จะมีสารพิษหรือไม่ คำตอบที่ได้ คือ ปริมาณซองยาอะลูมิเนียมนั้นมีน้อยมากๆ เมื่อเทียบกับพลาสติกและขยะอื่นๆ ที่มีคนส่งไปให้บริษัทเผาเป็นเชื้อเพลิง อากาศที่ถูกปล่อยระบายออกมาหลังจากผ่านการฟอกให้สะอาดแล้วจึงมีความเข้มข้นของอะลูมิเนียมต่ำมาก จนเชื่อได้ว่าไม่อันตรายต่อสุขภาพของคนที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียง
ซองยามีขนาดเล็กมาก เราจึงมักมีมโนทัศน์ว่าวันหนึ่งๆ เรามีซองยาที่จะทิ้งไม่มากนัก แต่ผู้เขียนอยากจะยกเป็นตัวอย่างให้ดูว่า จากการที่ผู้เขียนกับครอบครัวได้รวบรวมซองยาอะลูมิเนียมมาเป็นปีนั้น มีได้มากถึงขนาดนี้ (ดูรูป) จึงชี้ชัดได้ว่าคุ้มแก่การที่จะแยก รวบรวม และส่งทางไปรษณีย์ไปที่บริษัท เพื่อให้เขาเผาร่วมกับเชื้อเพลิงชนิดอื่น
ซองยาอะลูมิเนียมที่รวบรวมไว้ในระยะเวลาหนึ่ง จะมากอย่างน่าแปลกใจ
จึงอยากชักชวนให้ทุกคนเปลี่ยนวิธีคิด จากตระหนก มาเป็นตระหนัก จนไปถึงการเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ให้เกิดสังคมที่สุขสวัสดีแก่คนรุ่นลูกรุ่นหลานของเราต่อไป
หมายเหตุ : บริษัทที่รับซองยาอะลูมิเนียมและฟอยล์ห่ออาหารไปกำจัดอย่างถูกวิธี เท่าที่ผู้เขียนมีข้อมูล คือ :-
บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน)
ศูนย์พลังงานทดแทน
นิคมอุตสาหกรรมนครหลวง
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

