หน้าแรก บทความ สมุดปกขาว ผลิ...

สมุดปกขาว ผลิตครูระบบปิด…เก่งคิด ไม่เก่งทำ

3.04.25 | 11:30 น.

อ่านความเห็นสาธารณะว่าด้วยอันดับคุณภาพการศึกษาประทศไทยตก หลังเว็บไซต์ World Population Review เเผยแพร่รายงานเมื่อสัปดาห์ก่อน

ผมติดใจคอมเมนต์ท์ที่ว่า  “การศึกษาไม่ได้อยู่ที่อาคารเรียน อุปกรณ์การเรียน ห้องประชุม สนามกีฬาฯ ถ้าวัดกันตรงนี้ โรงเรียนไทยไม่ด้อยกว่าโรงเรียนทั่วๆ ไปในอเมริกา มันวัดกันที่ Teaching Quality และบริบทต่างๆ ในสังคม”

ครับ ถูกใจ ใช่เลย

เลยอยากชวนย้อนไปแกะรอยความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในประเทศไทยเมื่อเร็วๆ นี้

เพราะบทสรุปที่ได้ สอดคล้องกับความเห็นสาธารณะที่ว่า Teaching Quality เป็นคำตอบของการยกระดับคุณภาพการศึกษา

Advertisement

แต่น่าเสียดาย บริบทสังคมไทย ไม่ตอบรับ เพราะชอบคิด ไม่ชอบทำ

ความเคลื่อนไหวที่ว่า ก็คือคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การศึกษา การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา ที่มีนายกมล รอดคล้าย วุฒิสมาชิก อดีตเลขาธิการสภาการศึกษา อดีตเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธาน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2568 เชิญคณบดีคณะครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ หลายมหาวิทยาลัย มาประชุมหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับทิศทางการศึกษาไทยที่สังคมคาดหวัง

ประกอบด้วย ผู้แทนคณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ คณบดีคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และคณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

ประเด็นสำคัญเรื่องหนึ่ง ศึกษาทิศทางการผลิตครู ในปัจจุบัน

จากการวิเคราะห์สถานการณ์การศึกษาในต่างประเทศ พบว่าเรื่องที่ควรทำคือยกระดับคุณภาพครู เพื่อให้ครูพัฒนาคุณภาพเด็ก ปรับระบบการผลิตครูใหม่เป็นระบบปิด รวมถึงปรับการเรียนการสอนเพื่อให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงของโลก โดยดึงคนเก่งจากประเทศต่างๆ เข้ามาทำงานที่ประเทศไทย รัฐบาลอาจจะต้องดูแลในเรื่องสวัสดิการและค่าตอบแทนที่เหมาะสม กรณีนี้ยังรวมถึงการดึงเด็กทุนที่ไปเรียนหรือทำงานในต่างประเทศ กลับมาทำงานในประเทศไทยด้วย และสุดท้ายคือการจัดทำฐานข้อมูล กำลังคนในแต่ละด้านเพื่อให้สามารถบริหารจัดการได้อย่างเหมาะสมŽ ส.ว.กมล ย้ำหนักแน่น และว่า

คณบดีคณะครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ เห็นด้วยกับข้อเสนอในภาพรวมโดยเฉพาะการผลิตครูระบบปิด เพียงแต่ขอให้มีการกำหนดสัดส่วนความต้องการของแต่ละสาขาให้ชัดเจน ขณะเดียวกัน การผลิตครูระบบเปิดก็ยังคงมีอยู่เพื่อเปิดโอกาสให้กับผู้เรียนในท้องถิ่น เพียงแต่อาจต้องมีการกำหนดสัดส่วนให้ชัดเจน เช่น ผลิตครูระบบปิด 30% ส่วนที่เหลือเป็นการผลิตระบบเปิดเช่นเดิมŽ

บทสรุปจากเวทีประชุมกรรมาธิการการศึกษาฯ ร่วมกับสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ตั้งคณะทำงานจัดทำเป็นสมุดปกขาว (whitepaper) ทิศทางการศึกษาไทยที่สังคมคาดหวัง

ส มุดปกขาวเล่มใหม่ล่าสุด จัดทำเสร็จ ส่งไปให้รัฐบาลดำเนินการหรือยัง ต้องติดตามต่อไป
แต่ความเป็นจริงที่ผ่านมาก็คือ แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2560-2579 เขียนไว้ในบทสรุปผู้บริหาร ว่า ระบบการผลิตครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาได้มาตรฐานระดับสากล มีตัวชี้วัดที่สำคัญ เช่น มีฐานข้อมูลความต้องการใช้ครู แผนการผลิตครู อาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาในระดับ 10 ปี (พ.ศ.2560-2569) จำแนกตามสาขาวิชา ขนาดสถานศึกษาและจังหวัด สัดส่วนของการบรรจุครูที่มาจากการผลิตครูในระบบปิดเพิ่มขึ้น มีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่เอื้อให้ผู้สำเร็จการศึกาาจากสาขาวิชาอื่นและพัฒนาเพื่มเติมเพื่อเข้าสู่วิชาชีพครู เป็นต้น

วันเวลาผ่านไป ปีนี้ พ.ศ.2568 ปีหน้า พ.ศ.2569 ครบสิบปีตามที่แผนการศึกษาแห่งชาติเขียนไว้

ถามว่า ในทางปฏิบัติ เป็นอย่างไร

เวทีประชุมสัมมนาระหว่าง กรรมาธิการการศึกษาฯ สภาการศึกษา คณบดีคณะครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ จึงเป็นการคุยเรื่องเดิมที่คุยกันมาแล้วไม่รู้กี่รอบ

ประเด็นหัวใจจึงไม่ได้อยู่ที่การเปิดเวทีร่วม บทสรุปรายงาน แต่อยู่ที่ความเป็นจริงในทางปฏิบัติ เมื่อไรข้อเสนอความคิดเห็นทั้งหลายจะถูกนำไปปฏิบัติจริงเสียที

คุณภาพการศึกษาอยู่ที่คุณภาพครู พูดกันมานานเป็นสิบปี ต้องปฏิรูป ปฏิวัติครั้งใหญ่ เปลี่ยนแปลงจากระบบเปิดเสรีเป็นการผลิตครูระบบปิด

แต่ไม่มีใครเป็นเจ้าภาพนำเรื่องนี้ขึ้นมาดำเนินการอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ไม่มีหน่วยงานใดนำไปสู่การปฏิบัติ

โดยเฉพาะรัฐบาล ชุดแล้วชุดเล่า เลือกตั้ง ลากตั้ง เลือกตั้ง หลายรอบแล้ว ทุกอย่างย่ำอยู่กับที่ ขณะที่คุณภาพการศึกษาตกต่ำลงเรื่อยๆ

สรุป เพราะฝ่ายการเมือง ผู้กำหนดนโยบาย ไม่ให้ความสำคัญกับการศึกษาอย่างแท้จริง

ทำแต่เรื่องรอง เล็กๆ น้อย เรื่องหลักที่จำเป็นต้องทำ แทบไม่ขยับ

เชื่อเถอะครับ สมุดปกขาวของกรรมาธิการการศึกษาฯ วุฒิสภา ที่กำลังจะผลิตซ้ำ
ก็จะมีชะตากรรมเช่นเดียวกับรายงานทุกเล่มที่ผ่านมา เอวัง