มีความเป็นจริงอยู่อย่างหนึ่งคือ โลกยิ่งพัฒนาในความหมายของมนุษย์เราไปมากเท่าไร ความคิดที่ว่าการเข้าถึงความสำเร็จจะมี “ทางลัด” ให้เดินเสมอ
ใครแสวงหาจนพบเจอทางลัดได้ ย่อมถึงเป้าหมายได้เร็วกว่า ง่ายกว่า
และตรงนี้แหละเป็นประเด็นที่น่าสนใจนำมาพินิจ พิจารณาไตร่ตรอง ด้วยสติปัญญาอย่างจริงจัง เข้มข้น
เพราะต้องการสำเร็จเร็ว และง่าย ผู้คนพากันเปลี่ยนจากโฟกัสที่เป้าหมาย มาเป็นมุ่งแสวงหา “ทางลัด” หรือ “เคล็ดลับ”
โลกทุกวันนี้ผู้คนถูกหล่อหลอมให้เชื่อไปแล้วว่า ทุกเป้าหมายมี “ทางลัด” ใครรู้ “เคล็ดลับ” จะไปถึงได้ง่ายกว่า คนส่วนใหญ่ต่างต้องการความง่าย ไม่อยากเสียเวลา
แต่หากถามว่า “ทางลัดมีจริงหรือไม่” หรือ “เคล็ดลับคืออะไรกันแน่” แล้วค่อยๆ ทบทวนหาคำตอบดู จะพบว่าเป็นเรื่องที่ซับซ้อนอยู่ไม่น้อย
เริ่มต้นเลย “ทางลัดมาจากไหน” ชัดเจนว่ามาจากการบอกเล่า ชี้แนะของคนอื่น อาจจะบอกกันมาเป็นทอดๆ ทั้งจากคนที่เคยไปถึงแล้ว หรือจากคนที่ได้รับการบอกเล่ามาเฉยๆ แต่ไม่เคยไปถึงเป้าหมายนั้นก็ได้ เพียงแค่รู้ว่า “ทางลัด” เป็นแบบนี้
หรือบางที “ทางลัด” อาจจะเป็นวิธีการเกิดขึ้นในความคิด ในจินตนาการว่าน่าจะควรจะเป็นเช่นนั้นเช่นนี้ เกิดเป็นความเชื่อขึ้นมา ซึ่งที่สุดแล้วความเชื่อก็คือความเชื่อ ทำให้ไปถึงได้จริงหรือไม่ มีแต่จะต้องลงมือพิสูจน์
“ทางลัด” ที่แน่นอนคือความรับรู้ของคนที่ไปถึงเป้าหมายได้แล้ว และทบทวนสรุปเป็น “เคล็ดลับ” จากประสบการณ์โดยตรง เป็นผลึกความคิดที่เกิดขึ้นจากการได้ปฏิบัติจริง
อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการนำเอาข้อสรุปนั้นมาบอกกล่าว หรือสื่อสารให้คนอื่นรับรู้ ย่อมเป็นไปได้มากกว่าความเข้าใจที่ตรงกันและใช้งานอย่างได้ผลเกิดขึ้นไม่ง่าย
เพราะผลึกความคิดอย่างหนึ่งอย่างใดที่เกิดขึ้นกับคนหนึ่ง ใช่ว่าจะเกิดขึ้นกับคนอื่นได้แค่ได้รับการบอกกล่าว
ความเป็นไปได้มากกว่า หากต้องการไปสู่ความสำเร็จตาม “เคล็ดลับ” ที่เป็น “ทางลัด” คือนำผลึกความคิดนั้นมาปฏิบัติให้เกิดความเข้าใจ และเป็นภาวะขึ้นมาในคนคนนั้น ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นความเข้าใจย่อมนำย้อนไปสู่การรับรู้ต่อที่มาที่ไปของเรื่องราวต่างๆ ก่อนที่จะมาสรุปเป็น “ทางลัด” ด้วย หมายถึงเป็นการอาศัย “ทางลัด” เพื่อให้เกิดความเข้าใจทางปกติอยู่ดี
ยิ่งไปกว่าคือ เพราะประสบการณ์และฐานความคิดอันมาจากฐานความรู้ที่แตกต่างเป็นไปได้ที่ทำให้ไม่สามารถเข้าใจ “เคล็ดลับ” นั้นได้
อย่างเช่น ในโลกยุค AI มีการชี้แนะ และการสอนมากมายที่จะให้ใช้งาน AI อย่างมีประสิทธิภาพ แต่หากผู้ที่ต้องการใช้งาน เอาแต่เรียนรู้เคล็ดลับการใช้งานโดยไม่กลับไปทำความเข้าใจว่า AI คืออะไร มีพัฒนาการมาอย่างไร ทำงานแบบไหน ซึ่งเป็นความรู้พื้นฐาน การใช้เคล็ดลับจะยังเป็นเรื่องที่ใช้อย่างไม่เข้าใจอยู่ดี
ทุกๆ เรื่องเป็นเช่นนั้น การปฏิบัติธรรมเพื่อให้เข้าถึงธรรมก็เช่นเดียวกัน อาจจะมีคนบอก “ทางลัด”
อย่าง “สักแต่ว่าเห็น”
แต่ “สักแต่ว่าเห็น” โดยไม่รู้ในสติปัฏฐาน 4 รูป กาย เวทนา จิต ธรรม หรือเห็น “อุปาทานขันธ์ 5” แทบไม่มีทางอยู่กับ “สักแต่ว่าเห็น” ได้จริงเลย

