หน้าแรก บทความ บทบาทของเมือง...

บทบาทของเมืองต่อการบรรเทาและปรับตัวต่อความเสี่ยงทางสภาพภูมิอากาศ

9.06.25 | 11:19 น.

บทบาทของเมืองต่อการบรรเทาและปรับตัวต่อความเสี่ยงทางสภาพภูมิอากาศ

เมืองสำคัญอย่างไร?

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนับเป็นประเด็นความเสี่ยงที่สำคัญยิ่งในปัจจุบัน และมีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงขึ้นในอนาคตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ “ภาคส่วนเมือง” นับเป็นภาคส่วนหนึ่งที่สำคัญในการดำเนินงานเพื่อบรรเทาและปรับตัวต่อความเสี่ยงทางสภาพภูมิอากาศ เนื่องจาก “เมือง” ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการใช้พลังงานสูงถึงร้อยละ 70 ทั่วโลก ทั้งนี้ ประเทศไทยในฐานะภาคีของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ได้แสดงเจตจำนงต่อประชาคมโลกในการตั้งเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ และในการประชุมระดับผู้นำ COP26 ณ เมืองกลาสโกว์ สหราชอาณาจักร ประเทศไทยได้แสดงเจตนารมณ์พร้อมยกระดับการแก้ไขและบรรเทาปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเต็มที่ด้วยทุกวิถีทางเพื่อให้บรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี พ.ศ.2593 (ค.ศ.2050) และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ได้ในปี พ.ศ.2608 (ค.ศ.2065) อาศัยการผลักดันนโยบาย แผนงาน และแผนปฏิบัติการต่างๆ อาทิ แผนที่นำทางการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ปี พ.ศ.2564-2573 การพัฒนาแผนแม่บทรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ พ.ศ.2558-2593 (ค.ศ.2015-2050) ซึ่งเป็นแผนระยะยาวในการรับมือและปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประกอบด้วย การปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การลดก๊าซเรือนกระจกและส่งเสริมการเติบโตที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ และการสร้างขีดความสามารถด้านการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (Thailand’s National Adaptation Plan : NAP) ซึ่งเป็นกรอบการดำเนินงานด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศ เพื่อมุ่งสู่การมีภูมิคุ้มกันด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การลดความเปราะบาง รวมทั้งการสร้างขีดความสามารถในการปรับตัวต่อความเสี่ยงทางสภาพภูมิอากาศที่สอดคล้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ครอบคลุม 6 ภาคส่วน ได้แก่ การจัดการน้ำ การเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร การท่องเที่ยว สาธารณสุข การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และการตั้งถิ่นฐานและความมั่นคงของมนุษย์ สำหรับประเทศไทยนั้น เมืองนับเป็นหน่วยการปกครองระดับท้องถิ่นที่สำคัญและมีบทบาทในการกำกับดูแลและกำหนดทิศทางการพัฒนาในระดับท้องถิ่นอย่างเป็นระบบและองค์รวม ตลอดจนมีบทบาทสำคัญในการวางแผนมาตรการบริหารจัดการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างมีนัยสำคัญ ตลอดจนการส่งเสริมบทบาทและศักยภาพในการรับมือกับความเสี่ยงทางสภาพภูมิอากาศ ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ.2566-2570) ของประเทศไทย ระบุไว้ใน “หมุดหมายที่ 10 ไทยมีเศรษฐกิจหมุนเวียนและสังคมคาร์บอนต่ำ” และ “หมุดหมายที่ 11 ไทยสามารถลดความเสี่ยงและผลกระทบจากภัยธรรมชาติ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ”

ภาคส่วนใดของเมืองมีบทบาทในการบรรเทาและปรับตัว?

อาจกล่าวได้ว่า ทุกภาคส่วนของเมืองล้วนมีบทบาทสำคัญในการดำเนินงานเพื่อการปรับตัวและบรรเทาต่อปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ประกอบด้วย กลุ่มการเผาไหม้อยู่กับที่ (พลังงาน) กลุ่มการขนส่ง กลุ่มการจัดการของเสีย กลุ่มกระบวนการอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์ และกลุ่มการเกษตร ป่าไม้ และการใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยที่ประเทศไทยมีแผนปฏิบัติการลดก๊าซเรือนกระจกรายภาคส่วน อาทิ กลุ่มพลังงานและขนส่ง แนวปฏิบัติด้านการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทน การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและใช้พลังงาน และการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) กลุ่มการจัดการของเสีย สนับสนุนการจัดการขยะและน้ำเสียชุมชน และน้ำเสียอุตสาหกรรม รวมถึงส่งเสริมการเปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน กลุ่มกระบวนการอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมการใช้ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิกและนำเทคโนโลยีการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มาใช้ประโยชน์และการกักเก็บคาร์บอน (CCUS) และปรับเปลี่ยนสารทำความเย็นในกระบวนการอุตสาหกรรม ส่วนกลุ่มการเกษตร ป่าไม้ และการใช้ประโยชน์ที่ดิน ส่งเสริมการผลิตก๊าซชีวภาพจากมูลสัตว์ และการปรับปรุงการทำนาข้าวเพื่อลดการปล่อยก๊าซมีเทน ขณะเดียวกัน หน่วยงานระดับท้องถิ่นหลายแห่งได้ดำเนินงานด้านการบรรเทาและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อาทิ การเข้าร่วมโครงการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเมือง (City Carbon Footprint : CCF) การเข้าร่วมโครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก (Low Emission Support Scheme) รวมถึงการเข้าร่วมโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program : T-VER) ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยองค์การบริการจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ด้วยเหตุนี้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล ควรให้ความสำคัญต่อการขับเคลื่อนและสนับสนุนแผนงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อสอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนระดับสากล (Sustainable Development Goals : SDGs)

Advertisement

อีกทั้งการเสริมสร้างให้เมืองมีความพร้อมและมีศักยภาพที่จะสามารถรู้รับและปรับตัวได้หากเกิดการเปลี่ยนแปลง หรือ Resilient City โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกิดภัยพิบัติต่างๆ เมืองจะได้รับผลกระทบน้อย และสามารถปรับตัวและฟื้นตัวได้เร็ว

รศ.ดร.สุทธิรัตน์ กิตติพงษ์วิเศษ
ดร.อาทิมา ดับโศก
สถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

อ้างอิง
http://lowcarboncity.tgo.or.th/scaleup/status/join
https://www.tei.or.th/th/project_activities_detail.php?eid=1843&aid=4&pid=150
https://theactive.thaipbs.or.th/read/geenhouse-emission-plan