ทุนและการจ้างงานในโรงงานที่เปิดกิจการใหม่
และนัยต่อการกระจายรายได้ ใครว่าไม่น่าห่วง
โรงงานอุตสาหกรรมใช้ทุนและแรงงานเป็นส่วนหนึ่งของการผลิต ในแต่ละปีมีโรงงานที่เลิกกิจการและโรงงานเปิดกิจการใหม่ กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้จัดทำฐานข้อมูลสนเทศโรงงาน ทุน และการจ้างงานที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ต่อการวิจัยสาขาสังคมศาสตร์และการจัดการได้เป็นอย่างดี ในโอกาสนี้ขอนำสถิติการจดทะเบียนของโรงงานใหม่ทั่วประเทศ (ระหว่างปี 2555-2567) เพื่อเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของการจ้างงาน ความเข้มข้นการใช้ทุน และนัยต่อการกระจายรายได

ก่อนอื่นขอแสดงความขอบคุณกรมโรงงานอุตสาหกรรม ที่ยึดหลักการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐเพื่อให้ประชาชนดาวน์โหลดข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์ ตารางที่ 1 แสดงจำนวนโรงงานที่ขอเปิดกิจการใหม่ ซึ่งมีจำนวนระหว่าง 2-4 พันรายต่อปี (หมายเหตุ : จำนวนโรงงานสะสมประมาณ 7 หมื่นแห่งทั่วประเทศ) สิ่งที่ประจักษ์ได้คือ ก) จำนวนโรงงานเปิดใหม่มีแนวโน้มลดลง ข) การจ้างงานซึ่งเคยเพิ่มขึ้นในระหว่างปี 2555-2558 แต่หลังจากนั้นลดลง ค) ความเข้มข้นของการใช้ทุนต่อโรงงาน ในอดีตประมาณทุนเฉลี่ย 63 ล้านบาทต่อแห่ง ในสามปีหลังกลายเป็น 90 ล้านบาทต่อแห่ง

ลำดับต่อมานักวิจัยศึกษาทำเลที่ตั้งของโรงงาน (รายจังหวัด/อำเภอ) เพราะเรื่องสำคัญต่อเศรษฐกิจและการคลังและเพื่อเสนอข้อสังเกตต่อนโยบายกระจายความเจริญของรัฐบาล ในปี 2567 จำนวนโรงงานใหม่ทั้งหมด 2,112 แห่ง ตั้งในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล 666 แห่ง ภาคตะวันออก 527 แห่ง รวมกันเท่ากับ 1,193 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 56.5 ของจำนวนโรงงานทั่วประเทศ รูปภาพที่ 1 วัดการกระจายของจำนวนโรงงาน เพื่อสังเกตว่ามีความเปลี่ยนแปลง ได้ข้อสรุปว่าไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก

ข้อสังเกตและวิจารณ์ หนึ่ง จำนวนโรงงานเปิดใหม่แนวโน้มลดลง ใช้เงินทุนเพิ่มขึ้น แต่การจ้างงานลดลง อาจจะเป็นเพราะว่าความเชื่อมั่นในภาวะเศรษฐกิจลดลง? ค่าใช้จ่ายการลงทุนสูงกว่าเดิม? สอง การชะลอตัวของการจ้างงานน่าเป็นห่วงต่อการกระจายรายได้ โดยเฉพาะการนำหุ่นยนต์ ปัญญาประดิษฐ์ หรือโดรนมาใช้แทนแรงงาน? ผู้วิจัยได้พยายามสืบค้นข้อมูลสถิติการใช้ระบบอัตโนมัติ (automation) แทนแรงงาน สถาบันไทย-เยอรมันรายงานว่ามีหุ่นยนต์ในโรงงานมากกว่า 15,000 ตัวเมื่อสามปีก่อน สนง.เศรษฐกิจอุตสาหกรรมรายงานว่า 20-30% ของโรงงานนำหุ่นยนต์และเอไอมาใช้ สาม ภาครัฐควรจัดทำฐานข้อมูลการใช้หุ่นยนต์ เอไอ และโดรน ซึ่งเข้าใจว่ามีหลายส่วนราชการที่มีหน้าที่กำกับควบคุมหรือจดทะเบียนการใช้อุปกรณ์เหล่านี้ สี่ นักวิชาการในต่างประเทศได้ตั้งคำถามว่า หุ่นยนต์ควรจะเสียภาษีให้รัฐบาลหรือท้องถิ่นหรือไม่? หลักการทั่วไปคือปัจจัยการผลิต (ทุน ที่ดิน แรงงาน) ล้วนมีหน้าที่เสียภาษีบำรุงรัฐและการคลังท้องถิ่น หุ่นยนต์น่าจะถูกเก็บภาษีเช่นเดียวกัน ห้า ในมุมมองทางวิชาการควรจะมีการวิจัยว่า หุ่นยนต์ 1 ตัวทดแทนแรงงานได้มากน้อยเพียงใด? เช่น 3-5 เท่าตัว
ดังนั้น ถ้าหากนำหุ่นยนต์มาใช้แสนตัว หมายถึงทดแทนแรงงาน 3-5 แสนคน เงินสมทบที่จะเข้ากองทุนประกันสังคมย่อมจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และส่งผลต่อความยั่งยืนของกองทุนประกันสังคมอย่างแน่นอน เพราะแรงงานที่เกษียณจากการทำงานแนวโน้มเพิ่มขึ้น

