เมื่อวิกฤตขยะย้อนกลับมาภูเก็ตอีกครั้ง
บทความต่อเนื่องเรื่องขยะนี้ได้เคยนำเสนอเรื่องราวของพัฒนาการการจัดการขยะจังหวัดภูเก็ตมาหลายตอน โดยเฉพาะประสบการณ์ของภูเก็ตในการกำจัดด้วยเตาเผาที่ผลิตพลังงานไฟฟ้าได้มานานกว่า 2 ทศวรรษ อีกทั้งเป็นต้นแบบความร่วมมือของท้องถิ่นในการจัดการขยะในรูปแบบของ Cluster ที่มีคณะกรรมการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยของจังหวัดกำกับและสนับสนุน จนดูเหมือนจังหวัดนี้น่าจะหลุดพ้นจากวังวนปัญหาขยะไปแล้ว แต่แล้วไม่นานมานี้ กลับปรากฏข่าวขยะล้นเกาะ ส่งผลกระทบต่อชุมชนรอบเตาเผาซึ่งอยู่ในเขตเมืองเทศบาลนครภูเก็ต จนผู้บริหารจังหวัดกังวลว่าจะกระทบต่อบรรยากาศการท่องเที่ยวเมื่อฤดูการท่องเที่ยวปลายปีที่กำลังจะมาถึง
‘ขยะล้นเกาะคืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร ทำไมวิกฤตขยะจึงย้อนกลับมาอีก’
จังหวัดภูเก็ตเริ่มกำจัดขยะด้วยเตาเผาตั้งแต่ปี 2542 เป็นเตาเผาที่ได้รับการถ่ายโอนจากกรมโยธาธิการในเวลานั้นมีขนาดรองรับปริมาณขยะได้เพียง 250 ตันต่อวันและผลิตกระแสไฟฟ้าได้ 2.5 เมกะวัตต์ เพียงปีแรกที่เริ่มใช้เตาเผาดังกล่าว ปริมาณขยะรายวันที่ต้องกำจัดก็มากกว่าขีดความสามารถของเตาเผาแล้ว ด้วยเหตุดังกล่าวผู้บริหารเทศบาลในช่วงเวลานั้นได้ใช้ความพยายามมากมายหลากหลายวิธีเพื่อลดปริมาณขยะที่นำไปกำจัด ทั้งการรณรงค์ ลดและคัดแยกขยะที่ต้นทาง จนถึงการให้เอกชนลงทุนและเดินระบบโรงงานคัดแยกขยะ แต่ในที่สุดการลดและคัดแยกขยะที่ต้นทางไม่ช่วยให้ปริมาณขยะลดลง ส่วนโรงงานคัดแยกก็ประสบปัญหาอุปสรรคมากมายจนต้องหยุดดำเนินการ
ปรากฏการณ์ “ขยะล้นเกาะ” จึงเกิดขึ้น เตาเผาขนาด 250 ตันต่อวัน ไม่สามารถกำจัดขยะรายวันได้หมด ขยะส่วนเกินถูกเทกองทับถมบริเวณพื้นที่ด้านหลังเตาเผา ช่วงกลางปี 2550 น้ำเสียจากกองขยะไหลทะลักลงทะเลจนทำให้ปลาในกระชังของชาวบ้านตาย เกิดความเสียหายไม่น้อยกว่า 6 ล้านบาท เหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นความกดดันต่อผู้บริหารเทศบาลนครภูเก็ตให้ตัดสินใจประกาศให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมลงทุนและบริหารจัดการเตาเผาชุดใหม่ และแล้วในปี 2553 เทศบาลนครภูเก็ตก็มีเตาเผาชุดใหม่ที่สามารถรองรับปริมาณขยะได้ถึง 700 ตันต่อวัน ปัญหาขยะล้นเกาะในครั้งนั้นก็คลี่คลายลง
จนถึงช่วงปี 2559-2560 เค้าลางของปัญหาเดิมก็ก่อตัวขึ้นอีก ปริมาณขยะรายวันเริ่มล้นขีดความสามารถของเตาเผาอีกครั้ง ความพยายามในการจัดการเพื่อลดปริมาณขยะจากต้นทางก็ไร้ผลอีกเช่นเคย เหตุเพราะทั้งท้องถิ่นและรัฐบาลไม่สนใจเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแต่ให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวดกับการเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยว พยายามอย่างเต็มกำลังที่จะให้ภูเก็ตและจังหวัดในกลุ่มอันดามันมีสถานะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทุกฤดู ทุกเวลา โดยหารู้ไม่ว่า นั่นคือ การเปิดประตูนรก
ด้านการจัดการเตาเผา แม้ขีดความสามารถของเตาเผาจะกำหนดไว้ที่ 700 ตันต่อวัน แต่ในการใช้งานจริง เตาเผาสามารถจัดการกับปริมาณขยะได้ถึง 800-850 ตันต่อวัน ด้วยการลดความชื้นหรือปริมาณน้ำที่ปะปนมากับขยะในหลุมขยะหรือ Waste Bunker ของเตาเผา ด้วยวิธีการเช่นนี้ช่วยให้เทศบาลนครภูเก็ตสามารถประคับประคองสถานการณ์ รอดพ้นจากวิกฤตขยะล้นเกาะไปได้ต่อเนื่องถึงสถานการณ์โควิดที่เริ่มจากปี 2562 เมื่อการท่องเที่ยวหยุดชะงัก จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง โรงแรมและสถานประกอบการหลายแห่งต้องปิดกิจการ ปริมาณขยะทั้งจังหวัดลดลงอย่างรวดเร็วจนต่ำกว่าระดับ 700 ตันต่อวัน เมื่อสถานการณ์โควิดคลี่คลายในปี 2564 บรรยากาศการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตกลับมาคึกคักอีกครั้ง จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แม้จะไม่มากเท่าก่อนสถานการณ์โควิด และแล้วปริมาณขยะรายวันก็กลับเพิ่มขึ้นจนเกินระดับ 700 ตันอีกครั้ง และจนเกินระดับ 1,000 ตันในช่วงฤดูการท่องเที่ยวหรือไตรมาสแรกของปี 2567 ปริมาณขยะส่วนเกินกว่า 300 ตันต่อวัน ถูกนำไปเทกองทับถมจนสูงเป็นภูเขาน้อยๆ ส่งผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ ปี 2567 จึงเป็นปีที่เทศบาลนครภูเก็ตได้รับการร้องเรียนเรื่องผลกระทบมากที่สุด
จา
กประสบการณ์ขยะล้นเกาะครั้งแรกในปี 2550 เทศบาลนครภูเก็ตได้เตรียมแผนงานที่จะเพิ่มเตาเผาชุดใหม่เมื่อปริมาณขยะรายวันเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 700 ตัน ระหว่างปี 2559-2560 โดยกำหนดให้เตาเผาชุดใหม่ต้องมีขีดความสามารถในการรองรับขยะไม่น้อยกว่า 500 ตันต่อวัน เมื่อเตาเผาชุดใหม่แล้วเสร็จ จังหวัดภูเก็ตจะมีเตาเผาสองชุดที่สามารถกำจัดขยะได้ถึง 1,200 ตันต่อวัน
สถานการณ์โควิดในปี 2562 ช่วยให้จังหวัดภูเก็ตรอดพ้นจากวิกฤตขยะล้นเกาะได้อย่างมหัศจรรย์ แต่ก็ทำให้แผนงานจัดหาเตาเผาชุดใหม่ต้องชะงักไปจนกระทั่งสถานการณ์โควิดคลี่คลายลง การแผนการจัดหาเตาเผาชุดใหม่จึงถูกรื้อขึ้นอีกครั้ง แต่ด้วยกระบวนการจัดหาตามระเบียบพัสดุทำให้เกิดความล่าช้าในการคัดเลือกเอกชนผู้ลงทุนซึ่งกว่าจะสามารถทำสัญญาและลงมือก่อสร้างได้ก็ล่วงเลยจนถึงกลางปี 2567 และคาดว่าการก่อสร้างเตาเผาชุดใหม่นี้จะแล้วเสร็จและเริ่มใช้งานได้ในไตรมาสแรกของปี 2570 นั่นหมายความว่าเทศบาลนครภูเก็ตต้องหาวิธีจัดการกับปริมาณขยะส่วนเกิน วันละ 400-500 ตันไปอีกประมาณ 2 ปีจนกว่าเตาเผาชุดใหม่จะเริ่มใช้งาน
โจทย์สำคัญของเทศบาลนครภูเก็ตในเวลานี้คือ “จะจัดการกับกองขยะส่วนเกินที่สะสมมาตั้งแต่ปี 2566 และจะจัดการกับขยะรายวันเกินขีดความสามารถของเตาเผาวันละไม่น้อยกว่า 400 ตันต่อวันอย่างไร” ไม่ให้ขยะรายวันไปกองทับถมสะสมสูงขึ้นอีก จนกระทบต่อการท่องเที่ยวที่เป็นรายได้สำคัญของจังหวัดทั้งนี้ เตาเผาชุดใหม่จะต้องแล้วเสร็จและใช้งานได้ตามกำหนดเวลา
เมื่อย้อนกลับไปดูสถิติปริมาณขยะรายวันที่ผ่านมา พบว่าปริมาณขยะเพิ่มขึ้นถึงระดับ 700 ตันต่อวันอีกครั้งเมื่อสถานการณ์โควิดเริ่มคลี่คลายในช่วงปลายปี 2564 แล้วพุ่งขึ้นสู่ระดับ 1,000 ตันต่อวันในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้นกว่าวันละ 300 ตันในช่วงเวลา 3 ปี มีอัตราการเพิ่มมากกว่าร้อยละ 10 ต่อปีในระหว่างปี 2564-2567 ปริมาณขยะรายวันเทียบเท่าสถิติของปี 2562 ก่อนสถานการณ์โควิด แต่จำนวนนักท่องเที่ยวยังน้อยกว่ามาก
“เหตุใดหลังสถานการณ์โควิดอัตราการเพิ่มของปริมาณขยะจึงสูงขึ้นกว่าปกติ”
ดร.พิรียุตม์ วรรณพฤกษ์
นักวิชาการสิ่งแวดล้อมอิสระ

