สะพานแห่งกาลเวลา : จดหมายฉบับสุดท้าย
คุณส่งจดหมายฉบับสุดท้ายไปเมื่อไหร่?
ถ้าถามคำถามนี้กับคนไทย หลายคนคงอึ้ง หาคำตอบไม่ได้ เพราะนั่นคงเป็นเรื่องนานมากแล้ว นานจนจำไม่ได้ บางคนคงจำไม่ได้ด้วยซ้ำไปว่าการส่งจดหมายทางไปรษณีย์ ต้องทำอย่างไรกันบ้าง ซื้อแสตมป์ที่ไหน หย่อนลงตู้ไปรษณีย์ที่ไหน เพราะ “ตู้แดง” ที่เคยเห็นกันเกร่อเมื่อกาลครั้งหนึ่งนั้น ตอนนี้หายไปจนหมดแล้ว
ทุกคนหันมาสื่อสารกันผ่านระบบดิจิทัลด้วยแอพพ์ส่งข้อความต่างๆ เรื่อยไปจนถึงจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรืออีเมล์ กันจนเป็นปกติวิสัย
ในยุโรป สภาพทำนองเดียวกันเกิดขึ้นจนเป็นแนวโน้มทั่วไป และแม้ว่าในเมืองไทย กิจการไปรษณีย์จะถูกแปรรูปเป็นกิจการเอกชนไปนานแล้ว แต่ในประเทศที่มีความเป็นดิจิทัลสูงสุดของยุโรปอย่างเดนมาร์ก โพสต์นอร์ด การไปรษณีย์ของที่นั่น จะปิดบริการรับส่งจดหมายลงอย่างเป็นทางการในตอนสิ้นปีนี้ หลังจากทำหน้าที่เป็นหน่วยงานราชการที่ให้บริการด้านนี้มานาน 4 ศตวรรษ ตำแหน่งงานในส่วนบริการรับส่งจดหมาย 2,200 ตำแหน่งจะถูกยกเลิก คิดสัดส่วนเป็นราว 1 ใน 3 ของตำแหน่งงานทั้งหมด หลงเหลือไว้เพียงแผนกรับส่งพัสดุ ซึ่งกำลังขยายตัวตามแนวโน้มการขยายตัวของโลกอีคอมเมิร์ซ
คิม เพดเดอร์เซ่น หัวหน้าการไปรษณีย์เดนมาร์ก เล่าว่า ยิ่งนับวันคนเดนมาร์กก็ได้รับจดหมายน้อยลงทุกที หลังๆ มานี้ แต่ละคนได้รับโดยเฉลี่ยแค่เดือนละฉบับ ศูนย์คัดแยกจดหมาย ซึ่งเคยต้องใช้อาคารขนาดใหญ่โตเป็นจำนวนมาก ตอนนี้หลงเหลือแค่ศูนย์เดียว ตั้งอยู่ตรงชานเมืองด้านตะวันตกของกรุงโคเปนเฮเกน
ถ้าวัดตั้งแต่ปี 2000 ปริมาณจดหมายในเดนมาร์กลดลงมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ จากปีละ 1,400 ล้านฉบับในปี 2000 เหลือเพียง 110 ล้านฉบับในปี 2024 แล้วก็ยังลดลงอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องต่อมาเรื่อยๆ ตู้ไปรษณีย์ 1,500 ตู้ ที่เคยจัดวางไว้ตามท้องถนน ถูกเก็บเรียบ เมื่อประชากรหันมาใช้กรรมวิธีทางดิจิทัลสื่อสารซึ่งกันและกันแทน ในประเทศซึ่งเมื่อปี 2023 เคยถูกจัดให้เป็นประเทศที่เป็นดิจิทัลที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากเกาหลีใต้ อย่างเป็นทางการ ดังนั้น วิวัฒนาการสู่ความเป็นดิจิทัลโดยธรรมชาติของเดนมาร์ก จึงล้ำหน้ากว่าประเทศอื่นๆ ในยุโรป ราว 5-10 ปี
เมื่อปี 2024 รัฐบาลเดนมาร์กออกกฎหมายใหม่ เปิดทางให้เอกชนเข้าแข่งขันกับการไปรษณีย์ได้ ทำให้ต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม 25 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้การส่งจดหมายแพงขึ้นเป็น 29 โครน หรือราว 147 บาท ยิ่งทำให้ปริมาณจดหมายลดฮวบลงไปอีกเร็วขึ้นอีก
ตามข้อมูลของบริษัทแม็คคินซีย์ ปริมาณจดหมายในประเทศใหญ่ๆ ทั่วโลกตอนนี้ลดลงราว 30 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับตอนที่เคยมีปริมาณสูงสุด ในกรณีของทวีปยุโรป ประเทศที่ลดลงช้าที่สุดคือประเทศอย่างเยอรมนี กับสวิตเซอร์แลนด์ ที่ลดลงราว 40 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ประเทศอื่นๆ ลดลง 50-70 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปริมาณในปี 2008
ดอยตช์ โพสต์ การไปรษณีย์ของเยอรมนี เพิ่งประกาศลดพนักงานลงไป 8,000 คน เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ส่วนที่อังกฤษ ก็มีการปรับลดการจ่ายจดหมายถึงมือผู้รับเป็นสัปดาห์เว้นสัปดาห์ ทำให้เกิดคำถามตามมาว่า เมื่อใดกันถึงจะปรากฏ “จดหมายฉบับสุดท้าย” ขึ้น
ฮาเซล คิง บรรณาธิการนิตยสาร เทคโนโลยีพัสดุและไปรษณีย์สากล (Parcel and Postal Technology International) เชื่อว่าถึงที่สุดแล้ว การสิ้นสุดของจดหมายส่วนตัวก็คงมาถึง แม้ว่าโดยส่วนตัวของเธอแล้ว บริการรับส่งจดหมายยังคงมีความสำคัญ และควรได้รับการอนุรักษ์ไว้ ทางหนึ่งเพื่อให้บริการที่จำเป็น อาทิ จดหมายทางการแพทย์ สำหรับผู้สูงอายุ หรือผู้พิการ ที่ใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่ชนบท
ในเดนมาร์ก โพสต์นอร์ด จะหยุดให้บริการรับส่งจดหมายในตอนสิ้นปีนี้ก็จริง แต่ก็จะมีบริษัทเอกชน อย่างบริษัท ดีเอโอ รับช่วงต่อแทนทั่วประเทศ แต่ส่วนใหญ่ก็จะกังวลว่า บริการสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ ในที่สุดก็จะย่ำแย่ลง ซึ่งดีเอโอไม่เห็นด้วย
ดีเอโอ เดิมเป็นผู้ให้บริการรับส่งหนังสือพิมพ์และนิตยสารที่ให้บริการทั่วเดนมาร์ก และถือเป็นผู้ให้บริการรับส่งพัสดุภัณฑ์รายสำคัญของประเทศ ผลการสำรวจความคิดเห็นล่าสุด ถึงกับระบุว่า บริการของดีเอโอดีกว่า เร็วกว่าโพสต์นอร์ดด้วยซ้ำไป
ฮันส์ ปีเตอร์ นิสเซ่น ซีอีโอของดีเอโอ เปิดเผยว่า เมื่อปี 2024 ดีเอโอรับส่งจดหมายรวมกัน 21 ล้านฉบับ หลังจากไม่มีโพสต์นอร์ด เชื่อว่าปริมาณจะเพิ่มขึ้นอีก 30-40 ล้านฉบับนับตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป โดยเตรียมจัดตั้งตู้รับจดหมายในร้านค้าที่ทำสัญญาร่วมมือกัน พร้อมกับให้บริการส่งจดหมายถึงมือผู้รับ และไปรับจดหมายที่จะส่งถึงบ้านผู้เขียน โดยคิดค่าบริการเพิ่มเล็กน้อย ด้วยอีกต่างหาก นอกเหนือจากการเตรียมติดตั้งอุปกรณ์คัดแยกจดหมายและเพิ่มจำนวนพนักงานด้านนี้ขึ้น
นิสเซ่นเชื่อว่า อารมณ์ ความรู้สึก ที่เกิดขึ้นระหว่างการเขียนจดหมายส่วนตัว และการได้รับจดหมายส่วนตัวสักฉบับนั้น เป็นสิ่งที่กรรมวิธีแบบดิจิทัลอำนวยให้ไม่ได้
และเป็นความรู้สึกที่หลายๆ คน โดยเฉพาะคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ๆ อยากได้รับ อยากมีประสบการณ์บ้างเช่นกัน
ฟังแล้วอยากเขียนจดหมายถึงใครสักคนกันบ้างไหมครับ

