ด้04านหนึ่ง มีความคาดหวังว่าการเข้ามาของตั๋งโต๊ะจะมีส่วนช่วยในการจัดการกับปัญหาเดิมที่มีอยู่
นั่นคือปัญหาอันเนื่องแต่ 10 ขันที ซึ่งนำโดยเตียวเหยียง
ขณะเดียวกัน ด้านหนึ่ง ปัญหาใหม่ก็ปะทุเพราะว่าการเชื้อเชิญกองทัพหัวเมืองเข้าเมืองหลวงก็ก่อความขัดแย้ง แตกแยก
ไม่ว่าโจโฉ ไม่ว่าตันหลิม เจ้ากรมอาลักษณ์ อันมีโดยพื้นฐานอยู่แล้ว
แต่พลันที่ทัพของตั๋งโต๊ะเริ่มกรีธาเข้ามาก็ขยายความขัดแย้งเป็นวงกว้างออกไปอีกสู่โลติด แตะถ้าย
ล้วนคาดหมายไปในทิศทางเดียวกัน คือ ความยุ่งเหยิง ปั่นป่วน
แม้โฮจิ๋นจะมากด้วยความมั่นใจว่ากรณีของตั๋งโต๊ะจะช่วยขจัดปัญหาเดิมอันเนื่องแต่ 10 ขันทีลงได้
กระนั้น ก็ใช่ว่า 10 ขันทีจะยอมอยู่ในลักษณะเหมือน เป้านิ่ง
สํ านวน เจ้าพระยาพระคลัง (หน) บรรยายว่า ฝ่ายขันที 10 คนครั้นรู้ว่าตั๋งโต๊ะยกทหารมาตั้งอยู่นอกเมืองแล้วจึงคิดกันว่า เหตุทั้งนี้เพราะโฮจิ๋นคิดอ่านแอบรับสั่งให้กองทัพหัวเมืองยกมาทำร้ายแก่เรา
ครั้นเราจะนิ่งอยู่ บัดนี้ อันตรายก็จะถึงชีวิตเรา จำเราจะคิดฆ่าโฮจิ๋นเสียก่อน
ครั้นคิดกันแล้วจึงแต่งคนสนิท 50 คนถือศัสตราวุธจึงสั่งว่า ถ้าเห็นโฮจิ๋นเข้ามาก็ให้ฆ่าเสียเถิด
แล้วก็พาพวก 50 คนลอบเข้าไปแอบอยู่ข้างซุ้มประตูข้างในวัง
เตียวเหยียงก็เข้าไปทูลพระนางโฮเฮาว่า
โฮจิ๋นแอบรับสั่งให้หากองทัพหัวเมือง เข้ามาจะจับเอาข้าพเจ้าทั้งสิบคนไปฆ่าเสีย ข้าพเจ้าหาที่พึ่งมิได้เห็นแต่พระองค์จะช่วยชีวิตข้าพเจ้าได้
นางโฮเฮาจึงว่า ให้ออกไปอ้อนวอนง้องอนโฮจิ๋นเถิด โฮจิ๋นจะมีความกรุณาอยู่เห็นจะไม่ทำอันตรายดอก
เตียวเหยียงจึงทูลว่า โฮจิ๋นนั้นมีใจชังข้าพเจ้าทั้งสิบคนนักซึ่งจะให้ข้าพเจ้าออกไปหานั้นเหมือนหนึ่งเอาเนื้อไปสู่เสืออันจะมีชีวิตคืนมานั้นหามิได้ ถ้าพระองค์เมตตาข้าพเจ้าทั้งนี้
ขอให้เชิญโฮจิ๋นเข้ามาตรัสขอชีวิตข้าพเจ้าต่อพระโอษฐ์ ถึงมาตรว่าโฮจิ๋นจะไม่เมตตาแล้วข้าพเจ้าก็จะตายอยู่หน้าที่นั่งพระองค์
นางโฮเฮาได้ยินดังนั้นมีความกรุณาจึงให้ไปหาโฮจิ๋นเข้ามา
สํ านวนแปล วรรณไว พัธโนทัย ให้รายละเอียดอันเป็นเส้นสนกลในเพิ่มเติมเล็กน้อย แต่ก็เปี่ยมด้วยสีสันบรรยากาศ
ฝ่ายเตียวเหยียงกับพวกรู้ข่าวว่าตั๋งโต๊ะยกทัพมาจึงปรึกษากันว่า
นี่เป็นอุบายของโฮจิ๋นชัดๆ หากเราไม่รีบลงมือกระทำการเสียก่อนคงจะต้องถึงสิ้นโคตรในคราวนี้เป็นแน่แท้
แล้วจึงแต่งมือมีด มือขวาน 50 คนซ่อนไว้ที่พระทวารเจียเต๋อในพระที่นั่งฉางเล่อ
พลางเข้าเฝ้าทูลพระนางโฮเฮาว่า
บัดนี้ท่านแม่ทัพใหญ่มีคำสั่งเรียกกองทัพหัวเมืองเข้ามาถึงพระนครแล้วหมายจะเอาชีวิตข้าพเจ้ากับพวก ขอพระองค์ทรงพระเมตตาช่วยชีวิตพวกข้าพเจ้าด้วยเถิด
พระนางโฮเฮามีรับสั่งว่า พวกเจ้าจงเข้าไปในทำเนียบกราบขอความกรุณาแม่ทัพใหญ่เสียโดยดี
เตียวเหยียงทูลว่า หากพวกข้าพเจ้าขืนย่างเข้าไปในทำเนียบเนื้อกระดูกคงจะแหลกละเอียดหมดเป็นแน่ ขอพระองค์มีรับสั่งให้หาท่านแม่ทัพใหญ่เข้ามาในวังแล้วขอร้องให้ระงับการนั้นเสีย
แม้นว่าท่านแม่ทัพใหญ่ไม่เมตตาแล้วไซร้ ข้าพเจ้ากับพวกขอถวายชีวิตต่อหน้าพระที่นั่งของพระองค์ดีกว่า
พระนางโฮเฮาจึงให้หาโฮจิ๋นเข้าเฝ้า
นี่ ย่อมเป็นห้วงเวลาอันสำคัญและทรงความหมายเป็นอย่างสูงที่เป็นมาตรวัดอย่างดีในตัวตนของโฮจิ๋นว่าดำรงอยู่อย่างไร
เริ่มจากสำนวน เจ้าพระยาพระคลัง (หน)
ฝ่ายโฮจิ๋นเมื่อจะเข้าไปหานางโฮเฮานั้นตันหลิมห้ามว่า ซึ่งนางโฮเฮาให้มาเชิญนี้ข้าพเจ้าแคลงอยู่เข้าไปเห็นจะมีอันตราย
โฮจิ๋นจึงตอบว่า นางโฮเฮากับเราเป็นพี่น้องกันซึ่งจะคบคิดเป็นใจด้วยขันทีนั้นผิดไป
อ้วนเสี้ยวจึงตอบว่า การซึ่งคิดไว้นั้นเห็นขันทีสิบคนจะรู้ตระหนักซึ่งจักเข้าไปนั้นไม่ได้
โจโฉจึงว่า ถ้าท่านจะเข้าไปก็เข้าไปเถิด แต่ให้ตัวขันทีสิบคนออกจากวังก่อนท่านจึงจะไม่มีอันตราย
โฮจิ๋นได้ยิน 3 คนว่าดังนั้นก็หัวเราะแล้วตอบว่า
เราเป็นผู้สำเร็จราชการอยู่ในแผ่นดิน หาผู้ใดเสมอมิได้ แลขันทีสิบคนนี้ความคิดความอ่านกล้าหาญเป็นกระไรจะอาจทำร้ายแก่เราได้
อ้วนเสี้ยวจึงว่า ท่านจะขืนเข้าไปก็ตามเถิดแต่ข้าพเจ้าจะขอเข้าไปด้วย
อ้วนเสี้ยวจึงให้อ้วนสุด ผู้น้อง คุมทหาร 500 เข้าไปอยู่ที่ประตูวังข้างหน้า
สํ านวน วรรณไว พัธโนทัย เริ่มจากโฮจิ๋น
ก็เตรียมจะเข้าไป แต่ตันหลิม เจ้ากรมอาลักษณ์ท้วงว่า ซึ่งพระนางโฮเฮามีรับสั่งให้หาทั้งนี้คงเป็นเล่ห์กระเท่ห์ของขันทีทั้งสิบ ขอท่านจงอย่าได้เข้าไปเป็นอันขาด หาไม่จะเป็นภัย
โฮจิ๋นตอบว่า พระนางโฮเฮาเรียกข้าเข้าเฝ้าเองแล้วจะมีภัยเกิดขึ้นได้อย่างไร
อ้วนเสี้ยวจึงว่า บัดนี้ อุบายของเราแตกแล้ว ไฉนท่านแม่ทัพยังคิดจะเข้าไปในวังเล่า
โจโฉก็ว่า ท่านต้องให้ขันทีทั้งสิบออกมาเสียก่อนจึงค่อยเข้าไป
โฮจิ๋นหัวเราะแล้วว่า พวกเจ้าพูดราวกับเด็กทารก ข้าเป็นใหญ่ในใต้ฟ้านี้ ขันทีทั้งสิบน่ะหรือจะกล้าทำอะไรข้า
อ้วนเสี้ยวจึงว่า ถ้าท่านแม่ทัพคิดจะเข้าไปจริงๆ ข้าพเจ้ากับพวกขอเอาทหารตามไปด้วยเพื่อระวังเหตุ
ว่าแล้วอ้วนเสี้ยวและโจโฉคัดทหารฝีมือดี 500 มอบให้อ้วนสุด น้องชายอ้วนเสี้ยวคุมไป
นี่ย่อมเป็นวินาทีอันทรงความหมายยิ่งในทางการทหาร
ภ าพอันหลอกว้านจงเลือกนำเสนอ ไม่เพียงเป็นภาพแห่งการเปรียบเทียบ หากแต่ยังฉายให้เห็นแนวโน้มความเป็นไปในกาลอันใกล้
ไม่ว่ามองทาง การทหาร ไม่ว่ามองทาง การเมือง
เมื่อมองในทางประวัติศาสตร์จำนวนมากรู้อยู่แล้วว่าทิศทางจะดำเนินไปอย่างไร แต่ที่สำคัญยังเป็นรายละเอียด
รายละเอียดของ อำนาจ ที่แต่ละฝ่ายยึดกุม
แน่นอน เฉพาะหน้าย่อมเป็นอำนาจ เก่า ย่อมเป็นอำนาจ ใหม่ ซึ่งกำลังขัดแย้งและปะทะอยู่ภายใน ราชสำนัก
ขันที ย่อมจะยื้อ อำนาจ อันตนเคยครองอย่างสุดชีวิต
ขณะเดียวกัน แม้ระยะกาลนั้นเด่นชัดว่าอำนาจอยู่ในมือตระกูลโฮ (เหอ) ไม่ว่าจะมองผ่านโฮเฮา ไม่ว่าจะมองผ่านโฮจิ๋น
กระนั้น ก็ตระหนักกันดีว่าเป็นอำนาจที่ขาดความมั่นคง
ม องผ่านกระบวนท่าของขันทีต้องยอมรับว่าเตียวเหยียงและพวกมากด้วยความจัดเจน เปี่ยมด้วยเขี้ยวเล็บ
นั่นคือ แอบอิงอยู่ใต้ร่มเงาแห่ง โฮเฮา
เรื่องเศร้าเป็นอย่างยิ่งอยู่ที่ไม่ว่าอ้วนเสี้ยว ไม่ว่าตันหลิม ไม่ว่าโจโฉ ล้วนมองออกแทงทะลุ
เพียงแต่โฮจิ๋นขาดความเฉลียวเท่านั้น

