หน้าแรก บทความ จุดมั่น ความฉ...

จุดมั่น ความฉลาด เมื่อขาด ความเฉลียวž แฉลบ แปร เปลี่ยน

4.09.25 | 12:30 น.

ด้04านหนึ่ง มีความคาดหวังว่าการเข้ามาของตั๋งโต๊ะจะมีส่วนช่วยในการจัดการกับปัญหาเดิมที่มีอยู่
นั่นคือปัญหาอันเนื่องแต่ 10 ขันที ซึ่งนำโดยเตียวเหยียง

ขณะเดียวกัน ด้านหนึ่ง ปัญหาใหม่ก็ปะทุเพราะว่าการเชื้อเชิญกองทัพหัวเมืองเข้าเมืองหลวงก็ก่อความขัดแย้ง แตกแยก

ไม่ว่าโจโฉ ไม่ว่าตันหลิม เจ้ากรมอาลักษณ์ อันมีโดยพื้นฐานอยู่แล้ว

แต่พลันที่ทัพของตั๋งโต๊ะเริ่มกรีธาเข้ามาก็ขยายความขัดแย้งเป็นวงกว้างออกไปอีกสู่โลติด แตะถ้าย

ล้วนคาดหมายไปในทิศทางเดียวกัน คือ ความยุ่งเหยิง ปั่นป่วน

Advertisement

แม้โฮจิ๋นจะมากด้วยความมั่นใจว่ากรณีของตั๋งโต๊ะจะช่วยขจัดปัญหาเดิมอันเนื่องแต่ 10 ขันทีลงได้

กระนั้น ก็ใช่ว่า 10 ขันทีจะยอมอยู่ในลักษณะเหมือน เป้านิ่งŽ

สํ านวน เจ้าพระยาพระคลัง (หน) บรรยายว่า ฝ่ายขันที 10 คนครั้นรู้ว่าตั๋งโต๊ะยกทหารมาตั้งอยู่นอกเมืองแล้วจึงคิดกันว่า เหตุทั้งนี้เพราะโฮจิ๋นคิดอ่านแอบรับสั่งให้กองทัพหัวเมืองยกมาทำร้ายแก่เรา

ครั้นเราจะนิ่งอยู่ บัดนี้ อันตรายก็จะถึงชีวิตเรา จำเราจะคิดฆ่าโฮจิ๋นเสียก่อนŽ

ครั้นคิดกันแล้วจึงแต่งคนสนิท 50 คนถือศัสตราวุธจึงสั่งว่า ถ้าเห็นโฮจิ๋นเข้ามาก็ให้ฆ่าเสียเถิดŽ

แล้วก็พาพวก 50 คนลอบเข้าไปแอบอยู่ข้างซุ้มประตูข้างในวัง

เตียวเหยียงก็เข้าไปทูลพระนางโฮเฮาว่า
โฮจิ๋นแอบรับสั่งให้หากองทัพหัวเมือง เข้ามาจะจับเอาข้าพเจ้าทั้งสิบคนไปฆ่าเสีย ข้าพเจ้าหาที่พึ่งมิได้เห็นแต่พระองค์จะช่วยชีวิตข้าพเจ้าได้Ž

นางโฮเฮาจึงว่า ให้ออกไปอ้อนวอนง้องอนโฮจิ๋นเถิด โฮจิ๋นจะมีความกรุณาอยู่เห็นจะไม่ทำอันตรายดอกŽ

เตียวเหยียงจึงทูลว่า โฮจิ๋นนั้นมีใจชังข้าพเจ้าทั้งสิบคนนักซึ่งจะให้ข้าพเจ้าออกไปหานั้นเหมือนหนึ่งเอาเนื้อไปสู่เสืออันจะมีชีวิตคืนมานั้นหามิได้ ถ้าพระองค์เมตตาข้าพเจ้าทั้งนี้

ขอให้เชิญโฮจิ๋นเข้ามาตรัสขอชีวิตข้าพเจ้าต่อพระโอษฐ์ ถึงมาตรว่าโฮจิ๋นจะไม่เมตตาแล้วข้าพเจ้าก็จะตายอยู่หน้าที่นั่งพระองค์Ž

นางโฮเฮาได้ยินดังนั้นมีความกรุณาจึงให้ไปหาโฮจิ๋นเข้ามา

สํ านวนแปล วรรณไว พัธโนทัย ให้รายละเอียดอันเป็นเส้นสนกลในเพิ่มเติมเล็กน้อย แต่ก็เปี่ยมด้วยสีสันบรรยากาศ

ฝ่ายเตียวเหยียงกับพวกรู้ข่าวว่าตั๋งโต๊ะยกทัพมาจึงปรึกษากันว่า

นี่เป็นอุบายของโฮจิ๋นชัดๆ หากเราไม่รีบลงมือกระทำการเสียก่อนคงจะต้องถึงสิ้นโคตรในคราวนี้เป็นแน่แท้Ž

แล้วจึงแต่งมือมีด มือขวาน 50 คนซ่อนไว้ที่พระทวารเจียเต๋อในพระที่นั่งฉางเล่อ

พลางเข้าเฝ้าทูลพระนางโฮเฮาว่า

บัดนี้ท่านแม่ทัพใหญ่มีคำสั่งเรียกกองทัพหัวเมืองเข้ามาถึงพระนครแล้วหมายจะเอาชีวิตข้าพเจ้ากับพวก ขอพระองค์ทรงพระเมตตาช่วยชีวิตพวกข้าพเจ้าด้วยเถิดŽ

พระนางโฮเฮามีรับสั่งว่า พวกเจ้าจงเข้าไปในทำเนียบกราบขอความกรุณาแม่ทัพใหญ่เสียโดยดีŽ

เตียวเหยียงทูลว่า หากพวกข้าพเจ้าขืนย่างเข้าไปในทำเนียบเนื้อกระดูกคงจะแหลกละเอียดหมดเป็นแน่ ขอพระองค์มีรับสั่งให้หาท่านแม่ทัพใหญ่เข้ามาในวังแล้วขอร้องให้ระงับการนั้นเสีย

แม้นว่าท่านแม่ทัพใหญ่ไม่เมตตาแล้วไซร้ ข้าพเจ้ากับพวกขอถวายชีวิตต่อหน้าพระที่นั่งของพระองค์ดีกว่าŽ

พระนางโฮเฮาจึงให้หาโฮจิ๋นเข้าเฝ้า

นี่ ย่อมเป็นห้วงเวลาอันสำคัญและทรงความหมายเป็นอย่างสูงที่เป็นมาตรวัดอย่างดีในตัวตนของโฮจิ๋นว่าดำรงอยู่อย่างไร

เริ่มจากสำนวน เจ้าพระยาพระคลัง (หน)

ฝ่ายโฮจิ๋นเมื่อจะเข้าไปหานางโฮเฮานั้นตันหลิมห้ามว่า ซึ่งนางโฮเฮาให้มาเชิญนี้ข้าพเจ้าแคลงอยู่เข้าไปเห็นจะมีอันตรายŽ

โฮจิ๋นจึงตอบว่า นางโฮเฮากับเราเป็นพี่น้องกันซึ่งจะคบคิดเป็นใจด้วยขันทีนั้นผิดไปŽ

อ้วนเสี้ยวจึงตอบว่า การซึ่งคิดไว้นั้นเห็นขันทีสิบคนจะรู้ตระหนักซึ่งจักเข้าไปนั้นไม่ได้Ž

โจโฉจึงว่า ถ้าท่านจะเข้าไปก็เข้าไปเถิด แต่ให้ตัวขันทีสิบคนออกจากวังก่อนท่านจึงจะไม่มีอันตรายŽ

โฮจิ๋นได้ยิน 3 คนว่าดังนั้นก็หัวเราะแล้วตอบว่า

เราเป็นผู้สำเร็จราชการอยู่ในแผ่นดิน หาผู้ใดเสมอมิได้ แลขันทีสิบคนนี้ความคิดความอ่านกล้าหาญเป็นกระไรจะอาจทำร้ายแก่เราได้Ž

อ้วนเสี้ยวจึงว่า ท่านจะขืนเข้าไปก็ตามเถิดแต่ข้าพเจ้าจะขอเข้าไปด้วยŽ

อ้วนเสี้ยวจึงให้อ้วนสุด ผู้น้อง คุมทหาร 500 เข้าไปอยู่ที่ประตูวังข้างหน้า

สํ านวน วรรณไว พัธโนทัย เริ่มจากโฮจิ๋น
ก็เตรียมจะเข้าไป แต่ตันหลิม เจ้ากรมอาลักษณ์ท้วงว่า ซึ่งพระนางโฮเฮามีรับสั่งให้หาทั้งนี้คงเป็นเล่ห์กระเท่ห์ของขันทีทั้งสิบ ขอท่านจงอย่าได้เข้าไปเป็นอันขาด หาไม่จะเป็นภัยŽ

โฮจิ๋นตอบว่า พระนางโฮเฮาเรียกข้าเข้าเฝ้าเองแล้วจะมีภัยเกิดขึ้นได้อย่างไรŽ

อ้วนเสี้ยวจึงว่า บัดนี้ อุบายของเราแตกแล้ว ไฉนท่านแม่ทัพยังคิดจะเข้าไปในวังเล่าŽ

โจโฉก็ว่า ท่านต้องให้ขันทีทั้งสิบออกมาเสียก่อนจึงค่อยเข้าไปŽ

โฮจิ๋นหัวเราะแล้วว่า พวกเจ้าพูดราวกับเด็กทารก ข้าเป็นใหญ่ในใต้ฟ้านี้ ขันทีทั้งสิบน่ะหรือจะกล้าทำอะไรข้าŽ

อ้วนเสี้ยวจึงว่า ถ้าท่านแม่ทัพคิดจะเข้าไปจริงๆ ข้าพเจ้ากับพวกขอเอาทหารตามไปด้วยเพื่อระวังเหตุŽ

ว่าแล้วอ้วนเสี้ยวและโจโฉคัดทหารฝีมือดี 500 มอบให้อ้วนสุด น้องชายอ้วนเสี้ยวคุมไป

นี่ย่อมเป็นวินาทีอันทรงความหมายยิ่งในทางการทหาร

ภ าพอันหลอกว้านจงเลือกนำเสนอ ไม่เพียงเป็นภาพแห่งการเปรียบเทียบ หากแต่ยังฉายให้เห็นแนวโน้มความเป็นไปในกาลอันใกล้

ไม่ว่ามองทาง การทหารŽ ไม่ว่ามองทาง การเมืองŽ

เมื่อมองในทางประวัติศาสตร์จำนวนมากรู้อยู่แล้วว่าทิศทางจะดำเนินไปอย่างไร แต่ที่สำคัญยังเป็นรายละเอียด

รายละเอียดของ อำนาจŽ ที่แต่ละฝ่ายยึดกุม

แน่นอน เฉพาะหน้าย่อมเป็นอำนาจ เก่าŽ ย่อมเป็นอำนาจ ใหม่Ž ซึ่งกำลังขัดแย้งและปะทะอยู่ภายใน ราชสำนักŽ

ขันทีŽ ย่อมจะยื้อ อำนาจŽ อันตนเคยครองอย่างสุดชีวิต

ขณะเดียวกัน แม้ระยะกาลนั้นเด่นชัดว่าอำนาจอยู่ในมือตระกูลโฮ (เหอ) ไม่ว่าจะมองผ่านโฮเฮา ไม่ว่าจะมองผ่านโฮจิ๋น

กระนั้น ก็ตระหนักกันดีว่าเป็นอำนาจที่ขาดความมั่นคง

ม องผ่านกระบวนท่าของขันทีต้องยอมรับว่าเตียวเหยียงและพวกมากด้วยความจัดเจน เปี่ยมด้วยเขี้ยวเล็บ
นั่นคือ แอบอิงอยู่ใต้ร่มเงาแห่ง โฮเฮาŽ

เรื่องเศร้าเป็นอย่างยิ่งอยู่ที่ไม่ว่าอ้วนเสี้ยว ไม่ว่าตันหลิม ไม่ว่าโจโฉ ล้วนมองออกแทงทะลุ

เพียงแต่โฮจิ๋นขาดความเฉลียวเท่านั้น