หน้าแรก บทความ ‘ไพ่จีน’ยันต์...

‘ไพ่จีน’ยันต์ป้องกันตัวคนเกาหลี

14.10.25 | 12:00 น.

‘ไพ่จีน’ยันต์ป้องกันตัวคนเกาหลี

บนคาบสมุทรเกาหลี ภูมิทัศน์การเมืองระหว่างประเทศเสมือน “หมาก” กระดานหนึ่งที่เกิดการแปรปรวนอย่างมิหยุดหย่อน ก็เพราะเกาหลีใต้อยู่คั่นกลางระหว่างจีนกับสหรัฐ จึงทำให้มีความสำคัญมากขึ้น ยิ่งถือ “ไพ่จีน” ในมือ ซึ่งเสมือนยันต์ป้องกันตัว ยิ่งทำให้สถานการณ์ผันผวนและปั่นป่วน

แต่การที่เกาหลีใต้ถือไพ่จีน ก็มิใช่เป็นเรื่องที่ไม่มีเหตุผล เพราะเป็นการคลี่คลายแรงกดดันจาก
“พี่ร่วมสายเลือด” คือ เกาหลีเหนือ ที่มีสายสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์ แต่ศรศิลป์ไม่กินกัน

นิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือเปรียบดั่ง “ดาบดาโมคลีส” แขวนอยู่เหนือกรุงโซล ความเป็นเผ่าพันธุ์ร่วมสายเลือดมิได้มีน้ำหนักมากพอที่จะกลบเสียงคำรามของขีปนาวุธที่ “คิม จองอึน” ปล่อยออกมาการพึ่งพาพันธมิตรทางทหารแบบดั้งเดิมกับสหรัฐดูผิวเผินคล้ายเกราะที่มั่นคง แต่ก็อาจกลายเป็นเชื้อเพลิงแห่งความขัดแย้งได้ทุกเมื่อ เพราะถ้าหากเกิดการปะทุขึ้นมา เมืองที่รับเคราะห์ก่อนใครย่อมหนีไม่พ้นกรุงโซล

อัน “ดาบดาโมคลีส” ถือกำเนิดจากกรีกโบราณข้าราชบริพารนาม “ดาโมคลีส” ที่ชื่นชมกษัตริย์ว่าโชคดีมีอำนาจและความสุข จนกษัตริย์ให้ลองนั่งบัลลังก์ เหนือศีรษะแขวนดาบด้วยเส้นผมม้า สะท้อนถึงอำนาจหาใช่เกราะคุ้มภัย หากมีความเสี่ยงตลอดเวลา ทางการเมือง จึงเป็นสัญลักษณ์อันตรายที่ซ่อนอยู่ในความรุ่งเรือง

Advertisement

ในสถานการณ์เช่นนี้ การที่เกาหลีใต้เลือกเล่น “ไพ่จีน” หาใช่เพียงการเสริมสร้างพันธมิตรใหม่ หากคือยุทธวิธี “ถอนฟืนออกจากเตา” แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เพราะจีนในฐานะประเทศเพื่อนบ้านที่มีอิทธิพลสูงสุดต่อเปียงยาง ทั้งในมิติการเมือง เศรษฐกิจ และความอยู่รอดของระบอบ จึงทำหน้าที่เป็นบังเหียนที่มองไม่เห็นที่ คล้องเข้ากับคอของม้าพยศทางเหนือได้อย่างแนบเนียน ความเคลื่อนไหวของ “คิม จองอึน” จึงมิได้ขึ้นอยู่กับอารมณ์หรือการคำนวณฝ่ายเดียว แต่ต้องพิจารณาความเป็นไปได้ที่ผู้สนับสนุนรายใหญ่ที่สุดอย่างปักกิ่ง

ความสัมพันธ์เชิงซ่อนเร้นที่จีนสร้างขึ้นนี้ลึกซึ้งยิ่งกว่าการข่มขู่ทางทหาร เพราะสัมพันธ์ถึงเส้นเลือดชีวิตของ “ระบอบคิม” และบีบให้ผู้นำเปียงยางจำต้องคิดทบทวนก่อนก้าวพลาด

อย่างไรก็ตาม ไพ่จีนหาได้เป็นเพียงเครื่องมือจัดการเกาหลีเหนือเท่านั้น หากยังเป็นกลไกถ่วงดุลอำนาจสหรัฐด้วย พันธมิตรมิใช่ความสัมพันธ์แบบนายกับบ่าว แต่ลัทธิ “อเมริกามาก่อน” ของวอชิงตัน มักทำให้พันธมิตรต้องเผชิญกับความผิดหวัง เหตุการณ์ล่าสุดที่แรงงานเกาหลีใต้ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐจับกุมและบังคับตรวจค้นอย่างหยามหมิ่น ย่อมเทียบได้กับการตบหน้ากลางสาธารณะต่อฝ่ายนิยมอเมริกาในโซล ความเจ็บปวดเช่นนี้ลึกซึ้งยิ่งกว่าข้อพิพาทด้านการค้า เพราะแตะต้องศักดิ์ศรีแห่งชาติโดยตรง

ด้วยเหตุนี้ การธำรงไว้ซึ่งความสัมพันธ์อันดีของเกาหลีใต้กับจีนจึงกลายเป็น “พื้นที่ยุทธศาสตร์” ที่สำคัญของเกาหลีใต้ กรณีเป็นการเปิดโอกาสให้กรุงโซลมีเสียงที่หนักแน่นขึ้นต่อวอชิงตัน และเลี่ยงมิให้ต้องตกเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ถูกทอดทิ้งอย่างง่ายดายท่ามกลางประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา

หากมองในมิติของจีน แม้ความสัมพันธ์จีน-เกาหลีเคยสะดุด ไม่ว่าจากกรณีการติดตั้งระบบ THAAD (ระบบป้องกันขีปนาวุธขั้นปลายทางระดับสูงของสหรัฐ) หรือความขัดแย้งทางวัฒนธรรม จีนยังแสดงท่าทีให้เกียรติในฐานะมหาอำนาจ แต่ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น คือสายสัมพันธ์ในระดับประชาชนที่มิได้ถูกตัดขาด กระแสเกาหลีที่แพร่ไปทั่วโลกนั้น ยังคงได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในจีน ไม่ว่าจะเป็นดนตรี ภาพยนตร์ แฟชั่น หรืออาหาร ประชาชนที่ชื่นชอบวัฒนธรรมเกาหลี รวมทั้งการที่ชาวเกาหลีใต้มุ่งหน้าไปเยือนเซี่ยงไฮ้เพื่อรำลึกถึงรัฐบาลชั่วคราวเกาหลี ล้วนสะท้อนพลังเชิงสังคมวัฒนธรรมที่แข็งแรงจากฐานราก ซึ่งขับเคลื่อนความสัมพันธ์ให้ดำเนินไปข้างหน้า แม้จะมี “คำสั่งห้ามเกาหลี” อยู่ในบางห้วงเวลา แต่ในที่สุดก็ผ่อนคลายลงอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้น ความสัมพันธ์จีน-เกาหลีใต้จึงไม่ควรถูกกำหนดโดยความขัดแย้งทางการเมืองเฉพาะหน้า หากแต่ควรพิจารณาภายใต้กรอบใหญ่ของภูมิรัฐศาสตร์ ที่ซึ่งภูมิประเทศที่ใกล้ชิดกัน เศรษฐกิจที่เสริมกัน และวัฒนธรรมที่สัมพันธ์ใกล้ชิด คือ ปัจจัยเชิงโครงสร้างที่มิอาจละเลย

สำหรับเกาหลีใต้ ผลประโยชน์แท้จริงของชาติคือ “ความมั่นคงและความรุ่งเรือง” ไพ่จีนจึงมิใช่เพียงหมากการทูตเฉพาะหน้า หากแต่เป็นยุทธศาสตร์การถ่วงดุล เพื่อให้คาบสมุทรบรรลุ “สันติภาพถาวร” และนี่คือ “หมากกระดานใหญ่” ที่สอดคล้องที่สุดกับผลประโยชน์แห่งชาติของเกาหลีใต้