หน้าแรก บทความ สะพานแห่งกาลเ...

สะพานแห่งกาลเวลา : ยุคใหม่ของการเปลี่ยนอวัยวะ

13.10.25 | 13:07 น.

การปลูกถ่ายอวัยวะของคนคนหนึ่งให้กับอีกคนหนึ่งนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ต้องคำนึงถึงรายละเอียดปลีกย่อยอันเป็นอุปสรรคให้ต้องก้าวข้ามให้ได้มากมาย หนึ่งในจำนวนนั้นก็คือ ความเข้ากันได้ของอวัยวะที่ได้รับบริจาคมากับร่างกายของผู้ที่จะรับเอาอวัยวะนั้นไป ซึ่งขึ้นอยู่กับกรุ๊ปเลือดของผู้บริจาคว่าสามารถเข้ากันได้กับผู้รับบริจาคอวัยวะหรือไม่

มนุษย์มีกรุ๊ปเลือดหลักๆ อยู่ 4 กลุ่ม คือ A, B, AB และ O โดยที่ เอนไซม์ในเลือดกรุ๊ปหนึ่งอาจแสดงปฏิกิริยาต่อต้านกับกรุ๊ปเลือดอื่นๆ ได้ ส่งผลให้ร่างกายของผู้รับบริจาคอวัยวะแสดงปฏิกิริยาปฏิเสธการปลูกถ่าย ตัวอย่างเช่น ผู้ที่มีกรุ๊ปเลือด O จะสามารถรับอวัยวะที่ได้จากผู้ที่มีเลือดกรุ๊ป O ด้วยกันเท่านั้น แต่ผู้ที่มีเลือดกรุ๊ป A, B, AB สามารถรับอวัยวะจากผู้ที่มีกรุ๊ปเลือด O ได้เป็นต้น

ที่เป็นเช่นนั้นเพราะชนิดของกรุ๊ปเลือดนั้น ถูกจำแนกด้วยสารที่ทำหน้าที่กระตุ้นให้เกิดภูมิคุ้มกันที่เรียกว่า แอนติเจน คนที่มีเลือดกรุ๊ป O ไม่มี แอนติเจน ที่ว่านี้ ทำให้อวัยวะของผู้ที่มีเลือดกรุ๊ปนี้สามารถนำไปปลูกถ่ายให้กับคนในกรุ๊ปเลือดอื่นๆ ได้ทั้งหมดนั่นเอง

ความพยายามที่จะแก้ไขปัญหาข้อนี้ เพื่อบรรเทาการขาดแคลนอวัยวะบริจาคสำหรับปลูกถ่าย มีมาตั้งแต่ทศวรรษ 80 แม้จะได้ผลอยู่บ้างแต่กระบวนการก็กินเวลานานหลายวันจนใช้การไม่ได้ ต่อมาในปี 2022 ทีมวิจัยทีมหนึ่งพัฒนากระบวนการที่สะดวกรวดเร็วกว่าขึ้นมาเพื่อเปลี่ยนเอนไซม์ของอวัยวะบริจาคให้เป็นอวัยวะกรุ๊ป O เรียกว่า enzyme-converted O, หรือเรียกสั้นๆ ว่า ECO

สตีเฟน ไวเธอรส์ ศาสตราจารย์เกียรติคุณสาขาชีวะเคมีของมหาวิทยาลัย บริติช โคลัมเบีย หัวหน้าทีมวิจัยดังกล่าวใช้กระบวนการที่พัฒนาขึ้นมาใหม่นี้เปลี่ยนปอด ที่ได้รับบริจาคจากผู้ที่มีเลือดกรุ๊ป A ให้กลายเป็นกรุ๊ป O ได้สำเร็จ แต่ไม่ได้ปลูกถ่ายอวัยวะที่ปรับเปลี่ยนใหม่นี้ให้กับใคร แม้ว่าโดยหลักการแล้วจะเป็นไปได้ก็ตามที

Advertisement

ทีมวิจัยของศาสตราจารย์ไวเธอรส์ เพิ่งทำการวิจัยครั้งใหม่เพื่อพิสูจน์แนวคิดเรื่องนี้ โดยใช้ไตจากผู้ที่มีกรุ๊ปเลือด A และใช้ปลูกถ่ายให้กับใครไม่ได้ นำมาเปลี่ยนให้เป็นไต กรุ๊ป O โดยการนำเอาไตบริจาคไปแช่ไว้ในของเหลวพิเศษใช้เวลานานราว 2 ชั่วโมง

ศาสตราจารย์ ไวเธอรส์ อธิบายว่า การแช่อวัยวะบริจาคไว้ในของเหลว ที่ทำขึ้นเป็นพิเศษนี้เป็นขั้นตอนปกติในการรักษาอวัยวะบริจาคให้อยู่ในสภาพเหมาะสมก่อนที่จะมีการปลูกถ่าย แต่ถ้าจะเปลี่ยนอวัยวะให้ต่างออกไปจำเป็นต้องเติมเอนไซม์พิเศษลงไปในของเหลวดังกล่าว เพื่อให้ทำหน้าที่ขจัด แอนติเจนของกรุ๊ปเลือดที่ก่อให้เกิดการปฏิเสธอวัยวะออกไปนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม กรรมวิธีดังกล่าวนี้ ไม่สามารถใช้ขจัดแอนติเจนของอวัยวะบริจาคเป็นการถาวรได้ แต่กระนั้นก็ยังสามารถยับยั้งไม่ให้เกิดปฏิกิริยาต่อต้านแบบเฉียบพลันที่ถือว่าเป็นการต่อต้านที่ร้ายแรงที่สุดของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายได้อยู่ดี เพื่อพิสูจน์ความเป็นจริงเรื่องนี้ ทีมวิจัยใช้ไตที่ถูกปรับเปลี่ยนดังกล่าว ไปปลูกถ่ายให้กับผู้ป่วยกรุ๊ปเลือด A ที่มีภาวะสมองตาย โดยได้รับความยินยอมจากครอบครัวผู้ป่วยรายนี้แล้ว

ในกรณีการปลูกถ่ายทั่วไป แพทย์จะฉีดสารแอนติบอดีให้กับผู้รับการปลูกถ่าย เพื่อป้องกันการเกิดการปฏิเสธเฉียบพลันดังกล่าว แต่ทีมวิจัยไม่ฉีดสารป้องกันใดๆ ในการทดลองครั้งนี้ เพื่อดูว่าร่างกายของผู้ป่วยสามารถทนรับไตที่ถูกปรับเปลี่ยนได้นานมากน้อยเพียงใด

ทีมวิจัยพบว่า ไตที่ผ่านการปรับเปลี่ยนสามารถทำงานได้ดีเยี่ยมอยู่นานถึง 2 วันหลังจากการปลูกถ่ายเสร็จสิ้นลงโดยไม่ปรากฏวี่แววว่าร่างกายจะปฏิเสธ การตอบสนองของภูมิคุ้มกันของร่างกายผู้รับปรากฏให้เห็นในวันที่ 3 เมื่อไตที่ปลูกถ่ายเริ่มผลิตแอนติเจน ไทป์ A ออกมา แต่ไวเธอร์สบอกว่า ถ้าหากเป็นกรณีของการปลูกถ่ายจริงๆ แพทย์มีหลายวิธีการมากที่จะนำมาใช้ เพื่อลดการปฏิเสธของร่างกายผู้รับที่เกิดจากการสร้างแอนติเจนทำนองนี้ลงให้เหลือน้อยที่สุดได้ อย่างเช่นการใช้กระบวนการกดภูมิคุ้มกันของร่างกายเป็นต้น ซึ่งจะช่วยยืดระยะเวลาออกไปได้เป็นอย่างดี

ทีมวิจัยระบุไว้ในรายงานผลการวิจัยว่า ด้วยกรรมวิธีปรับเปลี่ยนอวัยวะบริจาคดังกล่าวนี้ เชื่อว่าจะช่วยให้ผู้ที่ต้องการอวัยวะบริจาคสามารถเข้าถึงอวัยวะบริจาคได้มากขึ้น เร็วขึ้น และแม้จะยอมรับว่า กรรมวิธีปรับเปลี่ยนนี้ยังจัดว่าอยู่ในขั้นเริ่มต้น และจำเป็นต้องมีการศึกษาวิจัยต่ออีกมากก่อนที่จะสามารถนำไปปรับใช้ แต่จากผลการทดลองครั้งนี้ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า วิธีนี้ใช้ได้ผลจริงๆ

อาจบางที ยุคใหม่ของการปลูกถ่ายอวัยวะได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์