หน้าแรก บทความ ฝันค้าง การศึ...

ฝันค้าง การศึกษาไม่ใช่ปัญหาเร่งด่วน?

16.10.25 | 14:00 น.
ฝันค้าง การศึกษาไม่ใช่ปัญหาเร่งด่วน?

ฝันค้าง การศึกษาไม่ใช่ปัญหาเร่งด่วน?

รัฐบาลอนุทินแถลงนโยบายต่อรัฐสภา วันที่ 29 กันยายน 2568 วันเดียวกับนายกรัฐมนตรียืนยันจะยุบสภาภายใน 4 เดือนหลังวันแถลงนโยบาย ก่อนวันที่ 31 มกราคม 2569

คำแถลงนโยบาย ส่วนแรกเป็นการแก้ไขปัญหาเร่งด่วน 5 ด้าน ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ ด้านความมั่นคง ด้านสังคม ด้านภัยธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้านการบริหารภาครัฐ การปฏิรูปกฎหมาย

ส่วนด้านการเมืองไม่ปรากฏในนโยบายเร่งด่วน แต่เขียนไว้ในช่วงต้นของคำแถลงว่า รัฐบาลนี้จะสนับสนุนการจัดทำประชามติและการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญโดยรับฟังเสียงของพี่น้องประชาชน

เช่นเดียวกับนโยบายสำคัญอีกด้านหนึ่ง คือ ด้านการศึกษา เขียนไว้ว่า รัฐบาลจะดำเนินการให้สอดคล้องกับหน้าที่ของรัฐ แนวนโยบายแห่งรัฐและยุทธศาสตร์ชาติทั้ง 6 ด้าน ในช่วงเวลาของการบริหารราชการแผ่นดินอย่างต่อเนื่อง

Advertisement

อาทิ การดำเนินการให้คนไทยทุกช่วงวัย ทุกกลุ่มเข้าถึงสิทธิการศึกษาและระบบสาธารณสุขอย่างทั่วถึง เท่าเทียม การผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปการศึกษา เช่น กฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ เป็นต้น

เขียนไว้อย่างนี้ เลยคิดไม่ออก บอกไม่ถูกว่า ปัญหาหรือนโยบายการศึกษา เป็นเรื่องเร่งด่วน เป็นวิกฤตของชาติหรือไม่ หรือตีความว่าเป็นเรื่องระยะยาว

ไม่ว่าจะสั้นหรือยาวก็ตาม สิ่งที่แน่นอนจากคำแถลงของนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พูดชัดเจนว่า หลายรัฐบาลพยายามที่จะผลักดัน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติเข้าสู่สภา เพื่อจะได้ปรับปรุงให้ทันต่อเหตุการณ์

ขณะที่หลายจุดใน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับปัจจุบัน (2542) ยังเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาภาคการศึกษาของไทย และยังไม่เอื้อที่จะช่วยให้เกิดการลดความเหลื่อมล้ำของการศึกษาทั่วประเทศไทยได้

จึงอยากจะให้ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับที่กระทรวงศึกษาฯกำลังผลักดันเข้าสู่สภา สามารถปิดช่องว่างเหล่านั้นได้หมด ที่ผ่านมาเมื่อจะนำเข้าสภาก็จะเกิดการยุบสภาทุกรอบ แต่หวังว่าครั้งนี้จะไม่เป็นเช่นนั้น

นโยบายที่อยากจะทำให้สำเร็จภายใน 4 เดือนก่อนจะยุบสภารวมถึงการผลักดันร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ มีผลบังคับใช้ได้สำเร็จอย่างแน่นอน

พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ จะมีทั้งหมด 7 ร่าง 1 ในนั้นจะเป็นร่างของกระทรวงศึกษาธิการ ส่วนอีก 6 ร่างจะเป็นของพรรคการเมือง และกลุ่มต่างๆ ที่นำเสนอมา

สำหรับขั้นตอนการบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ขณะนี้ร่างกฎหมายอยู่ที่การพิจารณาให้ความเห็นจากกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลังได้ประสานไปยังปลัดกระทรวงการคลังเพื่อให้ช่วยเร่งรัดการดำเนินการแล้ว ขอให้ได้เข้าสภาในชุดปัจจุบัน อย่าให้เป็นอาถรรพ์เหมือนกับทุกชุด

ครับ ติดตามท่าทีของรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบแล้ว ต้องไล่เลียงความเป็นมาก่อนหน้านี้ เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น

หลังรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศยุบสภา 20 มีนาคม 2566 ต่อมาเป็นรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน มี พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ จากพรรคภูมิใจไทย เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ระหว่างนั้นสภาการศึกษานำร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับที่ค้างการพิจารณาของรัฐสภามาทบทวน แก้ไข ทำประชาพิจารณ์สอบถามความคิดเห็นผู้เกี่ยวข้องเสร็จ ยกร่างเสนอคณะรัฐมนตรีวันที่ 31 พฤษภาคม 2567 รอบรรจุเข้าสู่วาระการประชุม ครม.

ปรากฏว่า วันที่ 4 กรกฎาคม 2567 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี มีคำสั่งคืนร่าง พ.ร.บ.การศึกษาให้กระทรวงศึกษาธิการไปพิจารณาทบทวนใหม่ เลยค้างคาต่อมาจนถึงรัฐบาลใหม่ที่นายอนุทินได้ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีขณะนี้

เมื่อนางนฤมลประกาศว่าจะผลักดันให้ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ มีผลบังคับใช้ได้สำเร็จอย่างแน่นอน จึงเป็นเรื่องท้าทาย ถ้าทำได้สำเร็จจริง น่าเซอร์ไพรส์เป็นอย่างยิ่ง

เพราะไม่ว่าจะพิจารณาจากเงื่อนเวลาที่รัฐบาลกำหนดยุบสภา และเงื่อนไขสมัยประชุมรัฐสภาก็ตาม ไม่เอื้อเอาเลย

สถานะของร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติวันนี้ยังอยู่ในชั้นการให้ความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งกลับคืนเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ซึ่งไม่ทันสมัยประชุมสภาที่จะปิดวันที่ 30 ตุลาคมนี้แน่นอน

ฉะนั้นต้องรอไปจนถึงสภาเปิดสมัยประชุมใหม่วันที่ 12 ธันวาคม 2568 ปิด 10 เมษายน 2569

แต่พอข้ามเดือน ขึ้นปีใหม่ มกราคม 2569 นายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภาแล้วไม่เกินวันที่ 31 มกราคม

ไล่เรียงเวลาตามนี้แล้ว สิ่งที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการประกาศยืนยัน รับรองเป็นหมัน ฝันค้างต่อไปอีกเช่นเคย

ยกเว้นแต่ว่า รัฐบาลจะขอเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญเป็นการเฉพาะ เพื่อพิจารณากฎหมายนี้และเรื่องอื่นที่สำคัญ จะเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์อีกเช่นกัน