ดร.หยาง เจิ้นหนิง ศาสตราจารย์ฟิสิกส์ระดับโลก รางวัลโนเบลจีนคนแรกถึงแก่กรรมอายุ 103 ปี
เว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยชิงหัวเปลี่ยนเป็นโทนขาวดำเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม เพื่อแสดงความอาลัยต่อการถึงแก่กรรมของ ดร.หยาง เจิ้นหนิง นักฟิสิกส์โนเบลคนแรกของจีน พร้อมทั้งเผยแพร่ข้อความสดุดีว่าเป็น “นักฟิสิกส์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งศตวรรษที่ 20 ผู้สร้างคุณูปการโดดเด่นต่อการพัฒนาฟิสิกส์สมัยใหม่”
สำนักข่าวซิงหัวได้เผยแพร่บทความเกี่ยวกับชีวิต พอสรุปได้ว่า “ดร.หยาง เจิ้นหนิง คือประจักษ์พยานต่อเส้นทางที่จีนก้าวผ่านวิกฤตชาติ สู่ความเข้มแข็งและรุ่งเรือง โดยสร้างคุณูปการแก่จีนและสากลโลก”
ผลงานเป็นที่รู้จักคือ การเสนอกฎ Parity non-conservation ร่วมกับ “หลี่ เจิ้งเต้า” ในปี 1957 ส่งผลให้ทั้งคู่กลายเป็นนักวิทยาศาสตร์เชื้อสายจีนคนแรกที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์
กฎ Parity non-conservation หมายถึงการไม่อนุรักษ์สมมาตรซ้าย-ขวาตามธรรมชาติ หรือเหมือนภาพในกระจก เช่น ถ้าเราส่องกระจกดูภาพใดภาพหนึ่ง ภาพที่เห็นในกระจกเหมือนกันกับของจริง แสดงว่าธรรมชาตินั้น รักษาความสมมาตร เรียกว่า Parity conservation แต่ถ้ากฎธรรมชาติทำงานไม่เหมือนของจริง เรียกว่า Parity non-conservation เช่น เตะฟุตบอลด้วยเท้าขวา แต่ภาพในกระจกคือเตะด้วยเท้าซ้าย กล่าวโดยสรุป คือกฎฟิสิกส์ที่ย้อนแย้งกับภาพในกระจก หรือไม่สอดคล้องกับกฎแห่งความสมมาตรซ้าย-ขวา
จึงไม่แปลกที่สมรสครั้งที่สอง มีเสียงนกเสียงกานินทาว่า อายุของคู่สมรสสอดคล้องกับกฎ Parity non-conservation เพราะฝ่ายชาย 82 ขณะที่ฝ่ายหญิง 28 คือไม่สมมาตรกัน
นอกจากนี้ ในปี 1954 ยังได้ร่วมกับนักฟิสิกส์นามโรเบิร์ต มิลส์ ค้นคว้าวิจัย รังสรรค์ผลงานใหม่ “ทฤษฎี หยาง-มิลส์” ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นรากฐานสำคัญของแบบจำลองมาตรฐานแห่งฟิสิกส์อนุภาค
หยาง เจิ้นหนิง เกิดเมื่อปี 1922 ที่เมืองเหอเฝย มณฑลอันฮุย ตั้งแต่เป็นผู้เยาว์ก็มีพรสวรรค์ด้านคณิตศาสตร์ ปี 1929 ย้ายตามบิดามาปักกิ่ง ใช้ชีวิตวัยเด็กกว่า 8 ปีในรั้วมหาวิทยาลัยชิงหัว ต่อมาเมื่อเกิดสงครามต่อต้านญี่ปุ่น ต้องอพยพไปคุนหมิง สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีก่อนจะศึกษาต่อระดับมหาบัณฑิตที่มหาวิทยาลัยชิงหัวปี 1942 ต่อมาปี 1945 ได้รับทุนรัฐบาลจีนไปศึกษาต่อที่สหรัฐ โดยมี “เอดเวิร์ด
เทลเลอร์” บิดาแห่งระเบิดไฮโตรเจน เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาในการทำวิทยานิพนธ์
ปี 1949 เสนอตัวเข้าทำงานที่สถาบันวิจัยชั้นสูงที่มหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน จนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนักวิจัยประจำตลอดชีพ ภายใต้การสนับสนุนจากนักฟิสิกส์ผู้ยิ่งใหญ่เจ ออปเพนไฮเมอร์
แม้ใช้ชีวิตในต่างแดนเป็นเวลานาน แต่ก็ยังคงผูกพันเและห่วงใยมาตุภูมิ ในการกล่าวสุนทรพจน์รับรางวัลโนเบลปี 1957 มีความตอนหนึ่งว่า “ข้าพเจ้าคือผลลัพธ์ของการหล่อหลอมรวมระหว่างวัฒนธรรมจีนและตะวันตก ขณะเดียวกันก็อุทิศผลงานทั้งหมดให้แก่วิทยาศาสตร์สมัยใหม่ซึ่งถือกำเนิดในโลกตะวันตก”
ต้นทศวรรษ 1970 เมื่อความสัมพันธ์จีน-สหรัฐเริ่มคลี่คลายความตึงเครียด ได้เดินทางกลับบ้านเกิด และกลายเป็นบุคคลแรกที่วางรากฐานความร่วมมือด้านฟิสิกส์ระหว่างจีนและสหรัฐ
ปี 1980 ริเริ่มจัดตั้งคณะกรรมการแลกเปลี่ยนการศึกษาจีน-สหรัฐ เพื่อให้ทุนสนับสนุนนักวิชาการชาวจีนไปศึกษาวิจัยต่อที่สหรัฐ กลางทศวรรษได้รับเชิญเป็นศาสตราจารย์พิเศษที่มหาวิทยาลัยภาษาฮ่องกง
ปี 1999 กลับมารับตำแหน่งอาจารย์ประจำที่มหาวิทยาลัยชิงหัวอย่างเต็มเวลา แม้อายุใกล้เลข 8 แล้วก็ตาม แต่ยังสอนวิชาฟิสิกส์ทั่วไป ให้แก่นักศึกษาปีที่หนึ่งอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด ปี 2015 ได้สละสัญชาติอเมริกัน และกลับคืนสัญชาติจีนในปี 2021 ขณะเดียวกันได้มอบผลงานทางด้านฟิสิกส์กว่า 2 พันชิ้น ให้แก่มหาวิทยาลัยชิงหัว อันเป็นสัญลักษณ์แห่งการอุทิศชีวิตทั้งหมดให้แก่แผ่นดินเกิดและวงการวิทยาศาสตร์จีน ก่อนการจากไปในวัย 103 ปี เมื่อ 18 ตุลาคม 2025
บัดนี้ ศาสตราจารย์ ดร.หยาง เจิ้นหนิง นักฟิสิกส์โนเบล ตำนานแห่งยุคได้ปิดฉากลงแล้ว เหลือไว้ซึ่งผลงานทางด้านฟิสิกส์ ให้เป็นมรดกทางวิชาการแก่นักศึกษามหาวิทยาลัยชิงหัว

