การขับเคลื่อนประเทศไทยของรัฐบาลที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ดำเนินไปภายใต้ข้อตกลงกับพรรคประชาชน ให้เวลา 4 เดือนจะยุบสภาภายในไม่เกินวันที่ 31 มกราคม 2569
ท่ามกลางสถานการณ์กดดันจากปัญหาใหญ่ๆ ทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ ค้ามนุษย์ ปัญหาการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าโดยสหรัฐ
กระนั้นก็ตามถ้าติดตามความเคลื่อนไหวต่างๆ ที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าเกิดความเปลี่ยนแปลงในระดับโครงสร้างประเทศหลายมิติ กำลังเคลื่อนตัวต่อไปข้างหน้า
มิติทางการเมือง ได้แก่ ที่ประชุมรัฐสภาให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 วาระแรก และจะนำเข้าสู่ที่ประชุมวาระสอง สาม เมื่อรัฐสภาเปิดสมัยประชุมใหม่วันที่ 12 ธันวาคม 2568, การประกาศใช้พระราชบัญญัติการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2568, การให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุขโดยที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร และที่ประชุมวุฒิสภารับหลักการวาระแรกแล้ว ถ้าประกาศใช้จะนำไปสู่การนิรโทษกรรมผู้กระทำความผิดทางการเมืองหลายต่อหลายคดี หลายคนได้กลับมาดำเนินชีวิตปกติ
มิติทางเศรษฐกิจ การให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม และ พ.ร.บ.เกี่ยวกับขนส่งมวลชนระบบรางอีก 3 ฉบับ การเริ่มโครงการคนละครึ่งพลัสตามนโยบายใส่เงินเข้าไปในระบบ กระตุ้นการใช้จ่าย เพิ่มกำลังซื้อของประชาชนส่งผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจต่อไป การเร่งฟื้นฟูการท่องเที่ยวเพื่อให้นักท่องเที่ยวเดินทางกลับมาเมืองไทยเพิ่มขึ้น การลดขั้นตอนการขออนุมัติ อนุญาตการลงทุน การให้ความช่วยเหลืออุตสาหกรรมขนาดย่อมด้วยมาตรการต่างๆ
มิติทางสังคม สภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดเพื่อประชาชน ผ่านที่ประชุมวุฒิสภาวาระแรก รอการพิจารณาวาระสอง สาม เมื่อบังคับใช้ จะลดมลภาวะทางอากาศทั่วประเทศ
ครับ ภายใต้ความก้าวหน้าด้านบวกของสังคมประเทศที่ว่ามา การเคลื่อนตัวของรัฐบาลล่าสุด วันที่ 28 ตุลาคม ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีรับทราบคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 377/2568 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อน เร่งรัด และติดตามนโยบายสำคัญของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ตามที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี เสนอ
เป็นไปตามนโยบายที่นายกรัฐมนตรีแถลงต่อรัฐสภา วันที่ 29 ก.ย.2568 จะแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประเทศเพื่อคืนความเชื่อมั่นและความสุขให้กับประชาชนใน 5 ด้าน ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ ด้านความมั่นคง ด้านสังคม ด้านภัยธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และด้านการบริหารภาครัฐ การปฏิรูปกฎหมาย รวม 15 ข้อ
เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีเป็นไปอย่างมีเอกภาพ นำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนบูรณาการการดำเนินงานของหน่วยงาน
ของรัฐให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
กรรมการประกอบด้วย นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ที่ปรึกษา, นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกรรมการ, นายวรากรณ์ สามโกเศศ, นายนพพล ชูกลิ่น, น.ส.ดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์ รองประธานกรรมการ
กรรมการ ได้แก่ นายนิสิต จันทร์สมวงศ์, เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.), เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, เลขาธิการคณะรัฐมนตรี,
ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ, เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา, ผู้อำนวยการสำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป), ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ, รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, รองปลัดกระทรวงพาณิชย์, รองปลัดกระทรวงมหาดไทย, รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข หัวหน้าผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี, รองเลขาธิการ ก.พ.ร. หรือที่ปรึกษา ก.พ.ร เลขานุการ, นายอภิชน จันทรเสน กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ, เจ้าหน้าที่สำนักงาน ก.พ.ร. กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
มีหน้าที่และอำนาจ ขับเคลื่อน เร่งรัดและติดตามนโยบายสำคัญของนายกฯและ ครม.ไปสู่การปฏิบัติจากการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และหน่วยงานอื่นของรัฐในกำกับราชการฝ่ายบริหาร โดยให้ประสานงานกับรัฐมนตรีผู้กำกับดูแลหน่วยงานนั้น หรือประสานงานกับประธานกรรมการในคณะกรรมการซึ่งปฏิบัติงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงาน รวมถึงเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหา อุปสรรค เพื่อเร่งรัดดำเนินงานให้เป็นรูปธรรมต่อนายกฯหรือ ครม.เพื่อมีคำสั่งหรือมติต่อไป
ประสานความร่วมมือ เชิญผู้แทนจากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชนหรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือเชิญบุคคลมาชี้แจงข้อเท็จจริง ตลอดจนให้ความเห็นหรือข้อมูล เอกสารหลักฐานที่จำเป็น เพื่อประโยชน์ต่อการดำเนินงานของคณะกรรมการ รวมถึงแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงาน เพื่อช่วยปฏิบัติงานได้ตามความจำเป็น ตามที่นายกฯหรือ ครม.มอบหมาย
โดยให้สำนักงาน ก.พ.ร.เป็นหน่วยงานกลางในการประสาน รวบรวมข้อมูล ความคืบหน้าในการดำเนินงานตามนโยบายจากผู้ประสานงานของแต่ละส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หรือหน่วยงานอื่นของรัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และรายงานผลเพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการ
นอกจากนั้น ให้สำนักงาน ป.ย.ป. สนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการตามที่ประธานกรรมการหรือสำนักงาน ก.พ.ร.ร้องขอ และให้สำนักงาน ก.พ.ร.อำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ คณะทำงานที่ได้รับการแต่งตั้งตามคำสั่ง
ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่คณะรัฐมนตรีชุดใหม่หลังการเลือกตั้งทั่วไปเข้ารับหน้าที่
ผมนำเอาความเคลื่อนไหวการสร้างกลไกขับเคลื่อนประเทศล่าสุด มาฉายซ้ำให้รับรู้โดยละเอียดอีกครั้ง ก่อนสานเสวนาว่าด้วยองค์ประกอบ ใครเป็นใคร ที่คุณอนุทินดึงมาช่วยงาน สานแนวคิด แนวทางการบริหารจัดการ การเมืองกับรัฐราชการกันต่อไป

