หน้าแรก บทความ รายงานการค้าม...

รายงานการค้ามนุษย์ในกัมพูชา

7.11.25 | 13:15 น.

T rafficking in Persons Report: TIP Report เป็นรายงานสถานการณ์ค้ามนุษย์ประจำปีของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาที่ปีนี้เพิ่งออกมาเมื่อ 29 กันยายนนี้ ล่าช้ากว่ากำหนดไป 3 เดือน

ปีนี้สหรัฐจัดกัมพูชาอยู่ Tier 3 เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน โดย Tier 3 คืออันดับต่ำสุดหรือเลวร้ายที่สุดของ TIP Report โดย Tier 1: คือประเทศที่รัฐบาลปฏิบัติดีที่สุดตามมาตรฐานขั้นต่ำของกฎหมายสหรัฐว่าด้วยการคุ้มครองเหยื่อการค้ามนุษย์ Tier 2: รัฐบาลยังไม่ได้ปฏิบัติดีที่สุดแต่ได้พยายามอย่างเห็นได้ชัด Tier 2 Watch List: ประเทศที่เคยเป็น Tier 2 แต่ถูกลดอันดับเพราะไม่ได้พยายามแก้ปัญหาการค้ามนุษย์มากขึ้น หรือเคยเป็น Tier 3 แต่พัฒนาการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ดีขึ้น และ Tier 3: รัฐบาลไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำของกฎหมายสหรัฐว่าด้วยการคุ้มครองเหยื่อการค้ามนุษย์

การจัดอันดับของ TIP จะมีผลกระทบต่อการ
ช่วยเหลือทางการเงินจากสหรัฐ และต่อการลงทุนจากต่างประเทศที่ให้ความสำคัญเรื่องปัญหาการค้ามนุษย์ และจะช่วยให้องค์กรที่เกี่ยวข้องทราบปัญหาการค้ามนุษย์และแนวทางแก้ไขที่ถูกต้อง

ครับ กัมพูชาอยู่ Tier 3 มา 4 ปีติดต่อกันแล้ว โดย 3 ปีก่อนหน้านั้นก็อยู่ Tier 2 Watch List

ในปีนี้ TIP Report สำหรับกัมพูชาเน้นที่ปัญหาสแกมเมอร์และอาชญากรรมข้ามชาติอื่นๆ บ่อนการพนันผิดกฎหมาย แก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่หลอกลวงคนจำนวนมากไปบังคับทำงาน การทำร้าย การอุ้ม ฆ่า ทารุณกรรม การจับตัวเรียกค่าไถ่ ปัญหาระบบงานยุติธรรมที่ล้มเหลว การคอร์รัปชั่นทุกวงการที่ฝังตัวลึกในสังคมของกัมพูชามาช้านาน การฟอกเงิน ฯลฯ ดังที่เป็นข่าวเกรียวกราวในขณะนี้ที่ทั้งสหรัฐ อังกฤษ และเกาหลีใต้กำลังเข้าไปจัดการอยู่

Advertisement

TIP Report ปีนี้ระบุว่ารัฐบาลกัมพูชาไม่มีนโยบายที่ชัดเจนต่อการกำจัดการค้ามนุษย์ แถมยังมีการค้ามนุษย์ที่รัฐบาลมีส่วนร่วมกับสแกมเมอร์ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกัมพูชามีการข่มขู่เหยื่อและพยานที่เกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์รวมทั้งข่มขู่คนของประชาสังคมหรือพลเมืองดีที่ช่วยเปิดเผยการค้ามนุษย์ที่เกี่ยวข้องกับมิจฉาชีพที่หลอกลวงทางออนไลน์และขัดขวางการสืบสวนการค้ามนุษย์ในซ่องสแกมเมอร์และการดำเนินคดี (บิดเบือน) ตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ระดับสูง การขัดขวางการดำเนินคดีกับสแกมเมอร์
รวมทั้งการไม่ยอมให้มีการสืบสวนคดีแรงงานบังคับ เจ้าหน้าที่ระดับสูงและที่ปรึกษาได้รับผลประโยชน์จากอาชญากรรมที่เกี่ยวกับแรงงานบังคับและเหยื่อการค้ามนุษย์ รวมทั้งเป็นเจ้าของสถานที่ใช้เป็นซ่องสแกมเมอร์ออนไลน์ (เช่น นายเฉิน จื้อ ประธานกลุ่มบริษัท Prince Group บริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ในกัมพูชา ที่ได้รับบรรดาศักดิ์เนี๊ยก อ็อกเญีย หรือออกญา ที่ปรึกษาของฮุน เซน และฮุน มาเนต ถูกศาลสหรัฐฟ้องเมื่อ 14 ต.ค.2568 ในข้อหาดำเนินการศูนย์หลอกลวงโดยใช้แรงงานบังคับในกัมพูชาซึ่งเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการฉ้อโกงสกุลเงินดิจิทัล)

การรู้เห็นเป็นใจของเจ้าหน้าที่ระดับสูงเป็นการขัดขวางการบังคับใช้กฎหมายปราบปรามการค้ามนุษย์ซึ่งยังคงเลวร้ายอยู่ในปัจจุบัน และทั้งๆ ที่มีการค้ามนุษย์ให้เห็นอยู่รัฐบาลก็ไม่เคยจับกุมหรือดำเนินคดีกับหัวหน้าสแกมเมอร์ รวมทั้งมีความล้มเหลวที่จะดำเนินคดีกับวุฒิสมาชิกและที่ปรึกษารัฐบาลที่สมรู้ร่วมคิดกับการใช้แรงงานบังคับ การที่รัฐบาลไม่พยายามจับผู้ทำผิดทำให้อาชญากรไม่มีความเกรงกลัว เจ้าหน้าที่รัฐไม่ได้มีการคัดกรองแรงงานกัมพูชาและแรงงานต่างชาติอย่างจริงจังและยังเลือกปฏิบัติในการช่วยเหลือเหยื่อการค้ามนุษย์สแกมเมอร์เฉพาะที่เป็นคนต่างชาติที่มีความกดดันจากต่างประเทศหรือองค์กรพัฒนาเอกชน โดยปล่อยให้เหยื่ออีกนับพันถูกกักขังในซ่องหรือคุกสแกมเมอร์

รั ฐบาลกัมพูชาไม่ได้ดูแลเหยื่อค้ามนุษย์เพียงพอ มิหนำซ้ำเจ้าหน้าที่กลับทำโทษเหยื่อค้ามนุษย์ที่ทำผิดเพราะถูกบังคับโดยแก๊งค้ามนุษย์ อย่างไรก็ตามรัฐบาลเพิ่งสนใจปัญหาการค้ามนุษย์รวมทั้งมีการประกาศแผนปฏิบัติการแห่งชาติเพื่อแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ มีการรณรงค์ให้ตื่นตัวกับปัญหาการค้ามนุษย์โดยเน้นที่คนกัมพูชา การร่วมมือกับรัฐบาลต่างประเทศเพื่อสืบสวนปัญหาการค้ามนุษย์ มีการ
ปิดแหล่งสแกมเมอร์บางแห่ง และรายงานการสืบคดีการดำเนินคดี และลงโทษนักค้ามนุษย์มากขึ้น

แต่รัฐบาลก็ยังไม่เคยดำเนินคดีการค้ามนุษย์ด้านแรงงานตั้งแต่ปี 2565

กฎหมายการปราบปรามการค้ามนุษย์และการค้าประเวณี พ.ศ.2551 ของกัมพูชาถือว่าการค้ามนุษย์ทางเพศและการค้ามนุษย์แรงงานเป็นอาชญากรรมและกำหนดโทษจำคุก 7-15 ปีกรณีที่เหยื่อเป็นผู้ใหญ่และ 15-20 ปีกรณีที่เหยื่อเป็นเด็ก ซึ่งโทษดังกล่าวนับว่ารุนแรงพอสมควรและพอๆ กับคดีที่ร้ายแรงอื่นๆ เช่น การข่มขืน แต่การค้ามนุษย์ทางเพศมักจะถูกดำเนินคดีสถานเบาหรือลหุโทษ

องค์กรเอกชนรายงานว่าในทางปฏิบัติรัฐบาลไม่ได้ลงโทษผู้ค้ามนุษย์แรงงานภายใต้กฎหมายการค้ามนุษย์แรงงานแต่ไปใช้กฎหมายแรงงานที่ลงโทษแค่ปรับหรือจำคุกเพียง 6 วันถึง 1 เดือนซึ่งไม่เป็นการลงโทษที่จะเพียงพอที่จะหยุดยั้งอาชญากร หรือให้ความยุติธรรมกับเหยื่ออย่างเพียงพอ

กั มพูชาไม่ได้ตั้งศูนย์ข้อมูลที่เก็บประวัติอาชญากรรมหรือการสอบสวนตลอดจนการดำเนินคดีที่สามารถระบุได้ว่าเป็นการค้ามนุษย์อย่างชัดเจน แม้จะมีการปรับปรุงการเก็บข้อมูลและแยกรายละเอียดมากขึ้นแต่ข้อมูลการบังคับใช้กฎหมายรวมทั้งการดำเนินคดีและลงโทษจะปะปนกับอาชญากรรมที่ไม่เกี่ยวกับการค้ามนุษย์จึงทำให้จำนวนจริงๆ ของการดำเนินคดีและลงโทษด้านการค้ามนุษย์น่าจะต่ำกว่าที่มีการรายงาน

TIP ได้กล่าวถึงความเป็นมาและลักษณะการค้ามนุษย์ในกัมพูชา เช่น

อาชญากรค้ามนุษย์ในกัมพูชากระทำกับคนกัมพูชา คนต่างชาติ และคนกัมพูชาที่อยู่ต่างประเทศ ในรูปของการบังคับใช้แรงงานและบังคับให้ประกอบอาชญากรรมโดยเฉพาะอย่างยิ่งการหลอกลวงออนไลน์ในกัมพูชาโดยกลุ่มจีนเทาในซ่องสแกมเมอร์ในกัมพูชา โจรพวกนี้ใช้อินเตอร์เน็ตและโซเชียลมีเดียหลอกจ้างทั้งผู้ใหญ่และเด็กจากกัมพูชา จีนและ
ประเทศอื่นๆ ในเอเชีย แอฟริกา ยุโรป ตะวันออกกลาง และซีกโลกตะวันตก โดยเสนอเงินเดือนสูงสำหรับงานด้านเทคนิคหรืองานง่ายๆ อื่นๆ โดยต่อมาก็บังคับให้ทำงานการพนันออนไลน์ผิดกฎหมาย การลงทุนในเงินคริปโท การหลอกหาคู่ (Romance Scam) อาชญากรจะบังคับให้เหยื่อหาเหยื่อใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพื่อถ่ายตัวเองให้พ้นเงื้อมมือโจร

นายหน้าค้ามนุษย์จะหลอกเหยื่อเข้ากัมพูชาทั้งทางบก ทางอากาศ หรือทางทะเล นักค้ามนุษย์จะลงโทษเหยื่อที่ทำงานไม่เป็นที่พอใจหรือขัดคำสั่งด้วยการทำร้ายร่างกาย การทรมาน การล่วงละเมิดทางเพศ การตัดเงินเดือน การให้ทำงานใช้หนี้ หรืออาจขายต่อเหยื่อที่ทำงานไม่เข้าเป้า หรือรับซื้อต่อเหยื่อจากเครือข่าย การเป็นทาสรับใช้ในบ้าน หรือการบังคับให้ค้าประเวณี

งค์กรเอกชนประมาณว่ามีแรงงานประมาณ 150,000 คนถูกบังคับให้ทำงานในสถานบริการราว 350 แห่งในกัมพูชาซึ่งตัวเลขจริงน่าจะมากกว่านี้ สถานบริการเหล่านี้ส่วนใหญ่จะอยู่สีหนุวิลล์เมืองท่าที่ติดกับไทย และกำลังขยายไปชนบทเพราะเสี่ยงต่อการถูกตรวจจับน้อยกว่าและเหยื่อหลบหนีได้ยาก (ตั้งแต่ปี 2562 การลงทุนของจีนได้เปลี่ยนเมืองนี้ไปอย่างสิ้นเชิงทำให้ธุรกิจมากกว่า 90% เป็นของคนสัญชาติจีน มีการสร้างกาสิโนนับ 100 แห่งเพื่อเปลี่ยนให้กลายเป็นศูนย์กลางการพนันซึ่งสอดคล้องกับอาชญากรรมที่เพิ่มขึ้น ในปี 2563 สีหนุวิลล์กลายเป็นศูนย์กลางของการหลอกลวงทางออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับแก๊งอาชญากรจีน (ปี 2562 สีหนุวิลล์มีกาสิโน 88 แห่งจาก 150 แห่งในกัมพูชา แต่หลังจากนั้นสีหนุวิลล์ก็กลายเป็นเมืองร้างทิ้งตึกร้างกว่า 1 พันหลัง ทั้งที่สร้างเสร็จแล้วและยังสร้างค้างทิ้งไว้ ส่วนหนึ่งถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์เข้ายึดเป็นศูนย์ปฏิบัติการ)

ชาวกัมพูชาเองทั้งผู้ใหญ่และเด็กก็เป็นเหยื่อค้ามนุษย์ในต่างประเทศหรือถูกส่งไปต่างประเทศ นักค้ามนุษย์มีการจัดหาผู้หญิงและเด็กกัมพูชาจากชนบทโดยหลอกว่าจะพาเดินทางไปจีนเพื่อเป็นภรรยาชาวจีน เหยื่อดังกล่าวต้องเป็นหนี้นายหน้า ผู้ชายจีนที่ได้ผู้หญิงไปมีการบังคับให้ทำงานในโรงงานหรือค้าประเวณีเพื่อไถ่ถอนหนี้ พ่อแม่ของเหยื่อให้การว่าได้รับเงิน 6-12 ล้านเรียล (ประมาณ 5 หมื่น-แสนบาท) จากนายหน้าจัดหาสามีเพื่อยอมให้ลูกไปเป็นภรรยาผู้ชายจีน ผู้หญิงกัมพูชาที่รับจ้างอุ้มบุญให้กับครอบครัวจีนต้องเสี่ยงต่อการเป็นขี้ข้ารับใช้ในบ้าน ในกัมพูชามีคนที่ไร้สถานะทางกฎหมาย เช่น คนเวียดนามที่ไปอยู่ในกัมพูชา (ไร้สถานะทางกฎหมายและไม่สามารถเข้าถึงการศึกษา การมีงานทำและที่อยู่อาศัย) มีความเสี่ยงต่อการค้ามนุษย์

รายงาน TIP ระบุชัดเจนเป็นครั้งแรกว่ากัมพูชาเป็นประเทศที่หนุนหลังการค้ามนุษย์ (State Sponsor) การถูกตราหน้าเช่นนี้จะนำไปสู่การลงโทษกัมพูชาต่อไปทั้งโดยสหรัฐและประเทศอื่นๆ

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การบริหารประเทศอย่างสกปรกจะพาประเทศไปไม่รอด และการหาเรื่องทะเลาะกับเพื่อนบ้านก็ไม่ช่วยให้ประเทศดีขึ้นแต่อย่างใด

สราวุธ ไพฑูรย์พงษ์