เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ทีมวิจัยทางด้านดาราศาสตร์จากประเทศชิลี ได้ตรวจสอบพบดาวหางดวงใหม่ ที่พิเศษอย่างยิ่งดวงหนึ่งกำลังโคจรมุ่งเข้าหาดวงอาทิตย์ สร้างความตื่นเต้นยินดีให้กับบรรดานักวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะเหล่านักฟิสิกส์และดาราศาสตร์จากทั่วโลก เพราะจากการวิเคราะห์องค์ประกอบของดาวหางดวงนี้ ทำให้ทีมวิจัยเชื่อว่า นี่คือวัตถุที่เดินทางมาจากภายนอกระบบสุริยะ ซึ่งหาได้ยากอย่างยิ่ง
ทีมศึกษาวิจัยให้ชื่อดาวหางดวงนี้ว่า 3I/ATLAS (อ่านว่า ทรีไอ/แอทลาส) ความพิเศษของดาวหางนี้ก็คือ การเป็นวัตถุ อินเตอร์สเตลลาร์ (interstellar) ที่หมายความว่า มันมีแหล่งที่มาจากภายนอกระบบสุริยะจักรวาล ซึ่งน้อยครั้งมากที่จะเดินทางมาถึงระบบสุริยะให้เราตรวจสอบพบได้
ตัวเลข 3 ด้านหน้าสุดของชื่อ เป็นการกำหนดตามข้อเท็จจริงที่ว่า นี่คือ วัตถุอินเตอร์สเตลลาร์ ดวงที่ 3 เท่านั้นที่เดินทางผ่านเข้ามายังระบบสุริยะและมีการตรวจสอบพบ ซึ่งทำให้การค้นพบครั้งนี้มีคุณค่าในเชิงวิชาการสูงอย่างยิ่ง เพราะนี่คือโอกาสอันดีที่เหล่านักวิทยาศาสตร์จะสำรวจศึกษาเพื่อหาความรู้ ทำความเข้าใจให้มากขึ้นเกี่ยวกับระบบดาวอื่นที่อยู่ห่างไกลออกไปจนเกินกว่ายานอวกาศที่มนุษย์เรามีอยู่จะเดินทางไปถึงได้
ดาร์ริล แซด. เซลิกแมน รองศาสตราจารย์ด้านฟิสิกส์ดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานทีมนักวิจัยนานาชาติที่ช่วยกันทำหน้าที่เฝ้าสังเกต 3I/ATLAS ระบุว่าโอกาสที่ทรงคุณค่านี้คงอยู่ได้ไม่นานนัก เพราะอีกไม่ช้าไม่นาน ดาวหางนอกระบบดวงนี้ก็จะโคจรออกจากระบบสุริยะไปในที่สุด
ดาวหางพิเศษดวงนี้ ค้นพบโดย โรฮาน ราฮัทกาออนคาร์ นักศึกษาระดับปริญญาเอกจากสถาบัน the Instituto de Astrofisica-Pontificia Universidad Catolica de Chile กับ โทมัส ปูเซีย นักวิชาการที่ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าทีมของการค้นพบ ที่เริ่มต้นจากการตรวจพบไอระเหยของนิกเกิลในส่วนหางของดาวหางดวงนี้
การค้นพบครั้งนี้น่าตื่นตาตื่นใจเป็นพิเศษ เพราะนิกเกิลในสภาพที่เป็นก๊าซ ที่ปรากฏหุ้มห่อตัวดาวหาง 3I/ATLAS อยู่นั้น สามารถตรวจสอบพบได้แม้จะอยู่ในระยะห่างจากดวงอาทิตย์ไกลมาก กล่าวคือ พบได้ในขณะที่ 3I/ATLAS กำลังโคจรอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ ไกลเกือบเป็นสี่เท่าของระยะทางระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ ซึ่งเป็นระยะทางที่ไกลมากและอุณหภูมิน่าจะอยู่ในระดับต่ำมากจนยากที่จะทำให้โลหะอย่างนิกเกิลระเหิดกลายเป็นไอได้ อย่างไรก็ตาม ปูเซียยืนยันว่า จากการตรวจสอบเห็นได้ชัดเจนว่าเป็นนิกเกิล ทำให้การค้นพบครั้งนี้ยิ่งน่าทึ่งมากยิ่งขึ้นไปอีก
โทมัส ปูเซีย เตือนว่า ยังคงต้องมีการเก็บรวบรวมหลักฐาน ข้อเท็จจริง และดำเนินการค้นคว้าวิจัยอีกมากเพื่อค้นหาว่าสิ่งที่ค้นพบจากดาวหางดวงนี้หมายความว่าอย่างไรได้บ้าง กระนั้น การมีโอกาสได้ศึกษา ดาวหางอินเตอร์สเตลลาร์ อย่าง 3I/ATLAS ก็ช่วยเปิดโอกาสให้เราสามารถทำความเข้าใจใหม่ๆ เกี่ยวกับองค์ประกอบทางเคมีของดาวหางดวงนี้ รวมไปถึงวัสดุอื่นๆ ที่มีถิ่นกำเนิดจากจุดที่ห่างไกลออกไปจากระบบสุริยะของเราและมีแนวโน้มว่าจะมีอายุเก่าแก่หลายพันล้านปีเหล่านี้ได้
3I/ATLAS ได้รับการตรวจสอบพบและยืนยันเมื่อ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา ว่าเป็นเพียงเทหวัตถุจากนอกระบบสุริยะดวงที่สามเท่านั้นที่เดินทางเข้ามาในระบบสุริยะและมีการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ โดยทีมวิจัยตรวจสอบพบได้ด้วยกล้องโทรทรรศน์สำหรับตรวจสอบดาวหางชื่อ the Southern Astrophysical Research Telescope ซึ่งเป็นกล้องโทรทรรศน์ขนาดใหญ่ ที่ตั้งอยู่ในประเทศชิลี เดิมทีพวกเขาไม่ได้ผิดสังเกตกับการพบไอของก๊าซนิกเกิลแต่อย่างใด แต่ในการเฝ้าสังเกตอย่างต่อเนื่องติดต่อกันหลายวัน ทีมวิจัยกลับพบว่า ยิ่ง 3I/ATLAS โคจรเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากขึ้นเท่าใด ความเข้มข้นของก๊าซนิกเกิลที่พบยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น
ทั้งนี้ ทีมวิจัยอาศัยเครื่องมือหลายอย่างประกอบกัน เพื่อวัดปริมาณของนิกเกิลที่ตรวจพบ รวมทั้งเครื่องมือ สเปคโตรกราฟ ร่วมกับการวิเคราะห์คุณลักษณะของแสงที่สะท้อนออกมาจากดาวหางดวงนี้จนได้ข้อสรุปในที่สุด อย่างไรก็ตาม ราฮัทกาออนคาร์กับปูเซียก็ยกเครดิตส่วนหนึ่งให้กับทีมวิจัยทางด้านดาราศาสตร์จากทั่วโลก ที่ร่วมมือกันใช้ทั้งกล้องโทรทรรศน์และเครื่องมืออื่นๆ เฝ้าติดตาม สังเกตและวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากดาวหางดวงนี้ด้วยเช่นกัน
การศึกษาวิจัยและวิเคราะห์ เทหวัตถุนอกระบบสุริยะดวงนี้ยังคงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อ 3I/ATLAS โคจรเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากขึ้น ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากความร้อนที่สูงขึ้น อาจสามารถก่อให้เกิดปฏิกิริยา ที่หวังกันว่าจะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ได้เงื่อนงำมากขึ้นว่า 3I/ATLAS ถือกำเนิดขึ้นมาจากที่ใด มีวิวัฒนาการอย่างไร รวมทั้งให้คำตอบของคำถามอื่นๆ อีกมากมายที่มนุษย์ใคร่รู้เพราะมีความเป็นไปได้สูงมากว่า ดาวหางจากนอกระบบสุริยะดวงนี้ อาจมีอายุเก่าแก่กว่าตัวระบบสุริยะของเราเองด้วยซ้ำไป เพราะร่องรอยทางเคมีที่ปลดปล่อยออกมาจาก 3I/ATLAS นั้นแสดงให้เห็นถึงต้นกำเนิดที่เก่าแก่และการเดินทางที่ยาวนานจากห้วงอวกาศท่ามกลางหมู่ดาวที่ไกลโพ้นนั่นเอง

