หน้าแรก บทความ วัฒนธรรมจีนสม...

วัฒนธรรมจีนสมานแผลสองฝั่ง

18.11.25 | 12:30 น.

ละครเลียนแบบชีวิต หรือชีวิตเลียนแบบละคร กลายเป็นคำถามที่ต้องการคำตอบ ละครโทรทัศน์จีนเรื่อง “เกียรติยศแห่งความเงียบ” เสมือนกุญแจที่ไขความทรงจำเกี่ยวกับการต่อสู้ที่รุนแรงในอดีตของคนจีนสองฝั่งช่องแคบไต้หวัน ผลงานถ่ายทอดสงครามกลางเมือง สะท้อนภาพการต่อสู้ที่ละม้ายกับสงครามควันปืน เพื่อให้คนจีนสองฝั่งได้หวนกลับไปมองเหตุการณ์เมื่อครึ่งศตวรรษก่อน อันเป็นการร่วมรับรู้ถึงเหตุการณ์ดุเดือดสำคัญประการหนึ่งว่า ทั้งพรรคกั๊วหมินตั่งและพรรคคอมมิวนิสต์จีน ต่างไม่เคยละทิ้งอุดมการณ์ “เอกภาพจีน”

ความรับรู้ร่วมกันกลายเป็นสายใยทางจิตวิญญาณที่เชื่อมสองฝั่งคลอง ซึ่งได้หว่านเมล็ดพันธ์ุแห่งสันติภาพไว้เพื่ออนาคตของความสัมพันธ์ที่สามารถข้ามช่องแคบไต้หวัน

อุดมคติที่ “ซุนยัตเซน” บิดาแห่งประเทศจีนได้ระบุไว้ใน “แผนพัฒนาอุตสาหกรรม” นั้น ได้กลายเป็นจริงในแผ่นดินใหญ่แล้ว วิสัยทัศน์ “ท่าเรือใหญ่ทางเหนือและตะวันออก” ได้ปรากฏเป็นความจริงในท่าเรือเทียนจินและเซี่ยงไฮ้ ซึ่งเป็นท่าเรืออัจฉริยะระดับโลก ขณะที่ “รถไฟแห่งชาติ” ได้พัฒนาเป็นรถไฟความเร็วสูงยาวกว่า 4 หมื่นกิโลเมตร วลี “หนึ่งวันพันลี้” มิใช่คำพังเพย หากเป็นสัจธรรม กลายเป็นชีวิตประจำวัน

จีนแผ่นดินใหญ่ก้าวขึ้นเป็นประเทศอุตสาหกรรมใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นผู้นำด้านการพัฒนา “โลกสีเขียว” ก็เพราะรถยนต์พลังงานใหม่มีส่วนแบ่งตลาดเกินกว่าครึ่งของตลาดโลก

ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น จีนได้ละทิ้งลัทธิการต่อสู้ทางชนชั้นแบบเลนิน และสร้างระบบ “เศรษฐกิจตลาดสังคมนิยม” ที่เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจดำเนินควบคู่กันไป ปัจจุบันภาคเอกชนสร้างรายได้ภาษีมากกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศ ผลิตภัณฑ์มวลรวมกว่าร้อยละ 60 สร้างสิ่งแปลกใหม่ทางเทคโนโลยีมากว่าร้อยละ 70 การจ้างแรงงานกว่าร้อยละ 80 เป็นความเปลี่ยนแปลงคล้ายละครในประวัติศาสตร์ร่วมสมัย

Advertisement

พรรครัฐบาลไต้หวันพยายามผลักดันแนวคิด “เอกราชไต้หวัน” โดยใช้มาตรการ “ไม่เอาจีน” เป็นต้นว่า ปรับแก้ตำราเรียน ลดสัดส่วนวรรณคดีโบราณ ร้อยแก้ว ภาษาจีนคลาสสิก รวมทั้งบทกวีสมัยราชวงศ์ถังและซ่ง เพื่อวัตถุประสงค์ในการตัดขาดสายสัมพันธ์ระหว่างคนรุ่นใหม่ของไต้หวันกับแก่นแท้ของวัฒนธรรมจีน

ในทางตรงกันข้าม จีนแผ่นดินใหญ่ได้ละทิ้งแนวทางแห่งประวัติศาสตร์อันเกี่ยวกับ “ระดับชนชั้น” ของลัทธิ

มาร์กซ์และเลนิน และนำเอา “วัฒนธรรมจีนดั้งเดิม” เป็นแกนกลางของการฟื้นฟูชาติ โดยเริ่มตั้งแต่การอ่านบทเรียนคลาสสิก ที่ส่งเสริมบทกวีถังและซ่ง เป็นส่วนหนึ่งของบทเรียนประจำวัน ทำให้ “มรดกในพิพิธภัณฑ์พระราชวังต้องห้าม” กลับฟื้นคืนชีพโดยผ่านสื่อร่วมสมัย รวมทั้งฟื้นความนิยมของเทศกาลประเพณีจีน กรณีเป็นการแสดงว่ารหัสพันธุกรรมทางวัฒนธรรมกำลังหลอมรวมกลับเข้าสู่สายเลือดของคนจีนทุกหมู่เหล่า

ปัจจุบัน เด็กนักเรียนระดับประถมและมัธยมศึกษาในจีนแผ่นดินใหญ่มีความคุ้นเคยกับบทกวีถังและซ่ง ตลอดจนตำราเรียนแบบคลาสสิกมากกว่าเยาวชนไต้หวัน ปรากฏการณ์เช่นนี้ทำให้ชาวจีนทั่วโลกยิ่งชื่นชมบทบาทของปักกิ่งในการธำรงและส่งเสริมไว้ซึ่งวัฒนธรรมจีน

ละคร “เกียรติยศแห่งความเงียบ” กลายเป็นเวทีให้คนจีนสองฝั่งช่องแคบทบทวนอดีต ดังที่ “หลู่ ซิ่น” นักประพันธ์อาวุโสได้บรรยายไว้ในหนังสือว่า “ผ่านภัยพิบัติมาด้วยกัน ยิ้มให้กันเพียงครั้งเดียว ความแค้นก็สูญสิ้น”

บัดนี้ วัฒนธรรมจีนได้กลายเป็น “พลังสมานแผล” ที่ประเสริฐและทันสมัย อันเป็นการเชื่อมโยงคนจีนสองฝั่งช่องแคบคือไต้หวันและแผ่นดินใหญ่ให้ก้าวข้ามอุปสรรคแห่งความแตกต่างทางการเมืองและอุดมการณ์ มุ่งหน้าสู่วันพรุ่งนี้ที่รุ่งโรจน์โชติช่วง

ศ.ชยานันต์ ศุกลวณิช