หน้าแรก บทความ พบกันครึ่งทาง...

พบกันครึ่งทาง ซักฟอกอนุทิน ม.152

27.11.25 | 18:15 น.
พบกันครึ่งทาง ซักฟอกอนุทิน ม.152

พบกันครึ่งทาง ซักฟอกอนุทิน ม.152

หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจจัดสัมมนาส่งท้ายปี วันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 ภายใต้หัวข้อ Thailand 2026 ปรับ เปลี่ยน ไปต่อ

คุณอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี รับเชิญกล่าวปาฐกถาพิเศษ เลยใช้โอกาสนี้ประกาศท่าทีทางการเมือง โยนบอลคืนให้พรรคฝ่ายค้าน จนต้องกลับมาตั้งหลักใหม่ จะไปต่อกันอีท่าไหน

“ปีหน้าถึงอย่างไรก็ต้องเลือกตั้งเพราะสภาพการเมืองที่ดำรงมาจนถึงจุดนี้ต้องยอมรับตรงไปตรงมาว่าไปต่อไม่ได้ รัฐบาลเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ไม่ต้องอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะอภิปรายไปก็แพ้”

“วันที่ 31 มกราคมปีหน้า ก็จะยุบสภาแล้ว แต่หากรอไม่ไหวจะให้ยุบวันที่ 12 ธันวาคม ผมก็พร้อมจะหยุด”

Advertisement

การขยับวันยุบสภาให้ใกล้เข้ามาอีก ตรงกับวันที่รัฐภาเปิดสมัยประชุมสามัญครั้งที่ 2 ปีที่ 3 พอดี เลยสร้างแรงกระเพื่อมทางการเมืองยกใหญ่

เพราะเท่ากับส่งสัญญาณและท้าทายถึงพรรคฝ่ายค้านโดยตรง ไม่ว่าเพื่อไทยและประชาชนก็ตาม

ประเด็นที่เกิดขึ้นตามมาทันที หากคุณอนุทินสะบัดก้นออกไปก่อนเวลาที่ตกลงไว้กับพรรคฝ่ายค้ำจริงๆ จะส่งผลอะไรตามมา

ข้อตกลงที่ให้กันไว้ว่าจะสนับสนุนการร่าง พ.ร.บ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ให้เสร็จสิ้นภายใน 4 เดือนแล้วยุบสภา จะเป็นหมันไปในทันที

ทั้งๆ ที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเดินหน้ามาจนผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสภาวาระแรกแล้ว อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการเพื่อส่งคืนกลับเข้าที่ประชุมวาระ 2 และ 3 ในสมัยประชุมหน้าวันที่ 12 ธันวาคมนี้

ถ้าการยุบสภาวันที่ 12 ธันวาคม ทำให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเจ๊งไปเสียก่อน พรรคประชาชนยังยืนยันที่จะยื่นญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลก่อนวันที่ 12 ธันวาคม หรือไม่ ยื่นร่วมกับพรรคเพื่อไทยหรือยื่นด้วยตัวเอง ซึ่งสามารถทำได้ทั้งสองพรรค เพราะจำนวน ส.ส.ที่ลงชื่อมากพอ

ก่อนหน้าที่คุณอนุทินจะส่งสัญญาณวันยุบสภาใหม่ พรรคประชาชน โดยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรค แถลง 3 เงื่อนไข ที่ใช้ประกอบการตัดสินใจได้แก่

1.ถ้ารัฐบาลนี้อยู่เกินวันที่ 31 มกราคม 2569 คือมีวันที่ 121 ก็แสดงว่าอยู่เกิน 4 เดือน ตามข้อตกลงใน MOA ถ้าไม่มีการยุบสภา เราจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจทันที

2.หากการแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 15/1 เพื่อปลดล็อกการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่สำเร็จในชั้นของสภาในสิ้นปีนี้ เราก็จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเช่นกัน

เพราะถ้าจะให้เสร็จในวาระ 3 ต้องมีการเปิดประชุมสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาวาระ 2 เป็นขั้นต่ำ ถ้าไปรอให้เปิดสมัยสามัญในวันที่ 12 ธันวาคม แล้วค่อยมาพิจารณาวาระ 2 และต้องรอ 15 วันถึงจะพิจารณาวาระ 3 ได้ ก็ไม่ทันสิ้นปี ดังนั้น

การที่รัฐบาลตัดสินใจเปิดหรือไม่เปิดสมัยวิสามัญ ก็บ่งบอกได้แล้วว่ารัฐบาลจริงใจเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญแค่ไหน หากไม่จริงใจ เราก็พร้อมใจกลไกอภิปรายไม่ไว้วางใจ

3.หากมีการดำเนินนโยบายหรือทำอะไรที่สร้างความเสียหายอย่างหนักต่อประชาชน สะท้อนให้เห็นถึงความไม่โปร่งใส หรือมีการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม เราก็อาจจะยื่นอภิปรายได้อย่างเร็วที่สุด

พิจารณาจากเงื่อนไขของพรรคประชาชนจะพบว่ามีประเด็นเพิ่มเติมเข้ามาอีก นั่นคือ รัฐบาลต้องขอเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ ก่อนวันที่ 12 ธันวาคม

คุณอนุทิน พรรคภูมิใจไทยจะดำเนินการหรือไม่ หากตอบรับแสดงความว่ามีความจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อปิดเงื่อนไขที่พรรคประชาชนจะยื่นญัตติไม่ไว้วางใจลง

ยกเว้นว่าต้องการยุบสภาวันที่ 12 ธันวาคม ตามที่ประกาศล่าสุด รัฐบาลคงไม่ขอเปิดประชุมสมัยวิสามัญ ซึ่งต้องติดตามจับตากันต่อไป

ส่วนพรรคเพื่อไทย ท่าทีล่าสุดยืนยันพร้อมยื่นขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลด้วยตัวเอง เพียงแต่ยังไม่กำหนดวันที่แน่นอนจะยื่นวันไหน

และเป็นการยื่นอภิปรายตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญโดยมีการลงมติ

ท่าทีของพรรคเพื่อไทยที่ยืนยันซักฟอกรัฐบาลตามมาตรา 151 จึงเป็นแรงกดดันหลัก ทำให้คุณอนุทินตอบโต้ ด้วยการเปลี่ยนวันยุบสภาใหม่ให้ร่นใกล้เข้ามา นั่นเอง

ก่อนหน้านี้ คุณอนุทินแย้มมาแล้วว่า หากมีการรวบรวมรายชื่อ ส.ส.เพื่อยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลจะชิงยุบสภาก่อนหรือไม่ว่า “Play it by ear” (ไม่มีแผนตายตัว)

“การอภิปรายไม่ไว้วางใจ อภิปรายโดยอะไร วัตถุประสงค์อะไร ถ้าวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการล้างแค้นเอาคืน แบบนี้ ผมคงไม่ปล่อยให้ใครมาด่ารัฐบาลเล่น ฟรีๆ”

“ถ้ามันเป็นเกมการเมืองแล้วเกิดรัฐบาลสู้เกมการเมืองไม่ได้ก็ยุบสภาไป ห่างกันแค่เดือนเดียว คงไม่ได้เกิดความแตกต่างอะไรมากนัก

พร้อมกันนั้นยังย้ำอีกว่า ยินดีที่จะถูกอภิปราย ถ้ายื่นญัตติตามมาตรา 152 โดยไม่มีการลงมติ พร้อมที่จะโต้ตอบอยู่แล้ว จะอยู่จนครบถึงวันที่ 31 มกราคม 2569 แล้วยุบสภา แต่ถ้ายื่น 151 ก็เป็นสิทธิของผม”

ครับ บอลเข้าเท้าพรรคเพื่อไทยและประชาชนแล้ว จะตัดสินใจยื่นมาตรา 151 ถูกยุบสภาก่อนกำหนดการเดิม

หรือยื่นตามมาตรา 152 เป็นทางสายกลาง พบกันครึ่งทาง ได้ประโยชน์ด้วยกันทั้งหมดทุกฝ่าย

ทั้งจะเป็นบทพิสูจน์ว่า คุณอนุทิน พรรคภูมิใจไทย ทำตามที่พูดไว้ พูดแล้วทำ จริงหรือไม่