สรุปเกี่ยวกับกฎการใช้กำลัง (Rules of Engagement) ของกองทัพไทย
ตามที่ปรากฏเป็นข่าวว่ากองทัพบกจะตอบโต้ทหารกัมพูชาตามกฎการใช้กำลัง (Rules of Engagement) ในการปกป้องอธิปไตยของประเทศไทยนั้น จึงขอสรุปเกี่ยวกับกฎการใช้กำลังของกองทัพไทยซึ่งใช้บังคับกับกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศด้วย ดังนี้
ที่มาของกฎการใช้กำลังกองทัพไทย ข้อ 17 แห่งข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการใช้กำลังทหาร การเคลื่อนกำลังทหาร และการเตรียมพร้อม พ.ศ.2545 “การใช้กำลังทหารหรือใช้อาวุธตามข้อบังคับนี้ให้ผู้บังคับบัญชาของทหารกำหนดกฎการใช้กำลัง หรือแนวทางการใช้อาวุธให้สอดคล้องกับกฎหมายภายในประเทศและกฎหมายระหว่างประเทศ”
คำนิยาม “แนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมสำหรับหน่วยทุกระดับและกำลังทหารทุกนายในกองทัพไทยในการใช้กำลังทหารปฏิบัติการเพื่อป้องกันตนเอง และเพื่อให้บรรลุภารกิจที่ได้รับมอบ ตั้งแต่ในยามปกติจนถึงเมื่อมีความขัดแย้งด้วยอาวุธขึ้นและในยามสงคราม ทั้งนี้ โดยสอดคล้องกับแนวนโยบายด้านความมั่นคงภายใต้กรอบของกฎหมายภายในประเทศและระหว่างประเทศ รวมทั้งความตกลงระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง” คำสั่งกระทรวงกลาโหม (เฉพาะ) ที่ 59/50 ลงวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ.2550 เรื่อง กฎการใช้กำลังของกองทัพไทย
คำนิยามทางวิชาการเรียบเรียงใหม่ “แนวทางการใช้กำลังซึ่งรวมถึงการใช้อาวุธที่ผู้บังคับบัญชากำหนดขึ้นสำหรับการปฏิบัติการทางทหาร ทั้งที่เป็นการรบการสงคราม และการปฏิบัติการทางทหารที่มิใช่สงคราม โดยอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายภายในประเทศและกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายทางการเมืองและนโยบายความมั่นคงแห่งชาติ โดยนำเอาวัตถุประสงค์และภารกิจทางทหารรวมทั้งภัยคุกคามมาพิจารณาด้วย เพื่อเป็นกลไกที่สำคัญในการควบคุมผู้ใต้บังคับบัญชาว่าสามารถใช้กำลังได้เมื่อไร และเพียงใด โดยมีระดับ วิธีการ และข้อจำกัดอย่างไร”
คำนิยามโดยสังเขป “แนวทางการใช้กำลังหรืออาวุธที่ผู้บังคับบัญชาทหารกำหนดขึ้นภายใต้กรอบของกฎหมาย เพื่อให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทราบว่าจะใช้กำลังหรือใช้อาวุธตอบโต้สถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นอย่างไร”
ความมุ่งหมาย เพื่อ 1.) เป็นแนวทางการใช้กำลังทหาร ในการป้องกันตนเองและการใช้กำลังเพื่อบรรลุภารกิจ 2.) ใช้เป็นกรอบในการกำหนดนโยบายและระเบียบปฏิบัติที่ใช้ควบคุมการปฏิบัติการของผู้บังคับหน่วย ในสถานการณ์ปกติและไม่ปกติ 3.) ให้เจ้าหน้าที่ตัดสินใจในการใช้กำลังได้อย่างสอดคล้องกับกฎหมายและนโยบายของทางราชการ 4.) ป้องกันการใช้กำลังหรือการปฏิบัติการที่เกินกว่าเหตุ และป้องกันหรือหลีกเลี่ยงการสูญเสียที่จะเกิดแก่หน่วยทหารฝ่ายเรา และ 5.) ป้องกันมิให้เกิดอันตรายหรือความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของพลเรือนอันเนื่องมาจากการปฏิบัติการทางทหาร
ความรับผิดชอบของผู้บังคับบัญชาทหารและหน่วย ให้ผู้บังคับหน่วยทุกระดับและกำลังทหารทุกนายในกองทัพไทยปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎการใช้กำลัง ตระหนักว่าการไม่ปฏิบัติตาม นอกจากทำให้เกิดผลเสียต่อประเทศและกองทัพ อาจบ่อนทำลายความสำเร็จของภารกิจ ยังอาจเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายภายในประเทศและกฎหมายระหว่างประเทศ โดยจะต้องจัดให้มีการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับกฎการใช้กำลังให้แก่กำลังพลของหน่วยในทุกระดับเป็นประจำ
ความจำเป็นและประโยชน์ 1.) เครื่องมือบังคับบัญชา 2.) แนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน 3.) ปกป้องความปลอดภัยของกำลังพล 4.) สร้างความมั่นใจแก่กำลังพล 5.) หลักประกันอยู่ในกรอบของกฎหมาย 6.) เสริมสร้างภารกิจสำเร็จลุล่วงด้วยดี และ 7.) ดำรงความเชื่อมั่นของคู่พิพาทและประชาชนว่ามิได้ปฏิบัติการตามอำเภอใจ
ข้อสังเกต ในอดีตใช้คำว่า “กฎการปะทะ” หรือ “กฎการโจมตี” แต่ปัจจุบันคำที่เป็นทางการ คือ “กฎการใช้กำลัง” และประการสำคัญ กฎการใช้กำลังของกองทัพไทยห้ามใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลทุกกรณี
สรุป กองทัพไทยโดยกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ เป็นกองทัพมืออาชีพ (Professional) ปฏิบัติภารกิจภายใต้กรอบกฎหมายทั้งกฎหมายภายในประเทศและกฎหมายระหว่างประเทศ โดยยึดถือ “กฎการใช้กำลัง” ซึ่งเป็นหลักสากลเป็นแนวทางการใช้กำลังรวมทั้งการใช้อาวุธที่ชัดเจน เสริมสร้างภารกิจสำเร็จลุล่วงด้วยดี

