หน้าแรก บทความ ข้อมูลขนาดใหญ...

ข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อการปฏิรูประบบราชการ กรณีศึกษากระทรวงเกษตร

12.12.25 | 12:00 น.

ข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อการปฏิรูประบบราชการกรณีศึกษากระทรวงเกษตร

ปัจจุบันมีความก้าวหน้าของข้อมูลขนาดใหญ่โดยองค์กรภาครัฐหลายแห่ง ซึ่งมีคุณประโยชน์อย่างมากต่อการวิจัยนโยบาย เช่น ข้อเสนอเชิงปฏิรูปราชการตามที่เป็นข่าวในขณะนี้ แนวทาง หนึ่ง การขยายอายุการเกษียณของข้าราชการ สอง การกระจายกำลังข้าราชการลงพื้นที่จังหวัด
เพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงาน และลดอัตราการกระจุกตัวในส่วนกลาง (กรุงเทพมหานครหรือนนทบุรี)

ขอขอบคุณสำนักงานข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ที่จัดทำข้อมูลข้าราชการพลเรือนทุกส่วนงาน เป็นรายบุคคล เพศ อายุ ระดับการศึกษา และการกระจายลงพื้นที่จังหวัด ในที่นี้ขออภิปรายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จำแนกตามกรม (16 กรม) เพื่อข้อสังเกตและวิจารณ์ตามสมควร

ข้าราชการกระทรวงเกษตรฯ โดยรวมจำนวน 33,746 คน สังกัดใน 16 กรมที่มีขนาดแตกต่างกัน โดยมีกรมขนาดใหญ่ 3 กรม ได้แก่กรมส่งเสริมการเกษตร กรมชลประทาน กรมปศุสัตว์ (ดังแสดงในรูปภาพที่ 1)

Advertisement

นักวิจัยค้นคว้าการกระจายตามอายุ เพื่อตอบโจทย์วิจัยว่า ข้อเสนอให้ขยายอายุการเกษียณราชการเป็น 65 ปีจะเกี่ยวข้องกับข้าราชการอย่างไร รูปภาพที่ 2 แสดงสัดส่วนข้าราชการตามอายุ (9 กลุ่ม) กลุ่มใหญ่ที่สุดคือช่วงอายุ 41-45 ปี หากนับอายุเกินกว่า 40 ปีขึ้นไปพบว่าสัดส่วนเกินกว่าครึ่ง (58.7%) โดยสังเกตว่ามี 2 กรมที่ข้าราชการอายุเกินกว่า 40 ปีมากที่สุดคือกรมพัฒนาที่ดิน (67%) และกรมวิชาการเกษตร (67%)

ระดับการศึกษาเป็นอย่างไร? กระทรวงเกษตรฯ มีข้าราชการที่จบปริญญาสูงมาก กล่าวคือต่ำกว่าปริญญาตรีมีเพียง 22% เท่านั้นเกินกว่าครึ่ง (65%) จบการศึกษาปริญญาตรี จบปริญญาโท (22%) และปริญญาเอกตามลำดับ

การกระจายข้าราชการลงพื้นที่จังหวัดเป็นอย่างไร? เป็นอีกหัวข้อที่ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ พบว่าข้าราชการกระทรวงเกษตรฯ กระจุกตัวในกรุงเทพมหานครของกระทรวงเกษตรฯ สูงสุด เมื่อเปรียบเทียบกับ 4 กระทรวงขนาดใหญ่ของประเทศ นั่นคือ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรฯ

ดัชนีจินีสะท้อนการกระจุกตัวของกระทรวงเกษตรฯสูงสุด 0.40 ดัชนีของกระทรวงมหาดไทยเท่ากับ 0.31 กระทรวงศึกษาธิการ 0.30 และกระทรวงสาธารณสุข 0.28 ตารางที่ 1 แสดงการกระจายของข้าราชการกระทรวงเกษตร 8,094 คน คิดเป็นสัดส่วน 24.05% ซ้ายมือระบุจังหวัดที่มีข้าราชการจำนวนมาก และด้านขวามือจังหวัดที่มีข้าราชการน้อย

อภิปรายผลและข้อสังเกต หนึ่ง ข้อเสนอนโยบายให้ขยายอายุเกษียณเป็น 65 ปี จะส่งผลดีผลเสียอย่างไรต่อฐานะการคลังประเทศ ในแง่หนึ่งการขยายอายุเกษียณลดรายจ่ายบำนาญในส่วนหนึ่ง (ช่วงอายุ 61-65 ปี) แต่มีคำถามว่า การต่ออายุให้กับทุกๆ คนหรือเลือกเฉพาะราย? จากประสบการณ์ในอดีตคาดว่าจะเลือกเฉพาะรายที่ผ่านเงื่อนไขสุขภาพดีและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ในขณะเดียวกันต้องรับข้าราชการรุ่นใหม่มาทดแทนรุ่นเก่า การตอบคำถามเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยข้อมูลขนาดใหญ่ (รายอายุ-เพศ-การศึกษา) สอง นโยบายลดอัตราการกระจุกตัวในกรุงเทพมหานคร คำถามคือควรปรับให้ข้าราชการกระทรวงเกษตรฯ กระจายไปจังหวัดที่สะท้อน “ภารกิจ” ของกรม เช่น กรมปศุสัตว์พื้นที่กระจายลงพื้นที่เลี้ยงสัตว์จะดีกว่าหรือไม่? กรมการข้าวควรกระจายลงจังหวัดใด?

โดยอิงข้อมูลอื่นประกอบ เช่น ผลิตภัณฑ์จังหวัด (GPP) ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือการกระจายของครัวเรือนเกษตรกรรายจังหวัด สาม การมีข้อมูลขนาดใหญ่ช่วยสนับสนุนการวิจัยเชิงนโยบาย และเปิดโอกาสประชาชนและทุกภาคส่วนรวมทั้งรัฐสภา กรรมาธิการและพรรคการเมือง ไม่ปล่อยให้กำหนดโดยกรมกระทรวงฝ่ายเดียว น่าจะมีทางออกที่เหมาะสมในการจัดสรรกำลังคนภาครัฐและงบประมาณแผ่นดินได้อย่างแน่นอน

ดิเรก ปัทมสิริวัฒน์ ● อุมาพร บึงมุม