ต้องยอมรับว่าปฏิบัติของลิโป้ดำเนินไปด้วยความรวดเร็ว เฉียบขาด ดังที่เห็นผ่านสำนวน เจ้าพระยาพระคลัง (หน)
ครั้นเวลาค่ำ ประมาณสองยามเศษ
ลิโป้จึงเอากระบี่สั้นเหน็บซ่อน เดินเข้าไปในที่ดินเต๊งหงวน เห็นต๊งหงวนอ่านหนังสืออยู่
ฝ่ายเต๊งหงวนเห็นลิโป้เข้ามาจึงถามว่า “ลูกเอ๋ยเข้ามาทำไม”
ลิโป้จึงร้องตอบว่า ตัวกูก็เป็นชายมีฝีมือลือชาปรากฏ ซึ่งมึงจะมาเรียกกูว่าลูกนั้นไม่สมควร
เต๊งหงวนได้ยินดังนั้นก็ตกใจจึงตอบว่า “เป็นไฉนเจ้าจึงคิดกลับใจเป็นดังนี้”
ลิโป้มิได้ตอบประการใด ชักกระบี่ออกวิ่งเข้าฟันเอาเต๊งหงวนตาย ตัดเอาศีรษะหิ้วไว้แล้วร้องประกาศแก่ทหารทั้งปวงว่า
“เต๊งหงวนนั้นมิได้มีใจสัตย์ซื่อ ทำการหยาบช้า
บัดนี้เราฆ่าตายเสียแล้ว ทหารทั้งปวงใครจะยอมอยู่ด้วย ก็ตาม หรือผู้ใดจะกลับไปบ้านเมือง ก็ไป”
แลทหารทั้งปวงได้ฟังลิโป้ร้องประกาศดังนั้น
ซึ่งมีใจชังลิโป้นั้นก็แตกตื่นไปประมาณกึ่งหนึ่ง แต่ซึ่งมีใจรักนั้นก็เข้าอยู่กับลิโป้ประมาณกึ่งหนึ่ง
สํานวน วรรณไว พัธโนทัย ระบุว่า ตีสองคืนนั้นลิโป้ถือดาบเดินเข้าไปในค่ายเต๊งหงวน เต๊งหงวนกำลังจุดเทียนอ่านหนังสืออยู่
พอเห็นลิโป้เดินเข้ามาก็พูดว่า “ลูกเอ๋ย มีธุระอันใดหรือ”
ลิโป้ตวาดด้วยเสียงอันดังว่า “กูเป็นคนมีฝีมือลือชาปรากฏ มึงคิดว่าคนอย่างกูจะยอมเป็นลูกมึงหรือ”
เต๊งหงวนตกใจถามลิโป้ว่า “ลิโป้ เหตุใดลูกจึงกลับใจเป็นเช่นนี้เล่า”
ลิโป้ไม่ฟังเสียง ขยับดาบ ปรี่เข้าไปตัดหัวเต๊งหงวนเสีย แล้วตะโกนลั่นว่า “ทหาร ซ้ายขวาทุกคนจงฟังข้า เต๊งหงวนเป็นคนไม่มีศีลธรรม ข้าจึงฆ่ามันเสีย ใครยอมเข้าด้วยกับข้าจงอยู่ที่นี่ ใครไม่ยอมเข้าด้วยจงออกไป”
ทหารทั้งนั้นแตกตื่นหนีหายไปกว่าครึ่ง
ยิ่งเมื่ออ่านสำนวนแปลและเรียบเรียงของ แพทย์หญิงกัลยา สุพันธุ์วณิช เข้ามาเสริมเติม
ยิ่งสัมผัสได้ในจุดลึกซึ้งแห่งความนัย
ยามสองคืนนั้นหลี่ว์ปู้ถือกระบี่เข้าไปในกระโจมของติงหยวน ติงหยวนกำลังอ่านหนังสือใต้แสงเทียน
เห็นหลี่ว์ปู้มาจึงว่า “ลูกมีธุระอะไรหรือ”
หลี่ว์ปู้ว่า “ลูกผู้ชายอย่างข้าจะยอมเป็นลูกเจ้างั้นเหรอ”
ติงหยวนว่า “เฟิ่งเซียน เหตุใดจึงเปลี่ยนใจ”
หลี่ว์ปู้เดินไปข้างหน้า เอาดาบฟันศีรษะติงหยวนขาดกระเด็นแล้วตะโกนขึ้นด้วยเสียงอันดัง “ติงหยวนใจไม่สัตย์ซื่อ ข้าจึงฆ่าเขา ผู้ใดจะตามข้าก็อยู่ที่นี่ ใครไม่ตามข้าก็เชิญตามสบาย”
พวกทหารกระจัดกระจายไปเป็นครึ่ง
สถานการณ์เดียวกัน ตัวละครเดียวกัน เมื่อตกมาอยู่ในการดำเนินการของหวังอี๋ซิงอันเป็นคนในยุคโพสต์โมเดิร์น
จึงสะท้อนผ่านกระบวนท่าการแปลของ ม.ประภา
ลิโป้พุ่งกระแทกเข้าใส่ต้นขาของนักฆ่าซึ่งอยู่ใกล้เต๊งหงวนที่สุดอย่างแรงดังโครม เต็งหงวนหลบไม่พ้นถูกนักฆ่าที่เสียการทรงตัวกระแทกไปชนข้างฝา
“ออกห่างจากตัวข้านะ ตาเฒ่า”
ลิโป้ปลดหน้ากากออก ถอนลูกศรที่ปักแขนออกทั้งหมด เพียงชั่วประเดี๋ยวเหล่าองครักษ์ที่ห้อมล้อมปกป้องนายก็กลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนด้วยลูกศรในกำปั้นของลิโป้
“เต็งหงวนก้าวต่อไป และอีกก้าวถัดไปของท่านได้สิ้นสุดแล้ว”
ลิโป้ผลักนักฆ่าเสเหลียงที่เพิ่งสิ้นใจออก ก้มหยิบดาบเล่มใหญ่บนพื้น เดินเข้าหาเต็งหงวน
“ขอถามหน่อยว่า ท่านยังจะมีอีกก้าวถัดไปหรือไม่”
เต็งหงวนรีบถอยไปยังธรณีประตู
“ขอบคุณที่ให้บทเรียนอันทรงคุณค่าว่าด้วยก้าวถัดไปกับข้าแม้แท้จริงแล้วหลักก้าวถัดไปของท่านอาจจะยังไม่สิ้นสุดเพียงแค่อีกก้าวถัดไปเท่านั้น”
แสงจันทร์สาดส่องใบหน้าที่แสดงความอาลัยเสียดายของลิโป้
“จงปล่อยให้คลื่นลูกหลังอย่างข้า ช่วยเผยแพร่หลักการนี้ให้ขจรไกลเถิด”
“ลูกรักของข้า” เต็งหงวนถอยหลังไปอีกก้าว ถอยออกนอกประตู
“ก้าวนี้คือก้าวสิ้นสุด” ลิโป้ยกดาบฟาดฟันลง “ก้าวสุดท้ายของท่านแล้ว”
เหมือนจะจบสิ้น แต่หวังอีซิงไม่ยอมให้กระบวนการของลิโป้ยุติลงอย่างง่ายดายดังที่ดำรงอยู่ในยุทธนิยายสามก๊กฉบับหลอจงก้วน
เคร้ง
ทันใดนั้นความรู้สึกชาง่ามมืออันแสนประหลาดและคุ้นเคยเกิดขึ้นกับตัวลิโป้ ความรู้สึกอันน่าชิงชังนี้
หรือจะเป็น…
กระบี่ที่บางเบาดั่งปีกจักจั่นใต้แสงจันทร์เล่มหนึ่งได้พุ่งทะลุกำแพง เฉียงเข้าขวางเบื้องหน้าเต็งหงวน
“กระบี่เล่มนี้?” ลิโป้อึ้ง เหงื่อเย็นเฉียบไหลลงจากกลางหว่างคิ้วลิโป้
เต็งหงวนปัดฝุ่นออกจากตัวค่อยๆ ลุกขึ้นโดยมีมือที่ทรงพลังข้างหนึ่งคอยช่วยประคอง
“เตียวเลี้ยว” เต็งหงวนเอามือทาบไหล่เตียวเลี้ยว
“เจ้าช่วยบอกกับลูกทรยศของข้าทีว่าการหักหลังมันคืออะไร”
เตียวเลี้ยวยกกระบี่แทงเข้าใส่ลิโป้ ลิโป้อึ้งอยู่กับที่ กระบี่ในมือหลุดร่วงลงสู่พื้น
กระบี่ของเตียวเลี้ยวพุ่งวาบดั่งดาวตก ทิ่มแทงใส่ลิโป้อย่างดุดัน ห้วงคับขันเป็นตายเพียงเส้นยาแดงนั่นเองลิโป้กลับเอ่ยออกมาคำเดียว
“เงียบ”
รอบด้านเงียบกริบ กระทั่งเสียงอาภรณ์ของลิโป้ที่ถูกกระบี่ของเตียวเลี้ยวกรีดขาดยังได้ยินเด่นชัด
ลิโป้สู้พลางหลบหลีกพลาง แขนถูกกรีดจนโลหิตกระเซ็นเป็นสาย
กระบี่เตียวเลี้ยวไวปานสายฟ้า แทงทะลุลิโป้ผู้ยืนกางแขนแหงนหน้ามองท้องนภา
“สวรรค์มีตา ขอฟ้าลงทัณฑ์”
พริบตาที่เอ่ยยังไม่สิ้นคำดี เต็งหงวนพลันก้มมองหัวไหล่ตนเองอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา
“โอ๊ะ!?”
ปลายกระบี่เล่มหนึ่งฝังลึกเข้าหัวไหล่ เลือดสดๆเข้มข้นซึมซาบสู่อาภรณ์แพรไหมแปรเปลี่ยนเป็นสีแดง
กระบี่ที่บางเบาดุจปีกจักจั่นทะลุชายเสื้อลิโป้ทิ่มเข้าหัวไหล่เต็งหงวน
“เตียวเลี้ยว เจ้าโจรสุนัขน้อย” เต็งหงวนผลักปลายกระบี่ออก ยันใส่อกลิโป้ ยืมกำลังถอยหลัง
“พวกเจ้า ที่แท้แค่เล่นละครกันหรอกหรือ”

