การยุบสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 12 ธันวาคมที่ผ่านมา มิเพียงแต่ทำให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 กลายเป็นหมันค้างคาสภาอยู่ต่อไปเท่านั้น ร่างกฎหมายอื่นๆ ที่ควรได้รับการผลักดันให้ออกมาใช้บังคับพลอยติดร่างแหไปด้วย
หนึ่งในนั้น เป็นกฎหมายสำคัญเพื่อวางรากฐานโครงสร้างทางการศึกษากันใหม่คือร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ซึ่งใช้มาตั้งแต่ พ.ศ.2542
นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) บอกว่า ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ฉบับใหม่ เพิ่งผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และกำลังนำไปบรรจุวาระเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา เมื่อมีการยุบสภาจึงทำให้ขั้นตอนนี้หยุดชะงักและต้องรอการประชุมสภาในวาระหน้าต่อไป
ครับ หลังการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 พรรคการเมืองใดจะครองตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ยังไม่มีความแน่นอน
ที่แน่ๆ ก็คือกว่าการจัดคณะรัฐมนตรีจะแล้วเสร็จคงใช้เวลายาวนานนับเดือน
บรรดาร่างกฎหมายที่ค้างคาสภาอยู่ทั้งหมด ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติเป็นหนึ่งในนั้น ที่เชื่อว่าจะถูกยืนยันนำมาพิจารณาอีกครั้ง
ทั้งๆ ที่การยืนยันนำกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมาพิจารณาใหม่เพิ่งเกิดขึ้น สมัยรัฐบาลพรรคเพื่อไทยยุค คุณเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ พรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
สั่งการให้สภาการศึกษานำร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ที่ค้างคาการพิจารณาของรัฐสภาในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (2562-2566) มาทบทวน แก้ไข ทำประชาพิจารณ์
สอบถามความคิดเห็นผู้ที่เกี่ยวข้องเสร็จ ยกร่างเสนอต่อคณะรัฐมนตรีวันที่ 31 พฤษภาคม 2567
ร่างกฎหมายยังไม่ทันได้เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี มีบัญชาเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2567 ให้ส่งคืนกระทรวงศึกษาธิการไปพิจารณาทบทวน เพื่อให้การพิจารณาเกิดความรอบคอบเหมาะสมและมีความชัดเจนยิ่งขึ้น
หนังสือสั่งการระบุว่าสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตรวจพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเรื่องนี้แล้วเสร็จในปี 2564 และกระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นอีกครั้งหนึ่งในปี 2566
สรุปผลการรับฟังความคิดเห็น ยังมีประเด็นความเห็นและข้อเสนอแนะบางประการ เช่น
(1) สาระสำคัญในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยมาตรา 55 ยังมิได้ปรากฏในร่างพระราชบัญญัติฯ ได้แก่ การเรียนรู้ตลอดชีวิต การจัดการศึกษาที่สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศ
(2) การกำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายในการจัดการศึกษาของผู้เรียนในแต่ละวัยควรกำหนดให้มีความยืดหยุ่น
(3) บทบาทและหน้าที่ของหน่วยงานที่จะพัฒนาผู้เรียนแต่ละช่วงวัยควรกำหนดหน่วยงานหลักให้มีความชัดเจน
(4) การส่งเสริมหน่วยงานที่ร่วมจัดการศึกษาในพื้นที่ทั้งภาครัฐ เอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มีมาตรฐานเท่าเทียมกัน ทั้งในเรื่องสิทธิประยชน์ การเงินและงบประมาณ และการบริหารงานบุคคล
(5) การยกเว้นไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา ทำให้ไม่อาจควบคุมและกำกับดูแลให้ได้ครูที่มีจิตวิญญาณความเป็นครู มีความรู้ความสามารถในการประกอบวิชาชีพและประพฤติปฏิบัติงานตามจรรยาบรรณวิชาชีพครูได้
นอกจากนี้ยังมีประเด็นเกี่ยวกับโครงสร้างและภารกิจกลไกการบริหาร และการกำหนดตำแหน่งและอัตรากำลังของกระทรวงศึกษาธิการในภาพรวมทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ซึ่งควรเน้นให้มีการบูรณาการการทำงานและใช้ทรัพยากรร่วมกันและลดความซ้ำซ้อนของภารกิจ
การทบทวนกฎหมายยังไม่สะเด็ด เกิดความเปลี่ยนแปลงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จาก พล.ต.อ.เพิ่มพูน เป็นนางนฤมลดำเนินการต่อเพิ่งส่งเรื่องคืนคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ ก่อนยุบสภาวันที่ 12 ธันวาคม เพียงสัปดาห์เดียว
ถามว่า แล้ววันไหน ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาจะคลอดออกมาใช้บังคับได้เสียที ขณะที่ภูมิทัศน์ทางการศึกษาเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา การจัดอันดับคุณภาพการศึกษาของไทยในระดับนานาชาติตกลงอย่างต่อเนื่อง
ติดตามเส้นทางกฎหมายแม่บททางการศึกษาไทยแล้ว เป็นวรรณกรรมร้อยแก้ว มหากาพย์ที่ใช้เวลารจนายาวนานกว่าทศวรรษ ไม่มีใครตอบได้ว่าจะจบตอนสุดท้ายเมื่อไหร่
ข่าวแจ้งว่า ฉบับที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีล่าสุด ก็คือร่างเดิมที่ผ่านการตรวจพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องที่ 660/2564 นั่นเอง
ประเด็นจึงมีว่า ที่อดีตรองนายกฯอนุทินสั่งการให้ทบทวนใหม่ 5 ประเด็นข้างต้นนั้น ผลการทบทวนมีปรากฏเป็นหลักฐานอยู่ในร่าง พ.ร.บ.ใหม่ หรือไม่ อยู่ตรงไหน มาตราอะไร
กฎหมายการศึกษากลายเป็นกฎหมายการเมือง ทบทวนแล้ว ทบทวนอีก ยังไม่สามารถหาฉันทมติได้
เด็กไทยเลยไม่ได้เป็นศูนย์กลางจริง อย่างที่ผู้ใหญ่ทั้งหลายป้อนคำหวานหลอกพวกเขามาตลอด
วันนี้ทุกพรรคกำลังแข่งขันกัน “ขายคน” ก่อน “ขายนโยบาย” เพื่อชัยชนะในการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569
คอยติดตามกันนะครับว่า นโยบายการศึกษาโดยเฉพาะ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ จะถูกใช้เป็นเครื่องมือหาเสียงต่อไปอย่างไร

