หน้าแรก บทความ นิยาม ความหมา...

นิยาม ความหมาย ‘อมนุษย์’ หรือ ‘เทพนักรบ’ บนฐาน ความจริง

1.01.26 | 09:17 น.
นิยาม ความหมาย ‘อมนุษย์’ หรือ ‘เทพนักรบ’ บนฐาน ความจริง

ความยอกย้อนในการสังหารเต็งหงวนของ “หวังอี๋ซิง” นับว่าโลดโผนและพิสดารอย่างสูงหากเปรียบเทียบกับความรับรู้พื้นฐานอันมาจาก “หลอกว้านจง”
นับว่าจำเป็น
เป็นความจำเป็นของ “คลื่นลูกหลัง” อันสะท้อนความต่อเนื่องในทางจินตนาการระหว่าง “เฉินเหมา” กับ “หวังอี๋ซิง”
จาก “อมนุษย์สามก๊ก” มายัง “เทพนักรบ”
ไม่เพียงแต่สถาปนาบทบาทของ “สุมาอี้” ขึ้นมาในสถานะอันเป็น “ตัวเอก” หากแต่ยังมีการสร้าง “เตียวเลี้ยว” ให้สัมพันธ์กับ “ฟ่งเซิน” อย่างแยบยล ก่อความเจ็บปวดอย่างลึกซึ้งให้กับเต๊งหงวน
“เดียรัจฉานอย่างไรก็เป็นเดียรัจฉาน”
กระนั้น การจัดวางบทบาทของ “ฟ่งเซิน” อันเฉินเหมาและหวังอี๋ซิงร่วมมือกันก็ทำให้ภาพของลิโป้มีรสชาติไปในอีกแบบ
หวังอี๋ซิงเรียกว่าเป็นรสชาติแบบ “โพสต์โมเดิร์น”

“ท้ายเล่ม” ของหงสา จอมราชันย์ ภาคฟ่งเซินระบุให้รู้ว่า “เฉินเหมา” ได้เรียกขาน“ลิโป้” ว่าเป็นอมนุษย์ตั้งแต่ผลงาน “อมนุษย์สามก๊ก”งานเขียนการ์ตูนเรื่องสั้นที่ได้รับรางวัลก่อนที่จะเริ่มเขียน “หงสาจอมราชันย์” เสียอีก
แรกเริ่มนั้นคำว่าอมนุษย์หมายถึงพฤติกรรมเดียรัจฉานก็มิปานของลิโป้ที่ทรยศเข่นฆ่าผู้เป็นพ่อ
ต่อมา คำว่า “อมนุษย์” กลับพัฒนาความหมายขึ้นอีกขั้นใน “หงสาจอมราชันย์” จนกลายเป็นตัวแทนของผู้เยี่ยมยุทธ์ที่แข็งแกร่งเหนือมนุษย์ กระทั่งเหล่าขุนพลทั้งหลายต่างก็ใฝ่ฝันที่จะถูกเรียกขาน
ด้วยคำที่เดิมมีความหมายในเชิงลบนี้ กระทั่งรู้สึกภาคภูมิใจหากถูกเรียกขานว่าเป็นอมนุษย์
นั่นเพราะว่าในท้ายที่สุด คำว่าอมนุษย์ไม่ได้เป็นฉายาส่วนตัวของคนผู้นั้นอีกแล้ว แต่กลายเป็นความหมายของนักสู้ผู้กล้าระดับเทพที่เหนือกว่าสามัญชนคนทั่วไป
เมื่อเลือกที่จะเขียนเรื่องราวของลิโป้จึงหลีกเลี่ยงมิได้ที่จะต้องศึกษาความหมายและความสัมพันธ์ของคำว่าอมนุษย์อย่างลึกซึ้ง

ลิโป้เป็นตัวประหลาดผิดพวกที่โผล่ขึ้นมาในยุคนั้น เมื่อเป็นคนที่เหนือชั้นกว่าเผ่าพันธุ์เดียวกันมากเกินไปการดำรงอยู่ของเขาก็จะก่อให้เกิดความรู้สึกตื่นกลัว ผู้คนจะพากันมองเขาเป็นเหมือน “เอเลี่ยน”
ตราบที่เขายังหายใจอยู่ก็จะเกิดการเปรียบเทียบจนคนอื่นๆ กลายเป็นพวกสามัญธรรมดาดุจเป็นเพียงภาพเลือนราง
ดังนั้น ด้านมืดของฝูงชนจึงถูกชักนำออกมา
พวกเขาจะรวมตัวสามัคคีกันขับไล่เขา รุมทำร้ายเขา นี่คือธรรมชาติในการปกป้องตนเองของสิ่งมีชีวิต ขณะเดียวกัน ก็เป็นปฏิกิริยาการคัดทิ้งที่พบเห็นอยู่บ่อยครั้งจนไม่รู้สึกแปลกใหม่ในประวัติศาสตร์จีน
ดังนั้น ต่อให้เป็นลิโป้เทพนักรบผู้เก่งกาจจนส่องประกายเจิดจ้าก็ยังมิอาจคงอยู่ได้นาน
ท่ามกลางกลียุคที่เต็มไปด้วยการแก่งแย่งของเหล่าจอมคน
กระทั่งไม่มีโอกาสเห็นสามก๊กได้ก่อรูปก่อร่างก็แพ้พ่ายตกตายไปเสียก่อน
ที่จริง ก็ไม่น่าแปลกใจเลย เพราะในประวัติศาสตร์อันยาวนานและบิดเบี้ยวของประเทศจีนอัจฉริยะที่ตายด้วยมือคนธรรมดา คนมีจุดยืนที่ตายด้วยน้ำมือคนไร้จุดยืนนั้นไม่ได้มีลิโป้เป็นคนแรกและคนสุดท้าย
ต้นไม้ที่เด่นเกินกลางป่ามักถูกพายุหักโค่น ค่าก็แค่คนที่น่าสงสารเป็นพิเศษเท่านั้นเอง
ถามว่าหวังอี๋ซิงคิดอย่างไรกับคนที่ชื่อ “ลิโป้”

ลิโป้ไม่เพียงเกิดมาผิดยุคเท่านั้นยังเกิดมาผิดที่ช่วงปลายของตงฮั่นนั้นแม้จะเป็นช่วงของความปั่นป่วนวุ่นวาย เหล่าผู้มีความสามารถก่อเกิดขึ้นมามากมาย แต่มันก็ยังเป็นสังคมที่เข้มข้น
ภายใต้อิทธิพลความเชื่อเรื่องคุณธรรมของลัทธิหยู
ขุนนางทั้งสองยุคต่างเกิดขึ้นมาเพราะความจอมปลอมกลมกลืนไปกับพฤติกรรมเสแสร้งด้วยความจงรักภักดีและความกตัญญู
เหล่าผู้ภักดีหรือบุตรกตัญญูทั้งหลายจำนวนมากที่เป็นเพียงผลผลิตจากการซื้อขายตำแหน่งขุนนาง เหล่าผู้มีชื่อเสียงว่าเป็นบุตรกตัญญู ผู้ทรงคุณธรรมทั้งหลายทั่วประเทศนั้น
หากพูดกันแบบกะเทาะเปลือกแล้วก็เป็นแค่นักแสดงที่มีฝีมือเท่านั้น เนื้อแท้ยังเป็นสุภาพบุรุษจอมปลอมที่เจ้าเล่ห์ แฝงความโสมมไว้ภายใน
แน่นอน ในโลกยุคที่ถามหาคุณธรรมและใช้หลักปรัชญาลัทธิหยูเป็นกรอบในการบริหารอยู่นั้น แต่ละคนล้วนเชี่ยวชาญในกติกาการเล่นเกมกลับขาวเป็นดำ
หาไม่แล้วคุณก็จะไม่มีที่ยืน

แต่จู่ๆ ในยุคเดียวกันนี้กลับมีใครบางคนที่ไม่ยอมสวมหน้ากาก ดื้อด้าน ไม่ยอมปิดบังท่าทีและนิสัยของตนเอง
บังอาจที่จะใช้โฉมหน้าแท้ๆ ในการเผชิญหน้ากับผู้คน
คนแบบนี้มีหรือจะไม่ถูกผู้คนในยุคสมัยนั้นเกลียดชัง คนที่โอหังเอาแต่ใจแบบนี้มีหรือจะอายุยืนยาวได้
เพราะฉะนั้น เขาจึงถูกสวมมงกุฎหนามที่มีชื่อว่า บุตรสามแซ่ บ่าวสามนาย
ถูกก่นด่าและเย้ยหยัน เพราะเขาเป็นคนต่ำช้าที่ขายบิดาหวังลาภยศ ดังนั้น การที่ใครทรยศหักหลังเขาก็จะไม่มีความผิด
ถือว่าเป็นการผดุงธรรมแทนฟ้า
ช่วยระบายความอัดอั้นให้กับคนที่ถูกเขาทรยศ ให้เขาได้ลิ้มรสชาติของการถูกทรยศ หักหลังเสียบ้าง
แต่ว่า ใครเล่าเป็นผู้กำหนดว่าสามารถใช้วิธีการที่ไร้คุณธรรมกับคนที่ไร้คุณธรรมได้ เพราะถ้าเป็นอย่างนั้น เรากับเขาจะต่างกันตรงไหน เพราะเขาเคยฟันขาคนอื่นมาก่อนคุณก็เลยมีสิทธิที่จะฟันขาเขาบ้างอย่างนั้นหรือ
ถ้าหากว่าคุณไปฆ่าใครที่มีประวัติเป็นฆาตกรมาก่อน คุณจะไม่ผิดกฎหมาย ไม่ถูกฟ้องร้อง
ใช่หรือเปล่า

Advertisement

แท้แล้วงานเขียนของหวังอี๋ซิงไม่เพียงแต่ต่อยอดมาจากความริเริ่มอย่างสร้างสรรค์ของเฉินเหมา หากแต่ยังเป็นส่วนขยายอย่างมากด้วยความโลดโผนพิสดารของหลอกว้านจง
การเขียนของหวังอี๋ซิงดำเนินมาอย่างไร
คำตอบหนึ่งของเขาก็คือ การวิเคราะห์รายละเอียดประสบการณ์และถ้อยบรรยายในสามก๊กฉบับนิยายที่พูดถึงเต็งหงวนว่า “เป็นคนขี้ระแวง มีความกล้า ถนัดขี่ม้ายิงธนู มีตำแหน่งเป็นผู้ตรวจการนำกุ๋น
ปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด มีไหวพริบ ยามไล่ล่าโจรมักออกนำหน้าเสมอ”
โดยถือเอาเต็งหงวนเป็นอาจารย์ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาให้กับลิโป้
อันหงส์ไม่ลงเกาะในที่ไร้ของวิเศษฉันใด คนที่ลิโป้ให้ความสำคัญจนนับถือเป็นพ่อบุญธรรมเพื่อหวังใกล้ชิดหลอกใช้นั้น ย่อมมิใช่ชนชั้นสวะทั่วไปแน่นอน
อย่างน้อยก็ต้องมีความสามารถโดดเด่นเหนือคนอื่นบ้าง
เพราะมีสุภาพบุรุษจอมปลอมตีหน้าไหว้หลังหลอกมากมายจึงมีคนอย่างลิโป้ที่ถูกมองว่าเป็นคนต่ำช้ากับผู้เป็นพ่อ
ถ้าไม่เลียนแบบเอาอย่างแล้วเราก็มักจะหลงกลของซิกมันด์ ฟรอยด์ จนกลายเป็นเช่นกษัตริย์อิดีปัส ผู้ทำปิตุฆาตและหลงรักมารดาตนเอง ตลอดชั่วชีวิตคิดหวังแต่จะหลุดพ้นจากเงาพ่อ
จนตั้งใจจะทำตัวเป็นปรปักษ์ รวมทั้งมุ่งหวังที่จะเหนือกว่าผู้เป็นพ่อ

การเสนอตัวของ “ลูกบุญธรรม” ของลิโป้เมื่อถูกมองจากคนรุ่นโพสต์โมเดิร์นอย่างหวังอี๋ซิง
จึงออกมา อมนุษย์ และ เทพนักรบ ด้วยประการละฉะนี้