หน้าแรก บทความ โอกาสธุรกิจที...

โอกาสธุรกิจที่ ‘ไห่หนาน’

6.01.26 | 09:41 น.
โอกาสธุรกิจที่ ‘ไห่หนาน’

ถนนทุกสายในเอเชียใต้กำลังมุ่งสู่มณฑล “ไห่หนาน” เพื่อฉวยโอกาสทองไปลงทุน ซึ่งครอบคลุมด้วยอุตสาหกรรมดิจิทัล พลังงานสีเขียว อวกาศ และเทคโนโลยีในทะเลลึก ฯลฯ

การเปิดกว้างของไห่หนานได้สร้างจุดพลิกผันเกี่ยวกับมาตรการศุลกากรพิเศษ และกำลังปรับโครงสร้างในรูปแบบเหมือนสิงคโปร์ คือการขนถ่ายสินค้าหลากหลายรวมในเรือขนส่งลำเดียวกัน เพื่อเป็นการลดต้นทุน

ท่ามกลางภาวะที่นักธุรกิจจำนวนมากมุ่งสู่ตลาดโลก การกำหนด “เขตควบคุมศุลกากรพิเศษ” ของไห่หนานถูกมองว่าเป็น “ระฆังเปิดตลาด” สำหรับธุรกิจจีนในการเข้าสู่ตลาดอาเซียน จึงมีบริษัทจำนวนมากเตรียมตัวเข้าตั้งฐานในไห่หนาน 1 ในนั้นคือบริษัท ForBis จากสิงคโปร์ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในธุรกิจห่วงโซ่อุปทาน

“เขตควบคุมศุลกากรพิเศษ” คือการที่สินค้า เงินทุน และปัจจัยการผลิตจากต่างประเทศเข้าสู่ไห่หนานมีสิทธิใช้กฎหมายภาษีศุลกากรต่ำหรือเป็นศูนย์ ส่วนสินค้าจากไห่หนานเข้าแผ่นดินใหญ่ต้องชำระภาษี มาตรการดังกล่าวคือการ “เปิดภายนอก คุมภายใน” มิใช่ปิดพรมแดน และมิใช่การจำกัดสิทธิการเดินทาง

Channel News Asia สิงคโปร์รายงานว่า ปักกิ่งได้กำหนดมาตรการให้ “ไห่หนาน” เป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญของโครงการ “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” ปัจจุบันมีบริษัทจดทะเบียนในพื้นที่กว่า 1.2 ล้านแห่ง โดยเกือบกึ่งหนึ่งอยู่ในภาคธุรกิจค้าส่งและค้าปลีก ซึ่งจะได้รับประโยชน์จากนโยบายภาษีศุลกากรเป็น “ศูนย์” ในรูปแบบใหม่ บัดนี้ ไห่หนานได้ครองสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 8 ของตลาดการค้าปลอดภาษีทั่วโลก

Advertisement

มาตรการศุลกากรไห่หนานคือการปลอดภาษีนำเข้าร้อยละ 8 และปลอดภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 13 อนึ่งบริษัทธุรกิจจากอาเซียนสามารถปรับตัวได้ง่ายเมื่อเข้ามาลงทุนที่ไห่หนาน มีโอกาสพัฒนา จีนสามารถสร้างพลังความร่วมมือร่วมกับอาเซียน ไห่หนานก็ทำหน้าที่เสมือนสะพานเชื่อมสำหรับการเข้าสู่ตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ ทั้งในด้านวิชาการและอุตสาหกรรม โดยไห่หนานสามารถจัดบริการแบบเฉพาะเจาะจงและเขตอุตสาหกรรมขนาดย่อม (mini park) ให้แก่ผู้ประกอบการ เพื่อสนับสนุนการตั้งฐานและพัฒนาเขตท่าเรือการค้าเสรี

ภายใต้การพัฒนาของเขตการค้าเสรีจีน-อาเซียนที่กำลังก้าวสู่ระดับความร่วมมือเชิงลึก ท่าเรือการค้าเสรีไห่หนานสามารถทำหน้าที่เป็นพื้นที่นำร่อง ทดลองนโยบายใหม่ในหลายสาขา โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเกิดใหม่

ที่มีศักยภาพสูง อาทิ การพัฒนาดิจิทัล การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน และความร่วมมือด้านเศรษฐกิจสีเขียว

สิ่งที่ได้รับความสนใจมากที่สุดจากภาคธุรกิจอาเซียนคือ บริการข้อมูลด้านอวกาศคือการนำข้อมูลหลากหลายที่เกิดจากกิจกรรมด้านอวกาศมาประมวลให้เป็นข้อมูลที่สามารถนำไปใช้วิเคราะห์และใช้เป็นพื้นฐานในการตัดสินใจได้อย่างเป็นระบบ ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบการบินดิจิทัลและระบบอวกาศอัจฉริยะ เพียงเพื่อบริษัทจากอาเซียนยื่นจดทะเบียนต่อหน่วยงานราชการ ก็สามารถใช้บริการข้อมูลด้านอวกาศได้ทันที โดยศูนย์มีความสามารถในการจัดหา “ทางออก” แบบครบวงจรสำหรับการใช้งานในภาคอุตสาหกรรม เช่น การป้องกันไฟป่า การอนุรักษ์แหล่งน้ำ และการกำกับดูแลการก่อสร้างที่ผิดกฎหมาย

นโยบายการเคลื่อนไหวของข้อมูลข้ามพรมแดนของเขตการค้าเสรีจะได้รับการผ่อนปรนมากยิ่งขึ้น โดยบริษัทจากอาเซียนสามารถดำเนินภารกิจด้านประมวลผลในไห่หนาน และจัดเก็บข้อมูลไว้ที่โหมดในประเทศของตนเองได้ด้วย ซึ่งเป็นการชดเชยข้อจำกัดของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในประเทศอาเซียน บัดนี้ บริษัทอาลีบาบาและเทนเซ็นต์ได้สร้างแพลตฟอร์มศูนย์กลางดิจิทัลในไห่หนาน เพื่อช่วยเหลือบริษัทอาเซียนในการพัฒนาระบบข้ามพรมแดน และเชื่อมต่อเข้าสู่ตลาดดิจิทัลของจีนได้อย่างรวดเร็วในด้านอุตสาหกรรมทางทะเล

ส่วนอุตสาหกรรมเศรษฐกิจสีน้ำเงินจีน-อาเซียน ยังผลักดันความร่วมมือในสาขาวิศวกรรมอุปกรณ์ทางทะเล ชีวเวชภัณฑ์และพลังงานใหม่ รวมถึงเทคโนโลยีฟาร์มทะเล เพื่อร่วมกันส่งเสริมการอนุรักษ์ระบบนิเวศทางทะเล และสำรวจความเป็นไปได้ในการจัดตั้งตลาดซื้อขายคาร์บอนสีน้ำเงิน

นอกเหนือจากกิจกรรมทางการค้าแล้ว ไห่หนานยังเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมฟอรั่มเอเชียโป๋อ้าวเป็นประจำทุกปี ดึงดูดผู้นำทางการเมืองและบุคคลสำคัญจากทั่วภูมิภาคมาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นอีกโสตหนึ่ง ทำให้ไห่หนานกลายเป็นศูนย์กลางสำคัญของแวดวงการเมืองและธุรกิจในอาเซียนและวางรากฐานที่มั่นคงสำหรับความร่วมมือในระดับภูมิภาคต่อไป