หน้าแรก บทความ ม่านคำ อำพราง...

ม่านคำ อำพราง ภายใน ‘กัปปิยะ โวหาร’ ปิดงำ ความคิด

22.01.26 | 09:12 น.
สามก๊ก ม่านคำ อำพราง ภายใน ‘กัปปิยะ โวหาร’ ปิดงำ ความคิด

สภาพการณ์อันตั๋งโต๊ะประสบในการยึดครอง “อำนาจ” ใช่ว่าจะดำเนินไปด้วยความราบรื่น
ครั้งแรก ประสบกรณี “เต๊งหงวน” ครั้งหลัง ประสบกรณี “อ้วนเสี้ยว”
สำนวนแปล เจ้าพระยาพระคลัง (หน) ระบุว่า ลิยูเห็นดังนั้นจึงเข้าห้ามตั๋งโต๊ะไว้แล้วค่อยกระซิบว่า
“เราจะคิดการใหญ่อยู่ครั้นจะฆ่าฟันกันขึ้นการซึ่งคิดไว้นั้นก็จะเสียไป”
ตั๋งโต๊ะก็ฟังลิยูห้าม ขุนนางทั้งปวงก็ห้ามอ้วนเสี้ยวไว้ อ้วนเสี้ยวจึงลาขุนนางทั้งปวงแล้วถือกระบี่เดินออกมา
พาทหารแลพรรคพวกยกไปเมืองกิจิ๋ว
ฝ่ายตั๋งโต๊ะจึงว่าแก่อ้วนหงุยผู้เป็นอาอ้วนเสี้ยวว่า “อ้วนเสี้ยวทำองอาจขัดขวาง นี่หาว่าเราคิดถึงท่านหาไม่เราจะฆ่าเสีย ซึ่งเราคิดการครั้งนี้ท่านยังเห็นชอบผิดประการใด”
อ้วนหงุยจึงว่า “ซึ่งท่านเป็นผู้ใหญ่คิดจะกลับแผ่นดินเสียนั้นก็เห็นชอบด้วย”
ตั๋งโต๊ะจึงว่า “บรรดาขุนนางผู้ใหญ่ผู้น้อยซึ่งพร้อมกันทั้งปวงผู้ใดจะขัดขวางเรา เหมือนอ้วนเสี้ยวนั้นเราจะฆ่าเสียบัดนี้”
ขุนนางทั้งปวงกลัวตั๋งโต๊ะสิ้นจึงว่า “ท่านคิดทำการนี้ข้าพเจ้าเห็นชอบด้วย”
ครั้นกินโต๊ะแล้วต่างคนก็ลาไปบ้าน

เมื่ออ่านสำนวน วรรณไว พัธโนทัย ก็สัมผัสได้ในความแหลมคมแห่งบรรยากาศแห่งการกินโต๊ะเมื่อตั๋งโต๊ะจะฆ่าอ้วนเสี้ยวนั้น ลิยู ที่ปรึกษาร้องห้ามว่า
“การยังก้ำกึ่งอยู่หาควรจะฆ่าฟันกันไม่”
อ้วนเสี้ยวเขม็งดาบมั่นในมือ อำลาขุนนางทั้งปวงแล้วเดินออกมาเอาตราประจำตำแหน่งแขวนไว้ที่ประตูเมืองด้านตะวันออก
แล้วออกเดินทางไปแคว้นกิจิ๋วทันที
ตั๋งโต๊ะเห็นดังนั้นจึงพูดกับอ้วนหงุย ขุนนางผู้ใหญ่ผู้เป็นอาของอ้วนเสี้ยวว่า “หลานของท่านทำอย่างนี้เสียมารยาทมาก นี่หากแต่เราเห็นแก่หน้าท่านจึงอภัยให้ ส่วนเรื่องการถอดฮ่องเต้นั้นท่านเห็นผิดชอบประการใด”
อ้วนหงุยตอบว่า “ความดำริของท่านชอบแล้ว”
ตั๋งโต๊ะจึงว่า “ขุนนางคนใดบังอาจขัดขวางเรา เราจะเอาโทษตามบทอัยการศึก”
ขุนนางทั้งปวงได้ยินดังนั้นต่างตกใจกลัวสิ้น
ก็พร้อมกันพูดว่า “ข้าพเจ้าขอปฏิบัติตามคำบัญชาของท่านทุกประการ”

สํานวนแปลและเรียบเรียงของ แพทย์หญิงกัลยา สุพันธุ์วณิช มีสร้อยเสริมบทให้เห็นเด่นชัดขึ้น
ต่งจั๋วจะฆ่าหยวนเส้า
หลี่หรูเข้าห้าม “เรื่องยังไม่เรียบร้อย อย่าเพิ่งฆ่าแกงกัน”
หยวนเส้ามือถือกระบี่ ถอยออกจากที่ประชุม เอาเจี๋ยไปแขวนที่ประตูตะวันออก แล้วหนีไปจี้โจว
ต่งจั๋วพูดกับไท่ฟู่หยวนเว่ยว่า
“หลานชายท่านไร้มารยาท ข้าเห็นแก่หน้าของท่าน จึงผ่อนปรนให้มัน เรื่องเปลี่ยนผู้สืบบัลลังก์ท่านคิดเห็นเป็นอย่างไร”
หยวนเหว่ยว่า “เห็นดังท่านว่า”
ต่งจั๋วว่า “ใครกล้าขัดขวาง ข้าจะใช้กฎทหารลงโทษ”
บรรดาขุนนางหวาดกลัว ต่างพากันพูดว่า “ขอปฏิบัติตามคำสั่ง”
แพทย์หญิงกัลยา สุพันธุ์วณิช ทำ “วงเล็บ” เพื่อทำความเข้าใจต่อท่วงทำนองอันมาจากหยวนเส้า
นั่นคือ ท่วงทำนองที่เรียกขานว่า “เจี๋ย”
เจี๋ย คือสัญลักษณ์แสดงอำนาจ การแขวนเจี๋ยหมายถึง ละทิ้งตำแหน่งขุนนาง อันเท่ากับเป็นแขวนอำนาจไว้ที่ประตูตะวันออก
นั่นคือ อารยะขัดขืน ต่ออำนาจในมือต่งจั๋ว

หากอ่าน “สามก๊ก” ผ่านสำนวนการแปลอย่างมองเห็นถึง “พัฒนาการ” ก็จะสัมผัสได้ในเงื่อนปมแต่ละเปลาะแต่ละปล้อง
เงื่อนปมตั้งแต่คำทักท้วงจากลิยู
“เราจะคิดการใหญ่อยู่ ครั้นจะฆ่าฟันกันขึ้น การซึ่งคิดไว้นั้นก็จะเสียไป” อาจใกล้เคียงกับ “การยังก้ำกึ่งอยู่หาควรจะฆ่าฟันกันไม่”
หรือ “เรื่องยังไม่เรียบร้อยอย่าเพิ่งฆ่าแกงกัน”
ขณะเดียวกัน เหตุปัจจัยใดทำให้ 1 อ้วนเสี้ยวมากด้วยความมั่นใจ 1 ตั๋งโต๊ะไม่กล้าหักหาญแม้จะอยู่ในฐานะได้เปรียบ
เป็นเพราะอ้วนเสี้ยวถือดีใน “เจี๋ย” ที่ตนเองได้มา
เป็นเพราะสถานะของตระกูลอ้วนที่แม้อ้วนเสี้ยวจะมิได้อยู่ ณ ที่นั้นแล้ว แต่ก็ยังมีอาอย่างอ้วนหงุยอยู่
รากที่มาของตระกูลอ้วนสืบสาแหรกการเป็นขุนนางได้ถึง 4-5 ชั่วคน
ที่สำคัญเป็นอย่างมากก็คือ อำนาจของตระกูลอ้วนเป็น 1 ใน “เก้ามณฑล” ผู้ยึดกุมและชี้ชะตาจงหยวน
นั่นก็คือ กิโจว

หากอ่าน “สารพันคำถาม เรื่องจริงหรือแต่งเสริมในจดหมายเหตุสามก๊ก ฉบับเฉินโซ่ว” อัน ยศไกร ส. ตันสกุล เรียบเรียงให้สำนักพิมพ์สยามความรู้ตีพิมพ์ ตีพิมพ์เมื่อปี 2560 ก็จะเข้าใจว่า
มณฑลทั้ง 9 ในยุคสามก๊กมีอะไรบ้าง
มีคำกล่าวว่า “จีวโจว” 9 มณฑลก็คือประเทศจีน คำกล่าวนี้จึงแสดงให้เห็นว่าประเทศจีนประกอบไปด้วยมณฑลทั้ง 9 แห่ง
แต่คำอธิบายนี้ไม่ได้ชัดเจนไปทั้งหมด
เพราะในบันทึกประวัติศาสตร์เองก็มีข้อแตกต่างกันไป โดยสรุปรวมแล้วถ้ากล่าวถึงมณฑลทั้ง 9 ในปลายราชวงศ์ฮั่นและยุคสามก๊ก
จึงได้แก่
มณฑลกุนจิ๋ว (เอี่ยนโจว) กิจิ๋ว (จี้โจว) เฉงจิ๋ว (ชิงโจว) เกงจิ๋ว (จิงโจว) ชีจิ๋ว (สวีโจว) อิจิ๋ว (อวี้โจว) ยังจิ๋ว (หยางโจว) เลียงจิ๋ว (เหลียงโจว) ยงจิ๋ว (ยงโจว)
แต่ละมณฑลมีพื้นที่กว้างใหญ่ที่แตกต่างกันไป

Advertisement

จึงเห็นได้จากการลุกขึ้นมาทักท้วงของเต๊งหงวนนอกจากมีทหารเอกเคียงกายคือลิโป้ที่สร้างความน่าเกรงขามแล้ว
ที่สำคัญเขาอยู่ในฐานะเป็นใหญ่ใน “เกงจิ๋ว”
ขณะเดียวกัน กล่าวสำหรับอ้วนเสี้ยว ไม่เพียงแต่จะเป็นตระกูลขุนนางสืบทอดอำนาจต่อเนื่องมาหลายชั่วคน
หากยังมีรากฐานแห่งอำนาจอยู่กิจิ๋ว
การเอา “เจี๋ย” ไปแขวนที่ประตูตะวันออกเมื่อออกจากพื้นที่กินโต๊ะอาจแสดงความหมายว่าต้องการละทิ้ง “ตำแหน่ง”
นั่นก็คือ ตำแหน่งในการบังคับบัญชาของตั๋งโต๊ะ
กระนั้น ในทางเป็นจริงเป้าหมายของอ้วนเสี้ยวก็คือการเดินทางไปปักหลักอยู่ในพื้นที่ของกิจิ๋ว
ท่าทีของตั๋งโต๊ะต่ออ้วนเสี้ยวจึงสำคัญ
ความสำคัญในที่นี้ทำให้แต่ละจังหวะก้าว ไม่ว่าจะมาจากตั๋งโต๊ะ ไม่ว่าจะมาจากอ้วนเสี้ยวเอง
น่าติดตาม
เพราะนี่คือจุดตัดอันเป็น “เส้นแบ่ง” อย่างมีนัยสำคัญในทางประวัติศาสตร์และการเมือง
การเมือง การทหาร ที่เสมือนเป็น “จุดเริ่ม”

เสถียร จันทิมาธร