หน้าแรก บทความ จุดเปลี่ยนจีน...

จุดเปลี่ยนจีนต้อนรับปีใหม่ 2026

27.01.26 | 14:05 น.

เมื่อเริ่มต้นปีใหม่ 2026 ได้เกิดจุดเปลี่ยนของจีนทางประวัติศาสตร์หลายประการที่เชื่อมโยงถึงกัน เป็นการส่งสัญญาณให้สังคมโลกทราบถึงเหตุการณ์ที่กำลังเปลี่ยนจากโครงสร้างแบบขั้วเดียวที่สหรัฐเป็นผู้ครอบงำ ไปสู่พหุขั้วโดยอิทธิพลของจีน การเปลี่ยนผ่านนี้ครอบคลุมมิติภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยี การทหาร สิ่งแปลกใหม่ การส่งออกทางวัฒนธรรม การเปลี่ยนแปลงทางสังคม ความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ ความท้าทายในโลกตะวันตก และการปรับโครงสร้างระดับภูมิภาค การผงาดขึ้นเชิงยุทธศาสตร์ของจีน ล้วนมีนัยเชิงชี้วัดที่สำคัญ

-รอยร้าวระหว่างยุโรปกับสหรัฐได้ทวีความรุนแรง ประสบภาวะแตกแยก พลันที่กองทัพสหรัฐบุกเวเนซุเอลาและลักพาตัวประธานาธิบดีมาดูโร เป็นเหตุให้เกิดการคาดเดาว่า เป้าหมายถัดไปก็คือกรีนแลนด์ เพราะทรัมป์มีท่าทีแข็งกร้าว และยังกังวลเกี่ยวกับประเด็นยูเครนอาจถูกทอดทิ้ง

-ความได้เปรียบของจีนด้วยการเปิดกว้างด้านปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยี เป็นต้นว่า
DeepSeek ที่ใช้แนวทางเปิดกว้างและมีประสิทธิภาพสูง เป็นการได้เปรียบเหนือแนวทางปิดของ ChatGPT ของสหรัฐ ดึงดูดผู้ใช้งาน
ภาคอุตสาหกรรมทั่วโลกมากขึ้น ขณะเดียวกัน BYD ครองตำแหน่งผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าด้วยส่วนแบ่งตลาดที่เหนือกว่า อุตสาหกรรมยา
ขนานใหม่มีความก้าวหน้า โดยเฉพาะยาต้านมะเร็งคือความก้าวหน้าครั้งสำคัญ จนได้รับขนานนามว่า ผู้ยุติมะเร็งŽ สะท้อนความได้เปรียบของนโยบายอุตสาหกรรมแบบบูรณาการ ห่วงโซ่อุปทานแนวดิ่ง ส่งผลให้จีนเปลี่ยนสถานะจากผู้ตามมาเป็นผู้นำในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

-กองทัพสหรัฐเสียเปรียบจีนในช่องแคบไต้หวันจากการเสริมกำลังทหารของปักกิ่ง ส่งผลให้พลังกลาโหมสหรัฐนับวันเปราะบาง คลังอาวุธนิวเคลียร์ของจีนมีจำนวนราว 600 หัวรบ อาวุธความเร็วเหนือเสียงมีความก้าวหน้าต่อเนื่อง กำลังก่อรูประบบเตือนภัยล่วงหน้า การตอบโต้ และการโจมตีแบบครบวงจร

-สิทธิบัตรและงานวิจัยของจีนเหนือกว่าสหรัฐ ซึ่งจดทะเบียนปัญญาประดิษฐ์กำเนิด (Generative AI) มากกว่าร้อยละ 70 ของโลก มีบทความวิชาการกว่า 38,000 ชิ้น ขณะที่สหรัฐเพียงประมาณ 6,000 ชิ้น

Advertisement

-พลังงานสีเขียวของจีนก้าวข้ามพลังฟอสซิลสหรัฐ โดยมีพลังงานลมและแสงอาทิตย์เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก การผลิตไฟฟ้าสะอาดตอบสนองความต้องการของผู้อุปโภค พร้อมทั้งลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนมีมูลค่าสูงขึ้นถึง 6.25 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่รัฐบาลทรัมป์ได้ยุติการสนับสนุนพลังงานหมุนเวียน

-อุตสาหกรรมละครสั้นของจีนเติบโตแบบ
ก้าวกระโดด แซงหน้าภาพยนตร์ดั้งเดิม กลายเป็นกลไกหลักของการส่งออกอำนาจละมุน (Soft Power) ของจีนด้วยต้นทุนต่ำ เนื้อเรื่องเข้มข้น
ระยะเวลาสั้น เหมาะกับอุปกรณ์พกพา ละครสั้นจึงแพร่หลายในโลกที่ใช้ภาษาอังกฤษ ตั้งแต่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตะวันออกกลาง และลาตินอเมริกา เป็นการถ่ายทอดวิถีชีวิตและค่านิยมของจีน กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอิทธิพลทางวัฒนธรรมจีน

-จำนวนสัตว์เลี้ยงในจีนมากกว่าทารกแรกเกิด คือ 70 ล้านต่อ 40 ล้าน ซึ่งเกิดจากอัตราการเกิดที่ต่ำกว่าระดับทดแทน อัตราการเลี้ยงสัตว์ที่เพิ่มสูงขึ้น เศรษฐกิจสัตว์เลี้ยงจึงเติบโต เพราะคนรุ่นใหม่กำลังเผชิญกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจ จึงเกิดเหตุการณ์แต่งงานล่าช้า หันมาให้ความสนใจสัตว์เลี้ยงแทนการสร้างครอบครัว

-แม้โดนัลด์ ทรัมป์ ได้เพิ่มมาตรการภาษีศุลกากร กระทบถึงการส่งออกของจีนไปสหรัฐ แต่ดุลการค้าระดับโลกกลับสูงเป็นประวัติการณ์ถึงหนึ่งล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ไม่ว่าสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูง รถยนต์ไฟฟ้า ตลอดจนผลิตภัณฑ์พลังงานแสงอาทิตย์ยังมีผลลัพธ์โดดเด่น เพราะผู้ผลิตย้ายฐานการผลิตไปยังภูมิภาคที่มีภาษีต่ำกว่า เช่น เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เม็กซิโก และแอฟริกา เพื่อธำรงเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทาน

-ชนชั้นกลางสหรัฐหดตัว ปัญหาคนไร้ที่พักอาศัย การเสียชีวิตจากยาเสพติดรุนแรงถึงจุดวิกฤต ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ สังคมแตกแยก ความเฟื่องฟูของวอลสตรีทตัดกับค่าจ้างที่หยุดนิ่ง

-การค้าระหว่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กลับแซงหน้าสหรัฐและญี่ปุ่น ภายใต้แรงขับเคลื่อนแห่งข้อตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภูมิภาค (RCEP) และความร่วมมือด้านโครงสร้างพื้นฐาน
มูลค่าการค้าทะลุหนึ่งล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนถึงบูรณาการทางเศรษฐกิจ จีนยังเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของอาเซียน โดยมีการลงทุนมากอยู่ในภาคการผลิต ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า หรือเศรษฐกิจดิจิทัล สามารถกล่าวได้ว่า จีนเหมาเข่งŽ

การผงาดขึ้นอย่างรอบด้านของจีน กอปรกับโลกตะวันตกกำลังถดถอย ย่อมบ่งชี้ถึงการมาถึงของโลกแบบพหุขั้ว เป็นการเปลี่ยนแปลงที่หยั่งรากลงลึกในเชิงโครงสร้าง เสมือนการหล่อหลอมเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ เทคโนโลยี สิ่งแปลกใหม่ และการพัฒนาสังคมให้อยู่ในเบ้าเดียวกันและดำรงอยู่ยืนโยงยาม

ศ.ชยานันต์ ศุกลวณิช