การที่อินโดนีเซียยกระดับเทศกาลตรุษจีนให้เป็นงานฉลองระดับชาติ ถือเป็นการปรับเปลี่ยนนโยบายครั้งสำคัญต่อชุมชนจีน สะท้อนให้เห็นความเปิดกว้างของรัฐบาลที่มีต่อความหลากหลายทางวัฒนธรรม และช่วยส่งเสริมการแลกเปลี่ยนด้านมนุษยสัมพันธ์ รวมทั้งความร่วมมือทวิภาคีระหว่างอินโดนีเซียกับจีนให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
เทศกาลตรุษจีนปี 2026 อินโดนีเซียได้จัดงานฉลองตรุษจีนในระดับชาติเป็นครั้งแรก ภายใต้ชื่อ “ความปรองดองแห่งหมู่เกาะ” กลายเป็นสัญลักษณ์เทศกาลตรุษจีนสมัยใหม่ จากเดิมเป็นเทศกาลที่ฉลองกันในชุมชนชาวจีนเท่านั้น บัดนี้ รัฐบาลให้การรับรองอย่างเป็นทางการ กลายเป็นกิจกรรมทางวัฒนธรรมของคนทั่วประเทศ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ เพราะอดีตตรุษจีนเคยถูกกำหนดให้เป็นเทศกาลต้องห้าม
อดีตอินโดนีเซียเคยดำเนินนโยบายต่อต้านจีน และถือเป็นการต่อต้านที่เข้มงวด เข้มข้น และจริงจังที่สุดแห่งหนึ่งในโลก เช่น รัฐบาลสั่งห้ามฉลองตรุษจีน โดยเฉพาะในช่วงสามทศวรรษของประธานาธิบดีซูฮาร์โต มีข้อกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรห้ามการใช้ภาษาจีน สื่อภาษาจีน และการศึกษาภาษาจีน รวมทั้งกำหนดให้สัญลักษณ์ใดที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมจีนหรือคอมมิวนิสต์เป็นเรื่องผิดกฎหมาย
ปี 1998 ระบอบอำนาจนิยมทางทหารของซูฮาร์โตสิ้นสุดลง องค์กรศาสนาขงจื๊อชื่อว่า “สภาสูงสุดศาสนาขงจื๊ออินโดนีเซีย” จึงได้ร่วมมือกับหน่วยงานปฏิรูปอื่น ทำการรณรงค์เปลี่ยนแปลงความเข้าใจของสังคมอินโดนีเซียต่อความหมายของเทศกาลตรุษจีน และประสบความสำเร็จ
ปี 2000 รัฐบาลกำหนดให้ตรุษจีนเป็น “วันหยุดของศาสนาขงจื๊อ”
ปี 2003 อินโดนีเซียประกาศให้ตรุษจีน เป็นวันหยุดราชการตามกฎหมาย
ภายหลังเข้าสู่ยุคการปฏิรูปประชาธิปไตย การเมืองอินโดนีเซียพัฒนาไปสู่ระบบหลายพรรค พรรคการเมืองเกือบทั้งหมดต่างพยายามถวิลหาการสนับสนุนจากชาวจีน และรับคนจีนเข้าเป็นสมาชิกพรรค ในช่วงเลือกตั้งก็รณรงค์หาเสียงสนับสนุนจากชาวจีนทั่วประเทศ ในอดีตงานตรุษจีน ส่วนใหญ่จัดขึ้นโดยผู้นับถือศาสนาขงจื๊อ หรือสมาคมชาวจีน แต่กิจกรรมปี 2026 ได้จัดโดยรัฐบาลกลาง เป็นเวลา 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์-วันที่ 3 มีนาคม กิจกรรมหลัก ได้แก่ สาธิตอาหารจีน การแสดงทางวัฒนธรรม ตลอดจนการแสดงโคมไฟ “เทศกาลหยวนเซียว” คือ 15 ค่ำเดือน 1 ตามปฏิทินจันทรคติจีน (หลังตรุษจีน 15 วัน)
คนอินโดนีเซียเชื้อสายจีนรุ่นเก่ายังคงจำเหตุการณ์ในยุคซูฮาร์โตเมื่อ 30 กว่าปีก่อนได้ดี สมัยนั้นแม้แต่คำบรรยายภาษาจีนก็ยังถูกห้ามปรากฏในที่สาธารณะ โรงเรียนภาษาจีน สื่อภาษาจีน และสมาคมชาวจีนทั้งหมดถูกสั่งปิด และถูกจัดให้เป็นเรื่องผิดกฎหมาย แต่ปัจจุบันอินโดนีเซียกลับจัดงานตรุษจีนอย่างมโหฬารด้วยทรัพยากรของรัฐ จึงเป็นการชี้ให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่ผันผวนสุดขั้ว
แม้ว่า “ปราโบโว ซูเบียนโต” ประธานาธิบดีคนปัจจุบันของอินโดนีเซีย เคยเป็นส่วนหนึ่งของระบอบเผด็จการทหารในสมัย “ซูฮาร์โต” ในฐานะ 1 เป็นผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษ อีกฐานะ 1 เคยเป็นบุตรเขยของซูฮาร์โต และเคยแสดงถ้อยคำที่มีลักษณะเป็นปฏิปักษ์ต่อชาวจีน
แต่เมื่อ “ซูเบียนโต” รับตำแหน่งปี 2024 ก็ได้ปรับเปลี่ยนท่าทีจากการเป็นปฏิปักษ์ต่อชาวจีน หันมาสร้างภาพลักษณ์ที่เป็นมิตรต่อชุมชนชาวจีนชนิดกลับหน้ามือเป็นหลังมือ ครั้นเมื่อได้รับตำแหน่งประธานาธิบดี ก็ได้เลือกจีนเป็นประเทศแรกสำหรับการเยือนต่างประเทศ
จากมุมมองของการแข่งขันทางการเมืองภายในประเทศและภาพลักษณ์ส่วนตัว เขาได้พยายามในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สำหรับการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับชาวอินโดนีเซียเชื้อสายจีน ทั้งนี้เนื่องจากเขายังถูกมองว่าเป็น 1 ในผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ “พฤษภาทมิฬ” ปี 1998
ในด้านนโยบายต่างประเทศ เนื่องจากการผงาดขึ้นอย่างรวดเร็วของจีนและการเพิ่มพูนอำนาจแห่งชาติอย่างต่อเนื่อง ทำให้อินโดนีเซียตระหนักถึงอิทธิพลของจีนในระดับโลก ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และด้านอื่นอีกมาก การดำเนินนโยบายที่เป็นมิตรต่อจีนและต่อชุมชนจีนจึงได้กลายเป็นทางเลือกเชิงเหตุผลของประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต
ปฏิเสธมิได้ว่า เป็นศตวรรษของประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนโดยแท้ เป็นผลงานและความภูมิใจของพรรคคอมมิวนิสต์ และรัฐบาล ชาวจีนโพ้นทะเลและลูกหลานจีนทั่วโลกพลอยได้รับอานิสงส์ไปด้วย

