นาซายกธงขาว
รื้อโครงการ อาร์เทมิส
องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (นาซา) ของสหรัฐอเมริกา สั่งด่วนให้มีการเพิ่มกระบวนการทดสอบจรวด ณ ฐานปล่อย (docking test) สำหรับโครงการอาร์เทมิส ที่จะส่งยานอวกาศไปร่อนลงบนดวงจันทร์อีกครั้ง ทำให้โครงการอาร์เทมิส มีสิทธิล่าช้าออกไปอีกหลังจากที่ล่าช้ามาก่อนหน้านี้แล้ว และอาจช้ากว่าโครงการส่งคนไปลงดวงจันทร์ของจีนที่กำหนดจะมีขึ้นภายในปี 2030 นี้
นายจาเรด ไอแซคแมน ผู้อำนวยการนาซาคนใหม่ ยอมรื้อตารางเวลาปฏิบัติการอาร์เทมิส หลังจากผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยอเมริกันออกมาเตือนว่า หากต้องการให้ภารกิจอาร์เทมิส ประสบผลสำเร็จตามกำหนดเวลาเดิม นาซาจำเป็นต้องดำเนินการทุกอย่างอย่างฉับไว และลดโอกาสที่จะเกิดความล่าช้าขึ้นอีกให้เหลือน้อยที่สุด ในทุกๆ ส่วนของยานอวกาศที่เกี่ยวข้องกับภารกิจ อาร์เทมิส 3 ซึ่งจนถึงตอนนี้ พบว่า นักบินประจำแคปซูล โอไรออนของนาซา สามารถเชื่อมต่อโอไรออนเข้ากับยานสำหรับร่อนลงบนดวงจันทร์ (lunar landers) ลำหนึ่งในสองลำหรือทั้งสองลำระหว่างโคจรอยู่ในวงโคจรรอบโลกระดับต่ำ (low-Earth orbit) แต่นายจาเรดกลับสั่งยกเลิกกำหนดการอัพเกรดระบบจรวดส่งเอสแอลเอส โดยหันไปมุ่งเน้นที่การผลิตจรวดที่มีอัตราความสำเร็จในการปล่อยยานอวกาศสูงกว่าแทน ซึ่งจะส่งผลกระทบทำให้โอกาสที่โครงการจะมีจรวดใหม่ใช้ล่าช้าออกไป เพราะกระทบโดยตรงกับสัญญามูลค่า 2,000 ล้านดอลลาร์กับบริษัท โบอิ้ง ในการปรับปรุงจรวดส่งท่อนบนสุด (SLS upper stage) ที่ต้องยกเลิกไปในครั้งนี้
ไอแซคแมนให้เหตุผลว่า การยกเลิกดังกล่าว จะทำให้เอสแอลเอส ได้จรวดใหม่ที่มีอัตราความสำเร็จในการปล่อยยานสูงขึ้น อย่างน้อย 1 ครั้งต่อปี ซึ่งจะช่วยให้นาซาสามารถวางแผนปล่อยยานอวกาศรายปีได้ แทนที่จะเป็น 1 ครั้งในทุกๆ 2 หรือ 3 ปี อย่างที่เป็นอยู่ในเวลานี้
การตัดสินใจดังกล่าวถูกระบุว่าเป็น การปรับเปลี่ยนโครงการอาร์เทมิสครั้งสำคัญที่สุดนับตั้งแต่มีโครงการนี้เมื่อปี 2017 เป็นต้นมา เพื่อสานต่อภารกิจร่อนลงบนดวงจันทร์หลังความสำเร็จของโครงการอพอลโล ที่ยุติลงไปเมื่อปี 1972
ไอแซคแมนอ้างว่า นาซายังมีคู่สัญญาที่เห็นด้วยกับแนวทางใหม่นี้อีกหลายราย นอกเหนือจากโบอิ้ง อาทิ สเปซเอ็กซ์ และล็อคฮีด มาร์ติน ผู้สร้างแคปซูล โอไรออน และแถลงยินดีกับการประกาศยกเครื่องโครงการครั้งนี้ ในขณะที่โบอิ้งก็ยืนยันเช่นกันว่า บริษัทพร้อมเพิ่มความถี่ในการจัดสร้างจรวดปล่อย และเพิ่มอัตราความสำเร็จได้ด้วยเช่นกัน
ในภารกิจอาร์เทมิส 3 บริษัท สเปซเอ็กซ์ และบลู ออริจิน ของโบอิ้ง รับผิดชอบในการพัฒนายานสำหรับร่อนลงจอดบนดวงจันทร์ (lunar lander) แข่งขันกัน พร้อมกันนั้น โบอิ้งก็จับมือกับนอร์ทรอปกรัมแมน เพื่อสร้างและพัฒนา เอสแอลเอส ส่วนล็อคฮีด มาร์ติน รับผิดชอบในการจัดสร้าง ยานโอไรออนสำหรับนักบินอวกาศ ที่จะทำหน้าที่รับตัวนักบินอวกาศจากพื้นผิวดวงจันทร์กลับคืนมายังยานแม่ในวงโคจรก่อนเดินทางกลับโลก
แนวปฏิบัติใหม่ เปิดทางให้นาซา สามารถเพิ่มขั้นตอนต่างๆ ในทางปฏิบัติได้อีกมาก ก่อนการปฏิบัติภารกิจจริง ซึ่งมีการวางแผนเอาไว้นานมากแล้วภายใต้ชื่อภารกิจอาร์เทมิส 3 โดยมีการทดสอบครั้งแรกทั้งจรวดปล่อยและยานอวกาศโดยไม่มีมนุษย์มาตั้งแต่ปี 2022 และกำหนดไว้ว่าจะเริ่มภารกิจอาร์เทมิส 2 ในเดือนเมษายนนี้ โดยจะส่งยานอวกาศพร้อมนักบินอวกาศ 4 นายไปโคจรรอบดวงจันทร์ก่อนกลับสู่โลก ทั้งนี้ นาซาพยายามจะดำเนินภารกิจอาร์เทมิส 2 เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่่ผ่านมา ด้วยการส่งนักบินอวกาศอเมริกัน 3 นาย แคนาดา 1 นายขึ้นไปกับยานโอไรออน ที่จะไปโคจรรอบดวงจันทร์แล้วกลับโลกในเวลา 10 วัน แต่เกิดปัญหาเชื้อเพลิงไฮโดรเจนของจรวดปล่อยเอสแอลเอส รั่วไหล ต่อด้วยปัญหากับจรวดท่อนบนสุดจนนาซาต้องยกเลิกภารกิจและนำจรวดกลับมาซ่อมแซม นำไปสู่การยกเครื่องโครงการในที่สุดในเวลาต่อมา
ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

