หน้าแรก บทความ พล.อ.นิพัทธ์ ...

พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก | สหรัฐ อังกฤษ เคยจับมือกันโค่นผู้นำอิหร่าน (มาแล้ว)

9.03.26 | 11:47 น.

ข้อมูลลับสุดยอดทั้งปวง ถูกเปิดเผยโดย ซีไอเอ เมื่อ พ.ศ.2556

ช่วงปี พ.ศ.2495 อิหร่านปกครองโดยระบอบประชาธิปไตย มีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำประเทศที่มาจากการเลือกตั้ง ชื่อ มอสซาเดห์ (Mohammad Mossadegh) กษัตริย์ คือ พระเจ้าชาห์

เขาคนนี้…เป็นผู้นำรัฐบาลที่ประชาชนอิหร่านสนับสนุน ด้วยความกล้าที่ประกาศว่า… กิจการน้ำมันในอิหร่านที่บริษัทของอังกฤษและอเมริกาเข้ามากอบโกยผลกำไรมาแสนนานจะต้องกลับมาเป็นของรัฐ

นี่คือจุดแตกหัก…ที่รัฐบาลอังกฤษและอเมริกายอมไม่ได้…

แผนลับเพื่อโค่นล้ม มอสซาเดห์ จึงถูกกำหนดขึ้น ด้วยการสร้างข้อมูล ยัดเยียดข้อหาว่า…เขาฝักใฝ่ลัทธิคอมมิวนิสต์ และป่วย….

Advertisement

เป็นจุดจบของผู้นำอิหร่านในอดีต ชื่อ มอสซาเดห์ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นนักการเมืองมือสะอาดและเอาจริงเอาจังในการต่อสู้กับคอร์รัปชั่น…

อิหร่านเปลี่ยนไปตลอดกาลมาจนถึงปัจจุบัน

สรุปความ มหากาพย์อิหร่าน-อเมริกา เป็นดังนี้ครับ…

หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ในยุโรป (ตรงกับช่วงรัชสมัยในหลวง ร.6) อังกฤษในฐานะผู้ชนะสงคราม เข้ายึดดินแดนในตะวันออกกลางที่มีชาวอาหรับอยู่กันเป็น “ชนเผ่า” ในทะเลทรายที่ร้อนระอุสุดขอบฟ้า ยังไม่มีประเทศ แร้นแค้น เป็นดินเเดนที่ไม่มีอนาคต

สงครามโลกที่ยุติลง…ก่อเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก

นักธรณีวิทยาอังกฤษมีข้อมูล มั่นใจในทฤษฎีว่า ใต้ผืนทรายต้องมีแหล่งน้ำมันดิบ ตั้งทีมเข้าไปสำรวจทะเลทรายที่ไม่เคยมีใครสนใจมาก่อน

ผู้คนทั้งหลายเยาะเย้ยว่า เป็นเรื่องน่าขัน ..

(27 สิงหาคม พ.ศ.2402 มีการค้นพบน้ำมันดิบครั้งแรกในโลก โดย Edwin L. Drake ขุดเจาะน้ำมันสำเร็จที่เมืองทิทัสวิลล์ รัฐเพนซิลเวเนีย สหรัฐ ที่ระดับความลึก 69.5 ฟุต ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นของยุคตื่นน้ำมันและการขุดเจาะปิโตรเลียมในเชิงธุรกิจ)

ทีมงานวิศวกรของอังกฤษทุ่มเท ตรากตรำ อดทน ค้นหาแหล่งน้ำมันนานหลายปี โดยมี “เจ้าผู้ปกครอง” ในพื้นที่สนับสนุน มีชาวพื้นเมืองเป็นแรงงานขุดเจาะด้วยเครื่องมือ เครื่องจักรกล

26 พฤษภาคม พ.ศ.2451 ทีมอังกฤษค้นพบบ่อน้ำมันครั้งแรกในดินแดนประเทศอิหร่าน (ในขณะนั้นคือเปอร์เซีย) บริเวณพื้นที่มัสยิดสุไลมาน (Masjed Soleyman) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอิหร่าน ซึ่งดำเนินการขุดเจาะโดยวิศวกรชื่อ จอร์จ เบอร์นาร์ด เรย์โนลด์ส (George Bernard Reynolds)

วิลเลียม น็อกซ์ ดาร์ซี (William Knox D’Arcy) เป็นผู้ได้รับสัมปทาน ถือเป็นจุดเริ่มต้นของอุตสาหกรรมน้ำมันในตะวันออกกลาง ซึ่งต่อมา….นำไปสู่การก่อตั้งบริษัทแองโกล-เปอร์เซีย (Anglo-Persian Oil Company – APOC) ซึ่งในเวลาต่อมาคือบริษัท BP (British Petroleum) ซึ่งเป็นของอังกฤษ

อังกฤษ โดยนายกรัฐมนตรี ชื่อ วินสตัน เชอร์ชิล คือ ผู้สนับสนุนการลงทุนกิจการน้ำมันในอิหร่าน ถือได้ว่ารัฐบาลอังกฤษเข้าควบคุม ผลักดันให้รัฐบาลอังกฤษเข้าซื้อหุ้นใหญ่ (51%) ใน APOC เพื่อรับประกันแหล่งเชื้อเพลิงสำหรับกองทัพเรืออังกฤษ อาจกล่าวได้ว่า…อิหร่านตกอยู่ใต้อิทธิพลของอังกฤษโดยตรง

ทีมวิศวกรปิโตรเลียม โดยบริษัทน้ำมันต่างๆ ในยุโรป อเมริกา มีความหวัง เกิดการลงทุนในตะวันออกกลาง

(มีข้อมูลเสริมว่า… แม้การค้นพบแรกสุดจะอยู่ที่อิหร่าน แต่แหล่งน้ำมันในซาอุดีอาระเบียที่สามารถผลิตในเชิงพาณิชย์ได้นั้น เพิ่งถูกค้นพบที่ดัมมาม Dammam หมายเลข 7 ในปี พ.ศ.2481 โดยบริษัทจากสหรัฐอเมริกา ภายหลังคือ Saudi Aramco)

สร้างท่อส่งน้ำมันยาว 130 ไมล์จากแหล่งมัสยิด-อี-สุไลมาน ไปยัง Abadan Refinery ซึ่งกลายเป็นโรงกลั่นที่ใหญ่ที่สุดในโลกในขณะนั้น

ดินแดนในตะวันออกกลาง หลายพื้นที่ถูกขุดเจาะสำรวจโดยบริษัทจากอังกฤษและอเมริกา

พ.ศ.2481 โลกต้องตะลึง เมื่อสำรวจพบแหล่งน้ำมันบนบกที่ใหญ่ที่สุดในโลกในดินแดนคูเวต ค้นพบที่แหล่ง Burgan

ประชาชนเจ้าของพื้นที่ทั้งหลาย แทบจะไม่ทราบข้อมูล โดยเฉพาะเรื่องการประกอบธุรกิจ การเงิน ผลกำไร…

ในช่วงแรก บริษัทต่างชาติ (อังกฤษและอเมริกา) เป็นผู้ควบคุมสัมปทานและกำไรเกือบทั้งหมด บริษัทน้ำมันของฝรั่ง…มอบเงินตรงให้กับเจ้าผู้ปกครองกลุ่มต่างๆ…

อังกฤษถือโอกาส ลากเส้นเขตแดน ตั้งประเทศเล็กประเทศน้อย เพื่อผลประโยชน์ในการเป็นเจ้าของกิจการน้ำมัน (แบ่งแยกแล้วปกครอง)

เจาะประเด็นธุรกิจน้ำมันในอิหร่าน…

ธุรกิจน้ำมันในอิหร่านยุคเริ่มต้น (ช่วงปี พ.ศ.2444-2494) เต็มไปด้วยความขัดแย้งด้านผลประโยชน์

พ.ศ.2444 อิหร่านให้สัมปทานแก่ ดาร์ซี (William Knox D’Arcy) มหาเศรษฐีชาวอังกฤษได้รับสัมปทานผูกขาดการสำรวจและผลิตน้ำมันในพื้นที่เกือบทั้งประเทศอิหร่าน (ยกเว้น 5 จังหวัดทางเหนือ) เป็นเวลา 60 ปี ในสมัยพระเจ้ามูซัฟฟาร์ อัด-ดิน ชาห์

อิหร่านเหมือน “ลูกไก่” ในกำมือของมหาอำนาจอังกฤษ

ปี พ.ศ.2493 สร้างโรงกลั่นน้ำมันขนาดยักษ์ที่เมืองอาบาดาน (Abadan Refinery) กลายเป็นโรงกลั่นน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในโลกในเวลาต่อมา มีกำลังการผลิตมหาศาลและเป็นแหล่งรายได้หลักของบริษัทต่างชาติ

รัฐบาลอิหร่านได้รับส่วนแบ่งกำไรสุทธิเพียง 16% และไม่มีสิทธิตรวจสอบบัญชีหรือมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการบริษัท

วันเวลาผันผ่าน….ประชาชนชาวอิหร่านเริ่มมองเห็น การกดขี่ เอาเปรียบของบริษัทของอังกฤษ นำไปสู่การประท้วงและการแก้ไขสัญญา (ที่ทำไว้ตั้งแต่ปี ในปี 2476) แต่ก็ยังไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของคนในชาติได้

พ.ศ.2494 นายกรัฐมนตรี มอสซาเดห์ ผู้นำอิหร่าน ผลักดันกฎหมาย “ยึดกิจการน้ำมันเป็นของรัฐ” (Nationalization) และก่อตั้ง National Iranian Oil Company (NIOC) เพื่อนำทรัพยากร ผลกำไรกลับมาเป็นของประชาชนอิหร่าน

บริษัทน้ำมันแองโกล-อิหร่าน (BP : British Petroleum) ของอังกฤษ ตกเป็นของรัฐบาลอิหร่าน “ปิดฉากการผูกขาด” ของอังกฤษที่ขูดรีดมาตลอด

แผนโค่นล้ม มอสซาเดห์ เกิดขึ้นโดยหน่วยข่าวลับอังกฤษ

พ.ศ.2496 หน่วยข่าวกรองของอังกฤษ (MI6) ไปกระซิบหน่วยข่าวกรองซีไอเอของสหรัฐ เพื่อร่วมกันก่อรัฐประหาร ใช้ชื่อรหัสว่า ปฏิบัติการเอแจ็กซ์ (Operation Ajax) เพื่อโค่นล้มนายโมฮัมหมัด มอสซาเดห์ ของอิหร่าน ที่ขัดผลประโยชน์มหาศาลของอังกฤษ

หน่วยข่าวกรองอังกฤษคิดการใหญ่ ต้องพึ่งพาซีไอเอ ที่มีเงินมหาศาล เพื่อสนับสนุนการโค่นล้ม เปลี่ยนผู้นำอิหร่าน

ประเด็นที่อังกฤษกุเรื่องขึ้นมา ทำเองไม่ไหว โดยให้ข่าวกับซีไอเอว่า นรม.มอสซาเดห์ กำลังใช้แนวนโยบายปกครองประเทศและกำลังใช้แนวทางเศรษฐกิจของคอมมิวนิสต์ และมีอาการป่วย

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ช่วงเวลานั้น…สหรัฐ เกลียด กลัว มุ่งมั่น ปิดล้อม มุ่งทำลายระบอบคอมมิวนิสต์ทั่วโลกแบบถวายหัว

สหรัฐ เชื่อสายลับอังกฤษหัวปักหัวปำ…วอชิงตันเกรงว่ามอสซาเดห์ จะนำพาอิหร่านไปสู่ระบอบคอมมิวนิสต์ และฝักใฝ่โซเวียต (ต่อมาคือ รัสเซีย ที่เป็นคอมมิวนิสต์ตัวพ่อ)

แผนปฏิบัติการลับเกิดขึ้น… นำโดยเคอร์มิต รูสเวลต์ จูเนียร์ เจ้าหน้าที่ซีไอเอ ที่ไปติดสินบนหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ให้ตีพิมพ์โฆษณาชวนเชื่อต่อต้านมอสซาเดห์ จัดการชุมนุมผู้นำทางศาสนา และการจัดฉากจลาจล ก่อเหตุร้ายในเมือง

ช่วงแรกไฟจุดไม่ติด เหตุการณ์ไม่ร้อนแรงพอ ปลุกไม่ขึ้น

ซีไอเอและหน่วยข่าวกรองของอังกฤษ ปรับแผน จัดฉาก ให้มีผู้เสียชีวิตจากการประท้วงบนท้องถนน ไฟแห่งการปฏิวัติจุดติดในเวลาอันรวดเร็ว

ซีไอเอสนับสนุนกองทัพให้ทำรัฐประหาร นรม.มอสซาเดห์ถูกจับเข้าคุก สถาปนา รวบรวมอำนาจไปไว้ที่พระเจ้าชาห์ กษัตริย์ของอิหร่าน

การรัฐประหาร ส่งผลให้เกิดการปกครองแบบเผด็จการนาน 25 ปีภายใต้การนำของพระเจ้าโมฮัมหมัด เรซา Pahlavi (The Shah) โดยสหรัฐอเมริกากลายเป็นผู้สนับสนุนหลักของระบอบการปกครองที่สหรัฐและอังกฤษรับผลประโยชน์แบบเต็มๆ

เบื้องหลัง เหตุการณ์เปลี่ยนการปกครองในอิหร่านครั้งนั้น ถูกเปิดเผยต่อสาธารณชนด้วยกฎหมายของสหรัฐ

พ.ศ.2556 เอกสารลับของซีไอเอที่ถูกเปิดเผยระบุว่า… ซีไอเอให้ทุนสนับสนุน วางแผน และดำเนินการรณรงค์ติดสินบน โฆษณาชวนเชื่อ และความรุนแรงบนท้องถนน ซีไอเอ คือ ผู้โอนอำนาจเบ็ดเสร็จให้แก่กษัตริย์ ชาห์ โมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี

รายละเอียดเกี่ยวกับแผนการของซีไอเอในขณะนั้น ระบุว่า…สิงหาคม 2496 เจ้าหน้าที่อาวุโส เคอร์มิต รูสเวลต์ จูเนียร์ (หลานชายของ ปธน.รูสเวลต์ ของสหรัฐ) เป็นหัวหน้าผู้วางแผนในฝ่ายสหรัฐ

ผลประโยชน์ ผลบุญ บังเกิดกับสหรัฐ ทันตาเห็น รัฐบาลใหม่อิหร่านจัดสรรผลประโยชน์ใหม่ให้แก่บริษัทน้ำมันของสหรัฐ ได้รับส่วนแบ่งน้ำมันถึง 40% (ผ่าน 5 บริษัทยักษ์ใหญ่ เช่น Gulf Oil, Standard Oil) จากเดิมที่ไม่เคยมีบทบาทในอิหร่านมาก่อน

อังกฤษ โดยบริษัท BP แม้จะเสียการผูกขาดไป แต่ยังคงได้รับส่วนแบ่ง 40% พร้อมเงินชดเชยจำนวนมหาศาลจากการสูญเสียทรัพย์สินในช่วงก่อนหน้า

อังกฤษ มีส่วนแบ่งกำไรแบบ 50/50 กับรัฐบาลอิหร่าน

อิหร่านกลายเป็น “ตำรวจแห่งอ่าวเปอร์เซีย” และกลายเป็นพันธมิตรที่สำคัญที่สุดของสหรัฐ ในยุคสงครามเย็น อิหร่านปราการสกัดกั้นโซเวียต อิหร่านทำหน้าที่เป็นฐานที่มั่นทางใต้ในการปิดล้อมการขยายตัวของลัทธิคอมมิวนิสต์จากสหภาพโซเวียต

สหรัฐ ได้รับอนุญาตให้ตั้งหน่วยงานข่าวกรอง เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวทางทหารของโซเวียตอย่างใกล้ชิด

พระเจ้าชาห์ ทุ่มงบประมาณมหาศาลซื้ออาวุธที่ทันสมัยที่สุดจากสหรัฐ (เช่น เครื่องบินขับไล่ F-14 Tomcat) โดยในช่วงปี 2515-2529 มียอดสั่งซื้อสูงถึง 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์

บริษัทอเมริกันกว่า 50 แห่งเข้าไปตั้งฐานการผลิตและลงทุนในโครงการพัฒนาต่างๆ ภายใต้นโยบาย “ปฏิวัติขาว” ของพระเจ้าชาห์

สหรัฐ… ก้าวขึ้นมาเป็นผู้มีอิทธิพลสูงสุดแทนที่อังกฤษ โดยแลกกับการค้ำจุนอำนาจของพระเจ้าชาห์ หากแต่ภายใต้การปกครองของพระเจ้าชาห์ เกิดการปราบปรามประชาชน คอร์รัปชั่น

ไฟแค้นสุมทรวงชาวอิหร่านมานานราว 1 ปีเศษ

พ.ศ.2522 ประชาชน นักศึกษาอิหร่านนับล้านคน ฮึดสู้ จนกระทั่งเกิดการปฏิวัติอิหร่าน (การปฏิวัติ 1979) โค่นล้มพระเจ้าชาห์ ซึ่งเป็นคนของสหรัฐอเมริกา …ต้องลี้ภัยไปอเมริกาพร้อมครอบครัว

รูฮุลลอฮ์ โคมัยนี ผู้นำทางศาสนา ที่ไปลี้ภัยอยู่ในฝรั่งเศสกว่า 10 ปี บินกลับมาเป็นผู้นำสูงสุดของอิหร่าน…ประชาชนนับล้านออกมายินดี

1 เมษายน 2522 อิหร่านออกเสียงลงคะแนนการลงประชามติทั่วประเทศให้เป็นสาธารณรัฐอิสลามและรับรองรัฐธรรมนูญเทวาธิปไตย-สาธารณรัฐนิยมฉบับใหม่ มีแนวทางต่อต้านตะวันตก

ธันวาคม 2522 โคมัยนี เป็นผู้นำสูงสุดของประเทศ

ผ่านมาแล้ว เกือบ 50 ปี ความแค้น ชิงชัง ระแวง ระหว่าง อิหร่าน-สหรัฐ และปัจจัยอื่นๆ กลายมาเป็นไฟสงครามใหญ่ในปี พ.ศ.2569

ปล. อดีต นรม.มอสซาเดห์ ถูกจับขังคุก 3 ปี แล้วถูกนำตัวไปควบคุมในที่กักกันเฉพาะ เสียชีวิตเมื่ออายุ 83 ปี