PISA 2025 กับความพร้อมของการศึกษาไทย สัญญาณเชิงบวกจากการขับเคลื่อนเชิงระบบ

21.03.26 | 09:03 น.

PISA 2025
กับความพร้อมของการศึกษาไทย
สัญญาณเชิงบวกจากการขับเคลื่อนเชิงระบบ

เมื่อกล่าวถึงตัวชี้วัดที่ใช้สะท้อนคุณภาพการศึกษาและผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนในระดับนานาชาติ การประเมิน PISA มักเป็นหนึ่งในกรอบอ้างอิงสำคัญที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง ในช่วงที่ผ่านมาก็มีสื่อมวลชนกล่าววิพากษ์วิจารณ์ถึงผลการสอบ PISA 2025 ว่าน่าจะออกมาตกต่ำเหมือนการสอบครั้งที่ผ่านๆ มาเช่นเดิม

อย่างไรก็ดี การวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกใจ เนื่องจากผล PISA คือตัวช่วยสะท้อนสมรรถนะของผู้เรียนอายุ 15 ปี ในด้านการอ่าน คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ตลอดจนความสามารถในการประยุกต์ใช้ความรู้ในสถานการณ์จริง ซึ่งประเทศไทยเข้าร่วมโครงการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ หรือ PISA เป็นครั้งแรกในปี พ.ศ.2543 และได้เข้าร่วมมาอย่างต่อเนื่องรวม 9 รอบ โดยการประเมินครั้งล่าสุดจัดขึ้นในปี พ.ศ.2568 และมีกำหนดประกาศผลอย่างเป็นทางการในเดือนกันยายน พ.ศ.2569 หากพิจารณาแนวโน้มผลการประเมินใน 8 รอบที่ผ่านมา จะพบว่าคะแนนของประเทศไทยมีลักษณะทรงตัวและในบางช่วงมีแนวโน้มลดลง สถานการณ์ดังกล่าวจึงเป็นแรงกดดันสำคัญที่ทำให้การเตรียมความพร้อมสำหรับ PISA 2025 ได้รับความสนใจในเชิงนโยบายและการบริหารจัดการมากกว่าที่ผ่านมา

ในช่วงการเตรียมการสำหรับ PISA 2025 กระทรวงศึกษาธิการภายใต้การกำกับของ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานอย่างเป็นระบบต่อเนื่อง และมีความชัดเจนมากขึ้น ดำเนินการก่อนจะมีการสอบกว่า 1 ปี โดยวางโครงสร้างการทำงานให้มีทั้งมิติด้านวิชาการและมิติด้านยุทธศาสตร์ควบคู่กันไป กล่าวคือ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรับผิดชอบภารกิจด้านวิชาการ ขณะที่สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาได้รับมอบหมายเพิ่มเติมให้มีบทบาทด้านการวางแผนเชิงนโยบายและการกำหนดยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนการยกระดับผลการประเมิน PISA ของประเทศ การจัดวางบทบาทเช่นนี้สะท้อนความพยายามที่จะทำให้การดำเนินงานเกี่ยวกับ PISA ไม่จำกัดอยู่เพียงการเตรียมสอบ แต่เชื่อมโยงไปสู่การบริหารเชิงระบบเพื่อการปฏิรูปการเรียนการสอนให้มีความยั่งยืนและมากขึ้น

ในระดับยุทธศาสตร์ การขับเคลื่อนเพื่อเตรียมความพร้อมในการสอบ PISA ที่ผ่านๆ มานั้นจะดำเนินการผ่านคณะกรรมการ PISA แห่งชาติ ซึ่งแต่งตั้งโดย ครม. อย่างไรก็ตาม การสอบในรอบที่ผ่านๆ มา กรรมการชุดนี้มีบทบาทน้อยมาก แทบจะไม่มีการประชุมเลยขึ้นอยู่กับฝ่ายนโยบาย แต่เมื่อถึงรอบการสอบ PISA 2025 เป็นช่วงที่ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ เป็นรัฐมนตรี ได้มีการสั่งการให้รื้อปรับการทำงานของกรรมการชุดนี้ใหม่ โดยมีการขยายขอบเขตหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการให้ครอบคลุมการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในมิติที่กว้างขึ้น ไม่จำกัดเฉพาะการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการสอบ PISA เท่านั้น แต่เชื่อมโยงกับการยกระดับคุณภาพการศึกษาของประเทศสู่ระดับสากลในทุกมิติ โดยปรับเปลี่ยนให้เป็น “คณะกรรมการ PISA และการพัฒนาคุณภาพการศึกษาแห่งชาติ” ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน มีการระดมผู้ทรงคุณวุฒิสำคัญๆ อาทิ ดร.ธงชัย ชิวปรีชา รศ.ดร.คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ และอีกหลายท่าน เข้ามาร่วมกำหนดยุทธศาสตร์ร่วมกับทีมของ ศธ. รวมถึงปรับองค์ประกอบของคณะกรรมการโดยเชิญหน่วยงานต้นสังกัดที่มีสถานศึกษาที่ต้องเข้าสอบ PISA 2025 เข้ามาเป็นกรรมการ และทุกหน่วยงานต้องตั้งเป้าหมาย PISA 2025 ให้เพิ่มอย่างน้อย 5-10 เปอร์เซ็นต์

Advertisement

ที่สำคัญคือ การทำงานของกรรมการชุดนี้ไม่ได้ดูแค่เรื่อง PISA แต่รวมถึงการวางระบบเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์การสอบ ONET ด้วย ปัจจัยสำคัญในเชิงยุทธศาสตร์คือ การบูรณาการ โดย รมว.ศธ.ดึงเอาทุกหน่วยงานและทุกกระทรวงเข้ามาทำงานร่วมกัน และเพิ่มบทบาทให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาเข้ามาทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการร่วมกับสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือ สสวท. เพื่อเพิ่มมิติการขับเคลื่อนและกำกับการทำงาน ซึ่งรัฐมนตรีเพิ่มพูน ชิดชอบ นั่งหัวโต๊ะประชุมเองทุกเดือน จำได้ว่าผู้เขียนเองและ ผอ.สสวท. ต้องเตรียมข้อมูลและทำการบ้านหนักมากในการประชุมแต่ละครั้ง และทุกหน่วยงานไม่ว่ากระทรวงใดต้องเสนอความก้าวหน้าให้ที่ประชุมทราบ โดยประธานคือ รมว.ศธ. จะไล่จี้ถามด้วยตัวเองทุกครั้ง ซึ่งการเตรียมการนี้ทำมาล่วงหน้ากว่า 1 ปีก่อนการสอบ PISA 2025 เมื่อเดือนสิงหาคม 2568

ในระดับปฏิบัติการ การดำเนินงานสามารถจำแนกได้เป็น 2 ส่วนสำคัญที่ขับเคลื่อนไปพร้อมกัน ส่วนแรกคือการพัฒนาทักษะและสมรรถนะของผู้เรียนและครู โดยความรับผิดชอบของหน่วยงานต้นสังกัดสถานศึกษาโดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาครูให้สามารถออกแบบข้อสอบและประเมินผู้เรียนในแนวทางที่สอดคล้องกับกรอบคิดของ PISA มีการรวบรวมข้อสอบ PISA เดิมและข้อสอบที่มีลักษณะใกล้เคียงกันเพื่อจัดทำเป็นคลังข้อสอบสำหรับครูและนักเรียน ตลอดจนมีการจัดทำคู่มือกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างทักษะที่จำเป็นต่อการประเมิน ลักษณะการดำเนินงานดังกล่าวทำให้นักเรียนมีระยะเวลาเตรียมตัวต่อเนื่องประมาณ 2 ภาคการศึกษาก่อนเข้าสู่การทดสอบจริง ซึ่งนับว่าเป็นการเตรียมความพร้อมที่เป็นระบบมากขึ้นเมื่อเทียบกับในอดีต

ส่วนที่สองคือการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการสอบ PISA โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและสภาพแวดล้อมในการสอบ เช่น ความพร้อมของคอมพิวเตอร์และสัญญาณอินเตอร์เน็ตซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการทดสอบในรูปแบบดิจิทัล นอกจากนี้ ยังมีความพยายามพัฒนาสื่อการเรียนรู้และเครื่องมือสนับสนุนที่สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้เรียนยุคใหม่ เช่น การพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่ประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์เป็นผู้ช่วยให้คำแนะนำแก่ผู้เรียนในลักษณะเฉพาะราย รวมทั้งการสร้างบรรยากาศเชิงบวกในสถานศึกษาเพื่อกระตุ้นให้นักเรียนเห็นความสำคัญของการประเมินและมีแรงจูงใจในการเข้าสอบอย่างเต็มศักยภาพ มาตรการเหล่านี้สะท้อนว่า การเตรียมความพร้อมสำหรับ PISA 2025 ไม่ได้มุ่งเพียงการฝึกทำข้อสอบ แต่รวมถึงการออกแบบเงื่อนไขแวดล้อมให้สนับสนุนการแสดงศักยภาพของผู้เรียนด้วย

ภายหลังการสอบ PISA 2025 เสร็จสิ้นลง สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลต่อเนื่องเพื่อประเมินผลการดำเนินงานในระยะต้น และพบข้อสังเกตที่น่าสนใจหลายประการซึ่งอาจสะท้อนถึงความพร้อมที่ดีขึ้นของระบบและผู้เรียน ประเด็นแรก คือ ผู้เรียนที่เข้าร่วมการทดสอบมีแนวโน้มแสดงความตั้งใจในการทำข้อสอบมากขึ้นเมื่อเทียบกับการประเมินครั้งก่อน อีกทั้งนักเรียนมากกว่าร้อยละ 80 ประเมินตนเองว่าสามารถทำข้อสอบได้ในระดับค่อนข้างดี โดยให้คะแนนตนเองประมาณ 7 คะแนนจาก 10 คะแนน แม้ข้อมูลลักษณะนี้จะเป็นเพียงการรับรู้และประเมินตนเองของผู้เรียน ซึ่งยังไม่สามารถใช้ยืนยันผลสัมฤทธิ์ที่แท้จริงได้โดยตรง แต่ก็ถือเป็นสัญญาณเบื้องต้นที่สะท้อนความมั่นใจและความคุ้นเคยกับรูปแบบการประเมินที่เพิ่มขึ้น

ประเด็นที่สอง คือ สถานศึกษาที่เป็นกลุ่มตัวอย่างมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการประเมิน PISA มากขึ้น และมีเวลาเตรียมตัวมากกว่าการประเมินครั้งที่ผ่านมา โรงเรียนและนักเรียนมีโอกาสทดลองทำข้อสอบล่วงหน้าอย่างทั่วถึงมากขึ้น ซึ่งมีส่วนช่วยสร้างความคุ้นเคย ลดความตึงเครียด และทำให้การเข้าสอบเป็นไปอย่างมีความพร้อมมากกว่าเดิม ข้อค้นพบนี้มีนัยสำคัญในเชิงการจัดการ เพราะชี้ให้เห็นว่าการยกระดับผลการประเมินในอนาคตอาจต้องเริ่มต้นจากการทำให้โรงเรียนและผู้เรียนเข้าใจธรรมชาติของการประเมินอย่างแท้จริง ไม่ใช่มุ่งเน้นเฉพาะการเร่งรัดทางวิชาการเพียงอย่างเดียว

ประเด็นที่สาม คือ ในมุมมองของครูและผู้บริหารสถานศึกษา ปัจจัยแห่งความสำเร็จที่สำคัญประการหนึ่งของการดำเนินงาน PISA 2025 คือ การมีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระดับรัฐมนตรีต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง และติดตามการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาในเชิงวิชาการ ปัจจัยดังกล่าวควรทำความเข้าใจร่วมกับองค์ประกอบเชิงระบบอื่นๆ ด้วย เช่น การทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงาน ความชัดเจนของเป้าหมาย ความพร้อมของครูและสถานศึกษา ตลอดจนทรัพยากรสนับสนุนที่เพียงพอ กล่าวอีกนัยหนึ่ง ภาวะผู้นำเป็นเงื่อนไขสำคัญ แต่ไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่อธิบายความสำเร็จของการดำเนินงานได้ทั้งหมด

จากภาพรวมดังกล่าว อาจกล่าวได้ว่า การเตรียมความพร้อมของประเทศไทยสำหรับ PISA 2025 แสดงให้เห็นพัฒนาการที่น่าสนใจในหลายด้าน ทั้งในมิติของการกำหนดยุทธศาสตร์ การจัดโครงสร้างการบริหาร การพัฒนาศักยภาพครูและผู้เรียน ตลอดจนการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการสอบ ข้อค้นพบเบื้องต้นหลังการสอบจึงสามารถตีความได้ว่า ประเทศไทยมี “สัญญาณเชิงบวกด้านความพร้อม” มากกว่าหลายรอบที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี ยังจำเป็นต้องรอผลการประเมินอย่างเป็นทางการในเดือนกันยายน พ.ศ.2569 เพื่อพิจารณาว่าความพร้อมดังกล่าวได้แปรเปลี่ยนเป็นผลลัพธ์ทางการเรียนรู้ที่ดีขึ้นเพียงใด ซึ่งหากผลออกมาดีก็ต้องถือเป็นผลงานสำคัญของรัฐมนตรีและผู้บริหารในช่วงเวลานั้น แต่หากผลออกมาไม่ดีก็ถือเป็นความรับผิดชอบเช่นกัน

ในระยะยาว บทเรียนสำคัญจากการดำเนินงานครั้งนี้อาจไม่ได้อยู่เพียงที่ผลคะแนน PISA เท่านั้น แต่อยู่ที่ข้อเท็จจริงว่า หากผู้นำคือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มีความเข้าใจ มีศักยภาพสามารถขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษาอย่างเป็นระบบ มีเป้าหมายชัดเจน ทำงานเชื่อมโยงกันระหว่างหน่วยงาน และดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ก็ย่อมมีโอกาสสูงที่จะยกระดับคุณภาพการศึกษาได้อย่างเป็น
รูปธรรม PISA 2025 จึงอาจไม่ควรถูกมองเพียงในฐานะสนามสอบหนึ่งครั้ง หากควรถูกใช้เป็นกรณีศึกษาสำคัญของการพัฒนานโยบายและการบริหารจัดการการศึกษาเชิงระบบของไทยในอนาคต

“สภาการศึกษา : คลังปัญญา ขับเคลื่อนการศึกษาประเทศด้วยองค์ความรู้”

ประวิต เอราวรรณ์
เลขาธิการสภาการศึกษา