หน้าแรก บทความ ‘ความสัมพันธ์...

‘ความสัมพันธ์ไทย-จีน’ผ่านมุมมองนักการทูตจีน

23.03.26 | 14:07 น.
‘ความสัมพันธ์ไทย-จีน’ผ่านมุมมองนักการทูตจีน

มีโอกาสได้พบกับนักการทูตจีน Ms.Hou Pei (候佩) ณ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย สนทนากันหลายเรื่องที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมไทยและจีน ท่านเทิดทูนและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนเนื่องในโอกาสสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตครบรอบ 50 ปี

Ms.Hou Pei เชื่อมั่นว่า ด้วยบุญญาธิการของสองพระองค์ รัฐบาลไทย คนไทย และชาวจีนในประเทศไทยมีความภักดีต่อประเทศจีนและไทยและสามารถสืบสานความสัมพันธ์อันดีต่อไปดุจสายน้ำ และมีความประทับใจเรื่องความสัมพันธ์ไทยจีนครบรอบ 50 ปี อันเป็นการสะท้อนถึงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และยุทธศาสตร์ ถือเป็นต้นทุนทางสังคมบนพื้นฐานแห่งความไว้วางใจและความร่วมมือ เป็นแบบอย่างอันดีของความสัมพันธ์ระหว่างรัฐต่างระบบ ควรธำรงรักษาผลสัมฤทธิ์ตราบนิรันดร์

เรื่องที่ท่านให้ความสนใจเป็นพิเศษคือ รัฐบาลอินโดนีเซียยกระดับตรุษจีนให้เป็นวันหยุดราชการ ทั้งที่อดีตสมัยรัฐบาลซูฮาโตเรืองอำนาจ การฉลองตรุษจีนเป็นเรื่องที่ต้องห้ามด้วยกฎหมาย

ย้อนมองประวัติศาสตร์ ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและไทยมีมายาวนานและต่อเนื่อง หลังจากได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต รัฐบาลทั้งสองประเทศได้ธำรงไว้ซึ่งมิตรภาพที่มั่นคงและมีเสถียรภาพ กลายเป็นแบบอย่างของการอยู่ร่วมกันระหว่างประเทศที่มีระบบสังคมต่างกัน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงให้ความสำคัญต่อความสัมพันธ์ไทย-จีน และสนับสนุนการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างสองประเทศ พระราชดำรัสที่ว่า “ความสัมพันธ์ไทย-จีนมิอาจแยกจากกัน” ซึ่งเป็นพระราชดำริ ได้กลายเป็นเข็มทิศในการกำหนดแนวทางการพัฒนาความสัมพันธ์ของไทยที่มีต่อประเทศจีน

Advertisement

ขอตัดกลับมาเกี่ยวกับเรื่องที่ Ms.Hou Pei ให้ความสนใจมากคือ “อินโดนีเซียยกระดับตรุษจีนให้เป็นวันหยุดราชการ” ซึ่งอาจมีนัยสำคัญโยงถึงตรุษจีนในไทย จึงทำให้เกิดความคิดว่า หากประเทศไทยจะกำหนดให้ “ตรุษจีน” เป็นวันหยุดราชการ ก็น่าจะเป็นเรื่องที่สร้างสรรค์และก่อเกิดประโยชน์

“ตรุษจีน” เป็นเทศกาลที่สำคัญที่สุดของสังคมจีน ไม่เพียงเป็นการอำลาปีเก่าต้อนรับปีใหม่ หากยังเป็นวันรวมญาติ และสร้างความปรองดองในสังคม สำหรับประเทศไทยได้ก้าวข้ามขอบเขตทางชาติพันธุ์มาเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมระดับชาติแล้ว การพิจารณายกระดับตรุษจีนให้เป็นวันหยุดราชการ ไม่เพียงสอดคล้องกับวัฒนธรรม ยังมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจและการทูต ประวัติศาสตร์บอกเราว่า ชุมชนไทยเชื้อสายจีนมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ อาทิ ธุรกรรมพาณิชย์ การเงิน อุตสาหกรรม และการเมือง

ในมิติทางเศรษฐกิจ ตรุษจีนเป็นเวลาสำคัญของการบริโภคและท่องเที่ยว การกำหนดให้เป็นวันหยุดราชการจะเอื้อต่อการจัดทำนโยบายและบูรณาการทรัพยากร เช่น ส่งเสริมการท่องเที่ยว ยกระดับภาพลักษณ์ของเมือง และดึงดูดนักท่องเที่ยวจากนานาประเทศ กรณีเป็นการรังสรรค์ “พลังละมุน” อย่างมีนัยสำคัญ ส่วนมิติด้านการทูตและความร่วมมือระดับภูมิภาค คือตัวเชื่อมทางวัฒนธรรมข้ามพรมแดน อีกทั้งช่วยเสริมสร้างความผูกพันทางด้านจิตใจระหว่างไทยและจีน

อย่างไรก็ตาม การจัดทำนโยบายดังกล่าวควรคำนึงถึงความเป็นไปได้ เช่น อาจทดลองใช้ในบางพื้นที่ก่อน แล้วจึงขยายไปสู่ระดับประเทศ ที่สำคัญคือต้องมีการประสานกับนโยบายวันสำคัญของศาสนาและกลุ่มชาติพันธุ์อื่น เพื่อธำรงไว้ซึ่งความสมดุลและความชอบธรรมของระบบสังคม

กล่าวโดยสรุป การยกระดับตรุษจีนให้เป็นวันหยุดราชการของประเทศไทยนั้น สอดคล้องกับการพัฒนาทางประวัติศาสตร์และอุปสงค์ทางเศรษฐกิจและการทูต ไม่เพียงเป็นการส่งเสริมทางด้านวัฒนธรรม และยังเป็นการสร้างความสามัคคีในสังคมไทย จึงเป็นประเด็นที่ควรได้รับการพิจารณาจากรัฐบาลไทยตามควรแก่เหตุ